ข่าว

 ปปส.วัยทีนรวมพลังต่อต้านยาเสพติดขอ“ลองดีปี2”

ปปส.วัยทีนรวมพลังต่อต้านยาเสพติดขอ“ลองดีปี2”

24 มิ.ย. 2553

รมว.ยุติธรรมเตรียมนำร่องตัดสัญญาณมือถือเรือนจำเขาบิน ตัดช่องสั่งซื้อยาเสพติดจากเรือนจำ ก่อนขยายใช้อีก 4 เรือนจำหลัก แจกเสื้อเกราะ-กล้องพิเศษหนุนทหารสกัดยาเสพติดทะลักภาคเหนือ

( 24 มิ.ย.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการสั่งซื้อยาเสพติดผ่านโทรศัพท์มือถือจากในเรือนจำ โดยยอมรับว่าผู้ต้องขังใน คดียาเสพติดรายใหญ่ยังมีเครดิตในการสั่งซื้อ ขณะที่โทรศัพท์มือถือยังเล็ดลอด เข้าไปในเรือนจำได้ แม้ที่ผ่านมาเรือนจำจะพยายามเข้มงวดก็ตาม

 ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทรวงยุติธรรมจึงวางระบบตัดสัญญาณโทรศัพท์ มือถือในเรือนจำหลักที่ควบคุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ระบบดังกล่าวจะสามารถ ตัดสัญญาณโทรศัพท์ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากนี้ไปจะไม่มีแม้แต่หนึ่งตารางมิลลิเมตร ในพื้นที่คุมขังที่จะมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ ต่อไปแม้จะลักลอบนำโทรศัพท์มือถือ เข้าไปได้แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ที่สำคัญระบบดังกล่าวจะมีห้องควบคุมที่สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมีเจ้าหน้าที่ มอนิเตอร์ระบบตลอด 24 ชั่วโมง หากระบบขัดข้องหรือมีความพยายามทำให้ ระบบล้มเหลว เจ้าหน้าที่จะเข้าไปแก้ไขได้ทันที ซึ่งหลังจากนี้ไปการสั้งซื้อยาเสพติ จากเรือนจำที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะหมดไป

 สำหรับระบบตัดสัญญาณโทรศัพท์มือจะเริ่มใช้ในเรือนจำกลางเขาบิน  อ.เมือง จ.ราชบุรี ภายใน 2 เดือนนี้ ก่อนจะนำไปใช้ในเรือนจำหลักทั้ง เรือนจำ กลางคลองเปรม ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง  เรือนจำกลางคลองไผ่ และ  เรือนจำกลางบางขวาง

แจกเสื้อเกราะ-กล้องพิเศษหนุนทหารสกัดยาเสพติดทะลักภาคเหนือ

 ทั้งนี้ที่ศูนย์อำนวยการประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ( ศอ.ปชน.) กองพันพัฒนาที่ 3 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่   นายพีระพันธุ์ เป็นประธานในการ ประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษา ศอ.ปชน. เพื่อรับทราบสถานการณ์ยาเสพติด และผลการดำเนินงานในการสกัดกั้นและจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอน บน พร้อมทำพิธีเปิดป้ายนามหน่วย ศอ.ปชน. และมอบยุทโธปกรณ์พิเศษ  ประกอบด้วย กล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคืน ( NVG) , หมวกเหล็ก 400 ใบ และ  เสื้อเกราะกันกระสุน 200 ตัว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพล 

 นายพีระพันธุ์ ระบุว่า การจับกุมและสกัดกั้นยาเสพติดในภาคเหนือใน ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าตัวเลขการกวาด ล้างจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว จากที่ยึดยาบ้าได้ประมาณ 800,000 เม็ด เป็นกว่า  30 ล้านเม็ด แสดงถึงขีดความสามารถของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และ ความสำเร็จของนโยบาย 5 รั้วป้องกันของรัฐบาล

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กำลังการผลิตของกลุ่มผู้ ผลิตยาบ้าในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังมีเท่าเดิมคือประมาณ 200-250 ล้านเม็ด  แต่ตัวเลขการจับกุมที่เพิ่มขึ้น มาจากขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ป้องกันปราบ ปรามที่มีมากขึ้น รวมทั้งผลสำเร็จจากนโยบาย 5 รั้วป้องกันและนโบายของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงาน เป็นทีม

 สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศพบว่าผู้เสพรายย่อยมีเพิ่ม มากขึ้น แต่ปริมาณสินค้าที่นำเข้ามีเท่าเดิม หากมีการกวาดล้างจับกุมไปเรื่อย ๆ   จะทำให้ยาเสพติดที่จะเข้าประเทศลดน้อยลง ขณะที่งานด้านป้องกันก็ต้องเพิ่ม มากขึ้น โดยเฉพาะการรณรงค์ให้เลิกเสพ และ บังคับบำบัด ทั้งสองส่วนจะช่วย ป้องกันไม่ให้ตัวเลขผู้เสพเพิ่มมากขึ้น

 ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้ให้ ปปท. และ ปปส ประสานงานกับ ตำรวจในการเข้ากวาดล้างจับกุมแหล่งบันเทิงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าและการ เสพให้มากขึ้น

 ปปส.วัยทีนรวมพลังต่อต้านยาเสพติดขอ“ลองดี ปี 2”

พลตำรวจเอก กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า กิจกรรมเนื่องในวันต่อต้าน ยาเสพติด (26 มิถุนายน) ในปีนี้ นอกจากการจัดพิธีประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ทำเนียบรัฐบาล แล้ว สำนักงาน ป.ป.ส. ยังได้สนับสนุนงบประมาณให้เยาวชนร่วมทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ผ่าน ศูนย์อำนวยการประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดภาคเยาวชน (ศอ.ปส.ย.) เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สร้างสรรค์กิจกรรมรณรงค์ตามความคิดของตน ซึ่งทาง ศอ.ปส.ย. ได้คิดแนวคิดมหกรรม “ลองดี ปี 2” ขึ้น เพื่อต่อยอดกับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดเมื่อปี 2550 โดยในปีนี้

นอกจากเป็นการรณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด และรู้เท่าทันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและมีส่วนร่วมเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดแล้ว ยังส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนร่วม “เขียนสัจจะอธิฐาน ถวายในหลวง” ในด้านการรวมพลังต่อต้านยาเสพติด ซึ่ง ศอ.ปส.ย. ได้ร่วมกับ สภามหาวิทยาลัย นำเยาวชนร่วมแจกใบปลิวเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสต่างๆ รวม 7 จุด คือ สถานีจตุจักร (สถานีต้นสาย) สถานีพญาไท สถานีสยาม สถานีสนามกีฬา สถานีอ่อนนุช สถานีชิดลม สถานีอนุสาวรีย์ชัย  และรวมตัวกันจัดกิจกรรม ณ ลาน victory point อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในรูปแบบมหกรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ด้านดนตรี กีฬา และศิลปะ ที่เยาวชนชื่นชอบ  ทั้งการสาธิต  และจัดนิทรรศการให้ความรู้ภายใต้เแนวคิด “ใช้สันติภาพ ต้านยาเสพติด”

รวมทั้ง จะเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจำหน่ายสินค้าทำมือในราคาถูก  เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด และมีรายได้เป็นทุนการศึกษา นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนที่สนใจจะลองทำงานไอเดียเหล่านี้ สามารถเรียนรู้ได้ฟรีจากพี่ๆ น้องๆ ในลักษณะ “พี่สอนน้อง”