
ปลอดประสพเล็งทำหุ่นยนต์ก่อแก้วช่วยหาเสียง
ปลอดประสพปิ๋งไอเดีย เล็งทำหุ่นยนต์ ก่อแก้ว ช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 "จตุพร"แจงเหตุไม่ส่ง"ณัฐวุฒิ"ติดเรื่องคุณสมบัติ กรณ์เย้ย พท. ส่ง ก่อแก้ว สู้ศึก เลือกซ่อม แค่เชิงสัญลักษณ์ต่อสู้ทางการเมือง มั่นใจพนิชเจ๋งกว่าตอบสนองความต้องกา
(24 มิ.ย.)นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการพูดคุยกับแกนนำในพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดอยากจะให้มีการสร้าง”หุ่นยนต์”นายก่อแก้ว พิกุลทอง ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 ซึ่งมีรูปร่างขนาดเท่าตัวจริง สามารถยกมือ ยกแขนได้ และที่สำคัญจะต้องนำเสียงพูดของ นายก่อแก้ว ที่อัดเทปไว้เปิดออกมาได้ด้วยเพื่อนำมาช่วยรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
ดังนั้น ฝากว่าใครที่มีความสามารถในการประดิษฐ์ หรือสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ รูปร่างใกล้เคียงกับคน ก็ขอให้ติดต่อมาที่ตนโดยด่วนซึ่งทุกอย่างจะได้เร่งรีบดำเนินการเตรียมความพร้อมไว้ หากศาลไม่อนุญาตให้ นายก่อแก้ว ออกมาหาเสียงได้ ก็จะใช้หุ่นยนต์”ก่อแก้ว”ช่วยหาเสียงแทนไป พร้อมกับทีมงานของพรรคเพื่อไทย อาจเป็นครั้งแรกในการหาเสียงซึ่งเชื่อจะสร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้
"จตุพร"แจงเหตุไม่ส่ง"ณัฐวุฒิ"ติดเรื่องคุณสมบัติ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ที่ไม่ได้ลงเลือกตั้งซ่อมกทม.เพราะเรื่องคุณสมบัติการอยู่ในพื้นที่ 5 ปี ที่เราเกรงว่าจะมีปัญหาในการตีความ ถ้าหากส่งลงเลือกตั้งจริงจะกลายเป็นว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ เมื่อถามนายณัฐวุฒิแล้วก็คิดเหมือนกัน และได้เสนอนายก่อแก้ว อีกคน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนให้ลงสมัคร ดังนั้นเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของพรรคจึงมีมติส่งนายก่อแก้ว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่ส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ก็คือนายกษิต ภิรมย์ ก็เหมือนเป็นการส่งผู้ช่วยของผู้ก่อการร้ายลงเลือกตั้ง ก็เป็นการแข่งขั้นระหว่างผู้ก่อการร้าย กับ ผู้ช่วยผู้ก่อการร้าย ซึ่งที่จริงควรจะเป็นนายกษิตมากว่า จะได้เป็นผู้ก่อการร้ายแข่งกับผู้ก่อการร้าย
นายจตุพร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่ากลัวอะไร พรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดเรื่องเผาบ้านเผาเมือง ก็เป็นเรื่องดีในการหาเสียงประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง และจะได้รู้ว่าใครเป็นเผาเมืองกันแน่ อย่างไรก็ดีคะแนนการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาในเขตนี้ผู้สมัครได้คะแนนไล่เลี่ยกันมาก ประกอบกับพรรคการเมืองใหม่ส่งผู้สมัครเช่นกัน ทำให้พรรคเพื่อไทยที่ส่งนายก่อแก้ว มีโอกาสในการต่อสู้มากขึ้น และเราก็หวังที่จะชนะอยู่แล้วที่เลือกส่งนายก่อแก้ว ทุกคนจะมาช่วยนายก่อแก้วหาเสียง สู้ทุกทางเพื่อให้นายก่อแก้วได้รับชัยชนะ
“ผมอยากเรียกร้องนายสุเทพ ถ้าคิดว่าที่ผ่านมาตัวเองพูดถูกต้อง ให้ออกมาช่วยหาเสียงให้มากๆ จะได้เช็คเรตติ้งตัวเองไปด้วย จะได้รู้ว่าประชาชนเห็นด้วยแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่างความจริงกับความเท็จ การเอาเปรียบต่างๆของรัฐบาลก็ทำกันไป ไม่เป็นไร” นายจตุพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่านายก่อแก้วจะชนะการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.ในครั้งนี้ เนื่องจาก บทบาทของนายก่อแก้วในนปช.ที่ผ่านมาไม่โดดเด่น นายจตุพร กล่าวว่า แม้ว่าบุคคลิกนายก่อแก้วเป็นคนเรียบร้อย แต่ก้ถือเป็นแกนนำคนหนึ่งในนปช.ที่มีบาทบาทในหลายส่วน อีกทั้งเป็นผู้จัดรายการความจริงวันนี้คู่กับตน และคิดว่านายก่อแก้วเป็นที่รู้จักมากกว่าผู้สมัครของพรรรคประชาธิปัตย์เสียอีก
