ข่าว

"เทพเทือก"จี้“ตร.”สาวต้นตอเหตุบึ้ม"ภท."

"เทพเทือก"จี้“ตร.”สาวต้นตอเหตุบึ้ม"ภท."

24 มิ.ย. 2553

“สุเทพ” จี้ “ตร.สาวต้นตอเหกตุบึ้มภท.” โต้ลั่น “รบ.” ไม่ได้จัดฉาก เล็งขึงยาว “พรก.ฉุกเฉิน” จวก “พท.” บิดเบือนข้อเท็จจริง หวัง ให้เกิดความสับสนในบ้านเมือง วอน “ปชช.-สื่อ” ใช้วิจารณญาณกลั่นกรองข่าวสาร ซัด”ตู่” โกหกปูด “สไนเปอร์ 20 นาย” ซุก “ราบ 11.” ยันคุ้มค

(24มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมือระเบิด บริเวณข้างที่ทำการพรรคภูมิใจไทย และมีการสารภาพว่าผู้ว่าจ้างวานเป็นการ์ดของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และหัวหน้าวินมอเตอร์ไซด์ที่ อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจนขนาดนั้น ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการก่อน แต่เมื่อวาน ทางพล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 ได้รายงานในที่ประชุม ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกปากคำ นายอเนก สิงขุนทด อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้รับจ้างทำให้มีเบาะแสที่คิดว่าจะสามารถสาวไปถึงต้นตอได้ เราจึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมมั่นคง กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าใครเข้ามาเกี่ยวข้อบ้าง ขอให้รอผลการสอบสวนก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่จะบิดเบือนเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความสับสนในบ้านเมืองอยู่แล้ว ประชาชนจะต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข่าวสารทั้งหลาย  เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อเป็นข้ออ้างในการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รองนายกฯฝ่ายความมมั่นคง กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการจะต่อหรือไม่ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์โดยรวมทั้งหมด ไม่ใช่เหตุการณ์เกิดขึ้นจุดใดหนึ่ง และรัฐบาลต้องคำนึงด้วยว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองอย่างรุนแรง เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดช่วงเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา ความอยู่รอดปลอดภัยของบ้านเมือง ประชาชนปลอดภัย และบ้านเมืองจะต้องไม่เสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นหัวใจของรัฐบาล รัฐบาลไม่จำเป็นต้องไปสร้างสถานการณ์ใดๆเพื่อเอามาเป็นข้ออ้าง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขณะนี้มีการสั่งการให้ สไนเปอร์ 20 นาย กลับเข้ามาประจำการในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อกระทำการบางอย่าง นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องฝากไปถึงสื่อมวลชนและประชาชนว่าการพูดจาของนายจตุพร ในทุกเรื่อง ทุกประเด็นตนคิดว่าประชาชนได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงมาแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นการพูดจาที่ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง พูดเพียงแต่ให้ได้ประโยชน์กับฝ่ายตัวเอง และสร้างความตระหนกตกใจ และเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน หลายเรื่องเราเห็นชัดเจน เช่น เคยออกมากล่าวหาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีเจ้าหน้าที่ข่มขืนผู้หญิงในวัดปทุมวนาราม ระหว่างวันที่ 19 -20 พ.ค.ที่ผ่านมาแต่ในที่สุดก็มีผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจว่า กรณีทีเกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา และไม่ได้เกิดขึ้นที่วัดปทุมฯแต่เกิดที่บริเวณมาบุญครอง แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้นตนไม่ทราบรายละเอียด อยู่ที่การดำเนินคดีของตำรวจ แต่ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่านายจตุพร เป็นคนพูดจาเชื่อถือไม่ได้ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่สับสน และประชาชนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ดังนั้น ขอความกรุณาสื่อ หากจะนำคำพูดของนายจตุพรมารายงานข่าว และให้เกิดปัญหากับบ้านเมือง ขอให้พิจารณาเป็นพิเศษ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่นิ่งและต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้อยู่ใช่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมมั่นคง กล่าวว่า ตนได้เรียนหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าจะถามเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินกันทุกวัน ก็ต้องได้คำตอบเดิม มันต้องรอจนถึงกำหนดเวลาที่ต้องพิจารณา ถึงวันนั้นค่อยมาถามจึงจะได้คำตอบ รัฐบาลจะพิจารณาว่าจะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปถึงเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับการประเมินของรัฐบาล ถ้าเห็นว่าสถานการณ์ยังเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองและประชาชนก็ไม่มีประโยชน์ ที่จะไปสร้างภาพทำเป็นว่าไม่มีเหตุอะไร แล้วยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง แต่การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น แม้ว่าจะมีความรู้สึกว่ามีกฎหมายพิเศษหรือมีข้อกำหนด ข้อบังคับที่มากมายกว่ากฎหมายธรรมดา แต่ประโยชน์ที่จะได้กับบ้านเมืองมันคุ้มค่า ดังนั้นเราต้องช่วยกันคิด ไม่ใช่ว่ากันไปตามกระแสหรือช่วยกันปั่นกระแสจนเกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง อย่างนั้นทุกคนก็ขาดทุนกันหมด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุระเบิดที่บริเวณพรรคภูมิใจไทยนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุร้ายในบ้านเมืองช่วงเดือนเม.ย.และพ.ค.ที่ผ่านมา เขายังไม่หยุด และยังพยายามที่จะก่อเหตุ เพราะสิ่งที่เกิดมานั้นเขายังไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่หัวหน้าขบวนการ หรือคณะผู้ก่อการกำหนดเป็นเป้าหมายเอาไว้ ดังนั้นยังเป็นสถานการณ์ที่เราต้องติดตามจับตาดูกันต่อไป และปราบปรามป้องกันแก้ไขต่อไปทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เพิ่มความเข้มงวดในการระมัดระวังดูแลสถานที่สำคัญทั้งหลาย รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเพิ่มมากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไขตามสถานการณ์ที่ประเมินได้ ในการดูแลสถานการณ์รักษาความปลอดภัยขณะนี้จะอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด แต่ถ้ามีความจำเป็นอาจต้องระดมอาสาสมัครพลเรือน หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นเข้าไปเสริม ซึ่งจะพิจารณาเป็นคดีไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแส่ข่าวว่ามีการประสานงานกับประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งทีมรักษาความปลอดภัยประธานาบดีสหรัฐฯ ให้มาฝึกอบรมทีมรักษาความปลอดภัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญในรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ในช่วงนี้ต้องขอให้ประชาชนพิจารณาการรับฟังข่าวสารทั้งหลาย เพราะมีข่าวลวง ข่าวปล่อย ข่าวบิดเบือนมากมายตนบอกความจริงได้อย่างเดียว

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกระข่าว เรื่องการลอบสังหารผู้นำยังมีอยู่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมมั่นคง กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร