
ศอฉ.จ่อคงฉุกเฉิน7จว.เสี่ยงเผยสรุป25มิ.ย.นี้
นายกฯอภิสิทธิ์" เชื่อนักลงทุนต่างชาติไม่หนี หลังก่อการร้ายเดินเกมใต้ดินก่อเหตุบึ้มหน้า"ภูมิใจไทย-จ.อุดร ป่วนบรรยากาศปรอง ดอง เผยหลังคุย เนวิน ห่วงสถานการณ์จะกลับมารุนแรง เผย ความมั่นคงเสนอ ครม.ต่อ พรก.ฉุกเฉินสัปดาห์หน้า
(24มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า เรื่องนี้ดำเนินการไปตามกฎหมาย ให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงดีกว่า ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีนั้น เป็นเรื่องที่เราเคยบอกว่าการเคลื่อนไหวต่างๆยังมีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดกวดขันและต้องดูและให้เกิดความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยังมีการเดินเกมใต้ดินอยู่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า อย่างที่เรียนยังมี บางส่วนที่ต้องการเคลื่อนไหวอยู่ เราต้องพยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น อย่างที่ย้ำคือเราพยายามที่จะบอกกับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันนี้ว่าจริงเรามีกระบวนการต่างๆในขณะนี้ที่พยายามแก้ไขปัญหากันอยู่ ไม่ใช่เรื่องที่จะไปใช้การเคลื่อนไหวในลักษณะของการก่อความรุนแรง เพราะถ้าทำอย่างนั้นแล้วในที่สุดไม่มีใครได้ประโยชน์ ทุกคนจะเสียประโยชน์หมดและสูญเสียมากที่สุดคือส่วนรวมกับประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวบรรยากาศที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนชะงักในการตัดสินใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ ขณะนี้คิดว่าเขามองเห็นความตั้งใจของรัฐบาลและวันนี้ก็จะมีการแถลงข่าวลงทุนใหญ่จากต่างประเทศ ทั้งนี้ได้ชี้แจงกับต่างประเทศ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าใจดี และมองเห็นว่าจริงๆแล้วลู่ทาง ศักยภาพของประเทศเราในระยะยาวยังดีอยู่ ฉะนั้นอยู่ที่เราจะต้องช่วยกันบริหารจัดการ เขาก็หวังตรงนี้คือให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเสถียรภาพระยะหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจมากขึ้น
เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจนส่งนายก่อแก้ว พิกุลทอง ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เหมือนกับเป็นความพยามตอกย้ำให้เห็นความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อแดงที่มีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงแยกพรรคเพื่อไทยออกจากกลุ่มเสื้อแดงไม่ออกหรอก เพราะการเคลื่อนไหวเป็นการเคลื่อนไหวไปด้วยกัน เพียงแต่ในกลุ่มคนเสื้อแดงเราพยายามบอกแล้วว่าคนที่มาเคลื่อนไหวโดยสงบเป็นการเรียกร้องทางการเมืองเราต้องเคารพในสิทธิที่เขามีอยู่ แต่ไม่ควรจะเปิดโอกาสให้คนที่มีความคิดเรื่องการใช้ความรุนแรงเข้ามาใช้ประโยชน์จากตรงนี้ และมาสร้างควาเมดือดร้อนให้กับส่วนรวมและสร้างความสูญเสียด้วย
เมื่อถามว่า แต่เจตนาของพรรคเพื่อไทยบอกต้องการท้าทายศาลอาจนำเอาประเด็นลักษณะนี้มากล่าวหาศาลว่าขัดขวางประชาธิปไตย หากไม่ให้ประกันตัว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตนอยากทำความเข้าใจว่าหลายๆเรื่องพี่น้องประชาชนก็สับสนอยู่ว่าใครมีคดีความลงรับสมัครเลือกตั้งได้ไหม เรื่องเอกสิทธิ์ เรื่องอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องถือตามกฎหมาย ศาลก็ต้องพิพากษาตัดสินตามกฎหมายอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่จะได้เรียนรู้ร่วมกัน พี่น้องประชาชนก็จตะได้เรียนรู้ร่วมกันไปด้วย
เมื่อถามว่าสถานการณ์แบบนี้จะกระทบต่อการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงหรือไม่ นายภิสิทธิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงหรือไม่ นายภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้แล้วแต่ทีมที่ เขารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถามว่า ในส่วนของนายกฯต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนควรจะระมัดระวังอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หลังเหิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทยได้คุยกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็สอบถามว่ามีอะไรกังวลเป็นพิเศษหรือไม่ เจ้าตัวก็กังวลเรื่องของสถานการณ์และเป็นห่วงมันจะมีความรุนแรง