ภายหลังจากพรรคเพื่อไทยมีมติออกมาว่าจะส่งนายก่อแก้วลงสมัครก็มีประชาชนคนเสื้อแดง กลุ่มนักธุรกิจ ได้แสดงความจำนงค์ในการจะเข้ามาช่วยเหลือนายก่อแก้วให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในฐานะที่นายก่อแก้วเป็นทั้งตัวแทนของพรรคเพื่อไทยและตัวแทนประชาชน และพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงก็เข้าใจกรณีของนายณัฐวุฒิที่ไม่สามารถสมัครได้ว่าเป็นเพราะติดขัดเรื่องคุณสมบัติบางประการ และวันนี้นายก่อแก้วเอง ศาลก็ได้อนุญาติให้ออกมาสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.แล้ว ส่วนอนาคตจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าแนวทางการหาเสียงจะมีการเตรียมข้อมูลพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะนายก่อแก้วอาจถูกโจมตีเรื่องของคดีก่อการร้าย นายจตุพร กล่าวว่า ฝ่ายที่ต้องเตรียมข้อมูลเป็นพิเศษคือรัฐบาลไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เพราะแค่กรณีฆาตกรกับก่อการร้าย แค่นี้ก็อธิบายกันสนุกแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตอบคำถามประชาชน
"กรณ์”ชี้ก่อแก้วแค่สัญลักษณ์ต่อสู้ทางการเมือง
เมื่อเวลา 13.15น.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นในเวลา 14.00น. นายกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ร่วมรับประทานอาหารและหารือร่วมกับส.ส.กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้หารือกันถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 จึงมารายงานนายอภิสิทธิ์
ทั้งนี้ได้ประเมินว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งซ่อมที่น่าสนใจและมีความสำคัญมากเป็นพิเศษครั้งหนึ่ง การที่พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจในตัวผู้สมัครของพรรคเพราะนายพนิช วิกิตเศษฐ์ มีประสบการณ์การทำงานทั้งในภาคเอกชน และการดูแลประชาชนชาวกทม.ทุกเขต ในฐานะรองผู้ว่าฯกทม.และการทำงานระดับประเทศเป็นผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นนายพนิช จึงเป็นผู้สมัครที่พรรคฝากความหวังและให้ความมั่นใจไว้มาก และน่าจะเข้ามาดูแลประชาชนกทม.เขต 6 และมีส่วนร่วมทำงานกับฝ่ายนิติบัญญีติในสภาได้เป็นอย่างดี
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แน่นอนที่สุดการเลือกตั้งเป็นการแข่งขัน ก็ต้องดูในส่วนของคู่แข่ง ซึ่งเห็นชัดเจนว่าการนำเสนอคู่แข่งโดยพรรคเพื่อไทย คือ นายก่อแก้ว เป็นการนำเสนอในมิติทางการเมืองล้วน ๆ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะนำเสนอบุคคล ที่จะมาช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะนายก่อแก้วไม่ได้เคยมีประสบการณ์ในเขตนี้ เพียงแต่เคยเป็นว่าที่ผู้สมัครในเขตของตนด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่ได้รับเลือกจากพรรคไทยรักไทยให้เป็นผู้สมัคร คิดว่าเป็นการเสนอชื่อมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ หรือการต่อสู้ทางการเมืองมากกว่าที่จะมารองรับความต้องการของประชาชนกทม.เขต 6 ซึ่งมั่นใจว่าประชาชนจะแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร และจะเลือกในบุคคลที่น่าจะเข้ามาทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ให้กับประเทศชาติได้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าภาคกทม.พรรคประชาธิปัตย์ไม่หนักใจที่คู่ต่อสู้คือนายก่อแก้ว ใช่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนที่ไม่เหนื่อย ตนได้ย้ำกับเพื่อนส.ส.และทีมงาน รวมทั้งประชาชนด้วยว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน และครั้งนี้มันมีความหมายในเชิงสัญลักษร์เราก็ต้องยอมรับค่อนข้างมาก ถือเป็นการวัดคะแนนเสียงกันก็ว่า ได้ในพื้นที่ที่มีความเสมอภาคในแง่การแข่งขันกันมาตลอด คราวที่แล้วส.ส.ในเขต 6 เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคเพื่อไทย 1 คน สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 2 พรรคมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในเขตนี้ การเลือกตั้งส.