
มะพร้าวงัดภาพสวีท"มิกกี้"ปัดด่า"หมออ้อยแย่งผัว
ดีไซเนอร์ "มะพร้าว" แถลงข่าวงัดหลักฐานภาพเด็ดสวีทหวิว "มิกกี้" โชว์สื่อ ยันไม่คิดจะทำร้ายใคร แต่ทำเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี ไม่เคยกล่าวหา "เจนนี่" ฉกผัว ลั่นไม่หวั่นโดนฟ้อง ถามกลับจะฟ้องเรื่องอะไร
เป็นข่าวใหญ่ฮือฮามาหลายวันหลังจาก น.ส.จุฑารัตน์ เทียมสุวรรณ หรือ "อ้อย" หรือ "เจนนี่" ประกาศเดินหน้าควงคู่ว่าที่เจ้าบ่าว นายณัฐพงศ์ ชอบชื่น หรือ "มิกกี้" ออกมาแถลงข่าวจะฟ้องร้องนายก้องเกียรติ เกตุแก้ว หรือ "มะพร้าว" ดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ "ก้องเกียรติ" ที่ออกมาปูดข่าวกล่าวหาว่าเธอไปฉกว่าที่เจ้าบ่าวคนนี้มาจากอก สร้างความเสียหายกระทบต่อธุรกิจ รวมถึงต้องเลื่อนกำหนดงานวิวาห์ออกไปอีก เนื่องจากครอบครัวของเธอเริ่มไม่มั่นใจในตัวนายณัฐพงศ์
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน นายก้องเกียรติ หรือ มะพร้าว เปิดแถลงข่าวขึ้นที่ห้องเสื้อก้องเกียรติ ตรงข้ามโรงเรียนสารวิทยา พร้อมโชว์รูปถ่ายคู่ของตนกับนายณัฐพงศ์ หรือมิกกี้ ให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมยืนยันว่ารู้จักกับมิกกี้มาตั้งแต่ปี 2549 ตอนนั้นทำอาชีพออกแบบเสื้อผ้า มิกกี้เป็นนายแบบเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่อาจจะเพราะคุยกันถูกคอ จึงสนิทกัน
"ผมไม่ขอบอกว่าเป็นมากกว่าแฟนไหม ให้คนใช้วิจารณญาณเอาเอง ส่วนเรื่องภาพที่นำออกมาโชว์ ไม่ได้ต้องการจะสื่ออะไร คนเราสนิทกันก็ต้องมีรูปถ่ายคู่กันมันเป็นเรื่องปกติ ภาพนี้ผมถ่ายเองอยู่ในห้องนอนกันสองคน รูปนอกเหนือจากนี้ไม่มีแล้ว มีแค่ที่เห็นเป็นรูปที่อยู่ในโทรศัพท์"
ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ยังรักมิกกี้อยู่หรือไม่ มะพร้าว บอกว่า ไม่รัก รู้สึกเฉยๆ ต่างคนต่างอยู่ ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ เพราะไม่ใช่ดารา จะต้องมานั่งยึดพื้นที่สื่อ หากถามว่า หมออ้อยใช่มือที่สามหรือไม่ อย่าใช้คำนั้นเลย เพราะยังไม่ได้แต่งงานกับมิกกี้ เหมือนช่วงที่เขาไปรู้จักกัน เป็นช่วงที่ไม่ค่อยได้เจอกัน
"เราไม่คิดจะโทรไปขออยู่นิ่งๆ ตั้งรับดีกว่า ถ้ารูปที่ออกไปทำให้หมออ้อยกับมิกกี้เลิกกัน ก็เป็นเรื่องของพวกเขา ในเมื่อเขาอยากดูรูปเราก็ให้ดูไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย ถ้าเขาแต่งงานกันก็ยินดีด้วย แต่คงไม่ไปร่วมงานเพราะไม่รู้ว่าจะไปในฐานะอะไร" นายก้องเกียรติ กล่าว
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ได้โทรศัพท์สอบถามไปนายก้องเกียรติอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องที่ออกมาแถลงข่าว ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้คิดตอบโต้ เพียงแค่อยากปกป้องศักดิ์ศรี และไม่เคยพูดว่า เจนนี่ แย่งมิกกี้ เรื่องนี้น่าจะเกิดจากการที่คนตีความไปเอง เพราะร้อยคน ร้อยความคิด อีกทั้งต้องเข้าใจการนำเสนอข่าวของสื่อในยุคนี้ด้วย