เมื่อถามว่า สิ่งที่ตกค้างจากการชุมนุมและจะนำไปสู่ความเคลื่อนไหวต่อมีจุดไหนที่น่ากังวล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องช่วยกันหยุดยั้งให้ได้คือการใช้ความรุนแรง ส่วนเรื่องอื่นยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับเรื่องนี้ ดังนั้นถ้าเราหยุดยั้งความรุนแรงได้ปรับแนวคิดของคนให้เข้าใจถึงแนวทางการต่อสู้ทางการเมืองที่ต้องปราศจากความรุนแรงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ส่วนความเป็นไปได้ในการต่ออายุพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินล่าสุดฝ่ายความมั่นคงประเมินอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เขาคงจะเสนอคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่า ครบกำหนด 3 เดือนในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ต้องประกาศต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ เขาต้องเสนอเข้า ครม.ก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)คิดอย่างไร แต่เชื่อว่าหลายพื้นที่น่าจะยกเลิกได้
ศอฉ.จ่อคงฉุกเฉิน7จว.เสี่ยงเผยได้ข้อสรุป25มิ.ย.นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาการยกเลิกการประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในบางจังหวัดตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของ ศอฉ. จะจัดทำร่างคำสั่งเสนอเข้าที่ประชุม ก่อนเห็นชอบ และ เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันอังคารที่ 29 มิ.ย.นี้ นี้ หลังจากที่ ศอฉ. เคยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงว่า จังหวัดใดควรจะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินบ้าง โดยให้แนวทางว่า หากจังหวัดที่เป็นจุดตัดทางด้านคมนาคมระหว่าง กรุงเทพมหานครกับภาคต่างๆที่ไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มทางการเมืองที่จะก่อความไม่สงบ ซึ่งเบื้องต้นจังหวัดที่จะมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินคือ จังหวัดที่เป็นทางผ่านเข้ามาในกรุงเทพ เช่น นครสวรรค์ สุโขทัย เป็นต้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางจังหวัดที่การข่าวยังพบว่า จะมีการก่อความวุ่นวายอยู่จะมีการเสนอให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า จะมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 7 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยมีเหตุเผาศาลากลางจังหวัด เช่น อุดรธานี มุกดาหาร ขอนแก่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี รวมถึงจะมีการต่อ อายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล อีก 1 จังหวัดต่อไป เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้มีสะดวกในการติดตามดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายให้พื้นที่เกิดความสงบเรียบร้อยต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ หน่วยงานต่างๆ เคยเสนอ ข้อมูลสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดให้ ศอฉ. รับทราบบ้างแล้ว เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เคยรวบรวมข้อมูลเสนอว่าจะคงไว้ 19 จังหวัด และ ยกเลิก 3 จังหวัดเช่น ศรีสะเกษ น่าน ในขณะที่ หอการค้าเสนอให้ยกเลิก ในจังหวัด นครปฐม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ส่วนจังหวัดที่คงไว้ประกอบด้วย อยุธยา นนทบุรี ขอนแก่น สกลนคร นครราชสีมา ฯลฯ สำหรับกระทรวงมหาดไทย ยังเห็นว่าควรคงไว้ในพื้นที่ จังหวัด เชียงใหม่ และ เชียงราย เพราะยังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจจะสร้างสถานการณ์ได้ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป



