
"ซีพีเอฟ" สวนวิกฤติลั่นปีนี้โกยกำไร 3 พันล้าน
ในวิกฤติย่อมมีโอกาส เพียงแต่ต้องตั้งสติและมองหาช่องที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสให้ได้ "ซีพีเอฟ" หรือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กล้าออกมายืนยันว่า ธุรกิจของซีพีเอฟจะมีกำไรแน่นอนในปีนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จนส่งผล
"ประชุมบอร์ดครั้งต่อไป ผมจะขอขอทบทวนแผนของซีพีเอฟใหม่ เมื่อก่อนเวลาทำแผนเสนอบอร์ด เรามักหลับหูหลับตาเสนอ ตั้งเป้าแต่ละปีต้องโต 10% แต่ปีนี้ผมประเมินแล้วเพิ่ม 10% ทำไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ราคาสินค้าเกษตรลง ราคาขายก็ต้องลงคู่แข่งดัมพ์ราคาสู้กัน เลยอยากขอบอร์ดว่าปีนี้ผมจะทำรายได้เท่ากับปีก่อน 1.5 แสนล้านบาท ผมจะถูกบอร์ดถามอยู่เรื่อยๆ กำไรล่ะเท่าไหร่ ตรงนี้บอกได้เลยว่าปีนี้ซีพีเอฟจะมีกำไรเท่ากับปีก่อนคือ 3,100 ล้านบาท" นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีพีเอฟระบุ
ยอดเกี๊ยวกุ้งตลาดสหรัฐพุ่ง 65%
นายอดิเรก กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะตกต่ำลง กำลังซื้อภายในประเทศก็ตกต่ำ แต่ซีพีเอฟโชคดีที่เป็นธุรกิจอาหาร คนยังกินกันสามมื้อ ส่งออกยังไปได้ดี ทั้งสหรัฐและยุโรป ในส่วนของสหรัฐในภาพรวมแล้วการส่งออกถือว่าลดลง แต่สินค้าของซีพีเอฟ โดยเฉพาะเกี๊ยวกุ้ง บะหมี่ ซึ่งเป็นเฮลท์ตี้ฟู้ด ราคาเหมาะสม เช่น เกี๊ยวกุ้งเพิ่มขึ้นถึง 65% เพราะคนอเมริกากินอาหารนอกบ้านน้อยลง แต่ซื้อสินค้าประเภทนี้มากขึ้น ส่วนตลาดญี่ปุ่นน่าจะดี เพราะค่าเงินแข็ง เป็นจังหวะที่ถูกต้องทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี เป็นความโชคดีในตลาดญี่ปุ่น แต่ตลาดยุโรปลดลง เพราะค่าเงินแพงขึ้น
สำหรับการบริหารธุรกิจให้มีกำไรนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ การลดต้นทุน ซีพีเอฟมีโปรแกรมซิกซิกม่า โปรแกรม TQA เป็นโปรแกรมปรับปรุงกระบวนการผลิต ปรับปรุงวิธีการทำงาน สร้างสรรค์ให้คนมาร่วมมือกันคิดค้นการลดต้นทุนต่างๆ ที่สำคัญต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำ เพราะต้นทุนในการทำงานเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากนี้ ต้องพยายามประหยัดพลังงาน โดยหันไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ลดต้นทุนค่าขนส่ง แพ็กเกจจิ้ง ซึ่งต้องทบทวน แต่ซีพีเอฟยืนยันไม่มีการปลดคนงาน ไม่ลดคนงาน แต่ขอร้องทุกคนว่า ทำงานมากขึ้น ขยันขึ้น ติดตามงาน ร่วมมือกัน
นายอดิเรก กล่าวว่า ค่าเงินก็มีส่วนสำคัญสำหรับการส่ออก ในส่วนของยุโรปเมื่อก่อนค่าเงินปอนด์สามารถแลกเป็นเงินบาทได้ 70-72 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 50 กว่าบาท ขณะที่ญี่ปุ่นเทียบกับช่วงที่เงินปอนด์ 70-72 บาท จะอยู่ที่ 110 เยน แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นอยู่ที่ 90 กว่าเยน ทำให้ผู้นำเข้าญี่ปุ่นได้เปรียบ เพราะซื้อสินค้าได้ถูกลง ขณะที่ยุโรปค่าเงินอ่อน ทำให้รู้สึกซื้อสินค้าแพงขึ้นกว่า 30% เลยกดราคาสินค้าลง
ลดลงทุนคุมกระแสเงินสด
อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันสิ่งที่ต้องบริหารเป็นพิเศษคือ เรื่องกระแสเงินสดต้องดูเป็นอันดับแรก งบดุล ฐานะการเงินต้องดูให้ดี ที่สำคัญต้องเก็บเงินสดให้มาก ปกติเราลงทุนเพิ่มปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ปีนี้จะต้องลดการลงทุนเหลือครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 2,500 ล้านบาท เพราะปีหนึ่งจะมีค่าเสื่อมกว่า 4,000 ล้านบาท หากธุรกิจเท่าทุนแต่เราก็มีกระแสเงินสดกลับเข้ามา 4,000 กว่าล้านบาท นอกจากนี้ จะต้องพยายามทำสินค้าคงคลังให้ต่ำ ส่วนลูกหนี้ต้องคุมให้ดี ไม่ปล่อยหนี้ ถ้าจะทำอะไรก็จะใช้เอาท์ซอส แทนที่จะลงทุนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นหลักใหญ่ๆ ที่ต้องดำเนินการให้ได้
นายอดิเรก กล่าวถึงการขยายการลงทุนในต่างประเทศของซีพีเอฟ ว่าที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ขยายการลงทุนไปหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน ตุรกี เป็นต้น แต่ล่าสุด นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เชิญท่านประธาน (นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ไปประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อชักชวนให้ซีพีเข้าไปลงทุนธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากเห็นศักยภาพการลงทุนของซีพีในประเทศจีน
"ในเร็วๆ นี้ จะส่งคณะเจ้าหน้าที่เข้าไปศึกษาและเก็บข้อมูล ว่าซีพีสามารถเข้าไปลงทุนในธุรกิจใดได้บ้าง แต่ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอาร์โรโย ได้ส่งรัฐมนตรีเกษตรมาดูงานของซีพี และเจรจา เขารู้สึกพอใจกับธุรกิจของซีพีในเมืองไทย เช่น การเลี้ยงไก่ สุกรและการเลี้ยงกุงที่ครบวงจร ซึ่งเทคโนโลยีเราเหนือกว่าเขามาก" นายอดิเรกกล่าว
เฉลา กาญจนา