ข.ที่ผ่านมาบางเขตชัยชนะก็เป็นของพรรคเพื่อไทย บางเขตเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคะแนนมีค่ามีความหมาย ซึ่งในการหาเสียงตนพร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานส.สงกทม. , นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รวมทั้งเพื่อนส.ส.กทม. พร้อมที่จะทุ่มเทช่วยรณรงค์หาเสียง โดยมีนายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม. เขต 6 เป็นผอ.การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ถ้าวัดด้วยคะแนนเสียงในสภา ไม่ได้มีความสำคัญมากขนาดนั้นแต่นี่ก็เป็นบ้านของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคการเมืองใหม่ก็จะส่งพล.ท.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ลงสมัครด้วย จะตัดคะแนนพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็เป็นประเด็นต้องยอมรับว่า สัดส่วนของผู้ที่สนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ในอดีต ที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์มาก็คงมี และอาจจะมีค่อนข้างมากด้วย ไม่ปฏิเสธเลยว่า จะมีผลในเชิงลบกับพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าพรรคเพื่อไทย และน่าจะมีผลในเชิงบวกกับพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำไป แต่ก็เป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตยที่ใครก็มีสิทธิจะลงสมัคร ประชาชนก็มีสิทธิเลือกโดยใช้วิจารณญาณของตนเอง
อดีตกกต.หวั่นเลือกตั้งครั้งหน้ารุนแรงถึงชีวิต
สำนักงานในโอกาสคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดงานเนื่องในโอกาส กกต. กทม.ครบรอบ 12 ปี ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “12 ปีกับมติใหม่กกต.กทม.”นายยุวรัตน์ กมลเวชช อดีตกกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นแน่นอนอย่างช้าปีหน้า กกต.จะต้องเตรียมตัวให้ดี สิ่งที่ทำต้องทุกอย่างต้องเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด เพราะหนีการถูกฟ้องร้องไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าหากมีหลักฐานยืนยันว่าตนเองทำด้วยความสุจริตก็จะป้องกันให้ไม่ต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง อาญาและศาลปกครอง
นอกจากนี้กกต.ต้องทำให้สังคมเข้าใจว่าการเลือกตั้งเป็นแค่วิธีการหนึ่งที่จะทำให้ได้คนเข้าไปแทนที่ ไม่ใช่วิธีการที่จะทำให้ได้คนดีเข้าไปสภา และกกต.ต้องมีความยุติธรรมในการปฏิบัติ เช่น นาย ก. แม้จะจนแค่ไหน ถ้าทำลักษณะนี้แล้วกกต.ว่าผิด นายฮ.ให้ใหญ่โตแค่ไหนถ้าทำลักษณะเดียวกับนายก.ก็ต้องถือว่าผิดเช่นกัน เพราะมนุษย์นั้นทนไม่ได้ถ้าได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานที่แตกต่างกัน
“เมื่อก่อนการเลือกตั้งชี้ขาดในทางการเมืองเท่านั้น แต่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตการเลือกตั้งเป็นตัวชี้ขาดอำนาจในการเข้าครอบครองอำนาจรัฐ และการเลือกตั้งยังเลยกลาย เป็นลิ่มสร้างความแตกแยกให้กับคนในสังคม รวมทั้งเลยเถิดไปถึงเป็นการตายทางสังคมด้วยหมายความว่า ถ้าคุณแพ้คุณหมดกันทางสังคม จึงทำให้ต้องสู้กันแบบแพ้ไม่ได้ และเมื่อเป็นอย่างนี้มันก็ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นรุนแรงทุกรูปแบบ มีการใช้เงินซื้ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการทำร้ายร่างกายและชีวิต อย่างในการเลือกตั้งท้องถิ่นใครกล้าปฏิเสธว่าไม่มีการใช้เงินยาเสพติด เพราะมันมีการพึ่งพากันในทางวัตถุประสงค์ ผมเองคิดเล่น ๆ ซื้อเสียงแพงกว่าอุ้มอีก ฉะนั้นสรุปว่ารัฐธรรมนูญมันกลายพันธุ์แล้ว ”
นายยุวรัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้ คือการเตรียมบุคคลากรของกกต.ให้สามารถต่อสู้กับการทุจริต ซึ่งต้องเริ่มจากระเบียบของกกต.ก่อนโดยต้องแก้ให้เป็นระบบไต่สวนมูลฟ้องเหมือนที่ศาลฯใช้ กับนักการเมือง ถ้าแก้ได้แล้วกกต.ปฏิบัติด้วยความสุจริตก็จะได้รับการคุ้มครอง และเกิดความรวดเร็วขึ้น