"เรื่องที่บอกว่าเรากล่าวหาว่าเขาโทรศัพท์มารังควานนั้น จริงๆ เรื่องนี้มันเป็นการเข้าใจผิด อย่างที่ทางนั้นเขาบอก ว่ามือเขาบังเอิญกดมาโดนเบอร์ผม เราเห็นว่าเป็นเบอร์ของมิก แต่พอโทรศัพท์กลับไปก็ไม่ใช่มิก ถามไปถามมา ถึงบางอ้อว่าเขาคงเพิ่งคบกัน มันเหมือนคนงงสองคนมาเจอกัน ไม่มีใครผิดไม่มีใครราวีใคร หลังจากนั้นได้คุยกับมิก ซึ่งจบแค่นั้น ทำใจ จบความสัมพันธ์กับมิกไป ถามว่า จบความสัมพันธ์กับมิกไปนานหรือยัง คงตั้งแต่เรื่องโทรศัพท์นี่แหละ พอรู้ เราจบแล้ว เราไม่ใช่คนโง่ แต่ถ้าเขาไม่อยากพูดไม่เป็นไร แต่เสียใจอยู่คนเดียว งงเหมือนกันว่าเขาคบกันตอนไหน ตอนที่เขาประกาศแต่งงานกันรู้สึกอึ้งๆ แต่มันก็เป็นนิสัยผู้ชาย มันไม่มีใครแย่งใครหรอก" ดีไซเนอร์มะพร้าวกล่าว
ส่วนเรื่องรถบีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ 3 นายก้องเกียรติกล่าวว่า ที่มีข่าวว่าซื้อให้มิกนั้น ขอไม่พูดถึง เอาตามที่มิกพูดแล้วกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งบอก เป็นเรื่องของความรู้สึก ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ ตลอดเวลาไม่เคยพูดว่าซื้อรถให้ ถามว่ารถคันนั้นเป็นของใคร คงต้องเป็นรถของมิก เพราะมันชื่อของมิก ไม่ใช่ชื่อก้องเกียรติ
นายก้องเกียรติให้สัมภาษณ์ต่อไปถึงเรื่องอีกฝ่ายจะฟ้อง และแจ้งความว่า ตอนนี้ยังไม่มีตำรวจมาทำอะไรทั้งสิ้น หากจะฟ้องให้ทำได้เลย แต่อยากจะถามกลับว่า จะฟ้องเรื่องอะไร คนเคยสนิทสนมกัน ต้องเคยมีรูปถ่ายด้วยกัน แต่จะไม่ขอตอบว่า เคยคบกันในฐานะอะไรกับมิก ให้คนไปคิดกันเอาเอง ส่วนเรื่องจะฟ้องกลับไหมต้องขอดูท่าทีก่อน
"จริงๆ มันก็ทำให้เราเสียชื่อเสียงนะ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแค่ดีไซเนอร์เล็กๆ แต่ก็เสียชื่อเสียง ปรึกษาทนายแล้ว ทนายถามเหมือนกันว่าเขาจะมาฟ้องเราเรื่องอะไร ในเมื่อเราไม่ได้พูด ผมถามทนายว่าถ้าเรามีรูปสามารถให้ดูได้ไหม ทนายบอกว่าให้ดูได้ เพราะรูปของเรา เพราะเขาเคยพูดว่าถ้ามีรูปให้เอามายืนยัน เสียใจนะที่เป็นอย่างนี้ ถ้าจะขอโทษคงจะขอโทษที่ทำให้งานแต่งเขาเลื่อน แต่คงไม่ขอโทษในสิ่งที่พูด เพราะว่าไม่ได้ทำอะไรผิด" นายก้องเกียรติ กล่าว
ดีไซเนอร์มะพร้าวกล่าวยืนยันว่า มิกกี้ เป็นผู้ชาย ไม่ใช่เกย์ ตลอดเวลารู้ตัวเองว่าคบกับผู้ชาย แต่คบในแบบความสัมพันธ์แบบไหน ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของคนสองคนในวาระตรงนั้น และตัวมิกกี้เองอาจจะอยากมีชีวิตใหม่แล้วในเวลานี้
"อยากจะบอกว่า ให้มันจบไปเถอะ ไม่มีใครได้ผลประโยชน์จากตรงนี้หรอก แย่ด้วยกันทั้งคู่ สุขภาพจิตดีไหม ผมมีการศึกษาพอ ใช้สมองในการทำมาหากิน ไม่ได้ใช้รูปร่างหน้าตา เราไม่จำเป็นต้องมาทำร้ายกัน" นายก้องเกียรติกล่าวสรุป



