ข่าว

แม้วเร่งเครื่องโลกล้อมไทย

แม้วเร่งเครื่องโลกล้อมไทย

24 มิ.ย. 2553

"บั้นปลายของเหตุการณ์ที่ว่านั้น เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ และสุดท้ายก็มีประเทศหนึ่ง ทำตัวเป็น "พี่ใหญ่" ยื่นมือเข้ามา เพื่อจับคู่ขัดแย้งมานั่งคุยกัน ด้วยการข่มขู่ว่า ถ้าเมินข้อเสนอก็จะเจอกับมาตรการสารพัดอย่าง"

 ในที่สุดหลังจากที่เลียบๆ เคียงๆ ว่าจะเอายังไงดีกับแผนดึงต่างชาติเข้ามาไกล่เกลี่ย สร้างที่ยืนให้อยู่นานหลังจากที่เหตุเผาบ้านเผาเมืองผ่านไปแล้ว ทักษิณ ชินวัตร ก็ให้ลูกจ้างตาน้ำข้าวออกโรงเปิดความในใจว่า อยากให้มีการทำอย่างนั้นจริงๆ

 เว็บไซต์เอเอสทีวี ผู้จัดการ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ลูกจ้างฝรั่งของทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน  ระบุว่า ทักษิณอยากให้ต่างประเทศมาสอบสวนเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง

 ก็อย่างที่ "คม ชัด ลึก" เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ลูกจ้างทักษิณรายนี้ไม่ธรรมดา มีสายสัมพันธ์ มีเครือข่ายมากมาย

 แค่การเลือกประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่จุดชนวนตอกย้ำแนวคิดนี้ ก็ไม่น่าจะซี้ซั้ว หรือเป็นเพราะเหตุบังเอิญ ถึงแม้จะเป็นจังหวะที่เข้าพบวุฒิสมาชิกและสื่อของญี่ปุ่น

 เป็นที่รู้กันว่า ช่างภาพมากประสบการณ์ของสำนักข่าวรอยเตอร์สถูกยิงจนเสียชีวิต ในเหตุจลาจลจากการเข้าสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว

 ความสะเทือนใจ ความเห็นอกเห็นใจคนร่วมชาติของญี่ปุ่นนั้น ทั่วโลกไม่มีใครคลางแคลงสงสัยว่า มีมากเพียงไหน

 เพราะฉะนั้น ในแง่จิตวิทยาแล้ว ลูกจ้างทักษิณรายนี้ถือว่าล้ำลึกเลยทีเดียว

 “เราอยากเห็นรัฐบาลดำเนินการสืบสวนสอบสวน เช่นเดียวกับผู้ชุมนุม ในช่วงเวลานี้ด้วยความยุติธรรม เป็นกลาง และเป็นอิสระ โดยมีหน่วยงานต่างประเทศเข้าไปมีส่วนร่วม” ลูกจ้างของทักษิณเรียกร้องอย่างนั้น

 ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยจะไม่สนใจกับข้อเรียกร้องที่ว่า เพราะเชื่อในข้อมูลหลักฐานตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเหตุจลาจลจนนำไปสู่การเผาบ้านเผาเมืองนั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เกิดศึกสงครามขึ้นภายในประเทศ และรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการได้ จะได้เปิดทางให้มือที่สามเข้ามาแทรก

 บั้นปลายของเหตุการณ์ที่ว่านั้น เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ และสุดท้ายก็มีประเทศหนึ่ง ทำตัวเป็น "พี่ใหญ่" ยื่นมือเข้ามา เพื่อจับคู่ขัดแย้งมานั่งคุยกัน ด้วยการข่มขู่ว่า ถ้าเมินข้อเสนอก็จะเจอกับมาตรการสารพัดอย่าง

 ถ้าไปถึงขั้นนั้น ก็ยากที่รัฐบาลไทยจะไม่ยอมรับ ถึงแม้จะรังเกียจเดียดฉันท์ว่า ทักษิณเป็นนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน และได้รับข้อกล่าวหา "ผู้ก่อการร้าย" จากเหตุการณ์ครั้งนั้นไปอีกกระทงก็ตาม

 ซึ่งตรงนี้แหละที่ฝรั่งลูกจ้างทักษิณรายนี้บอกว่า เป็นเหตุให้นายจ้างรายสำคัญของตนต้องหลบลี้หนีหน้าไปอยู่ในต่างแดน

 “คุณไม่สามารถต่อสู้ข้อกล่าวหาใดๆ ได้ หากคุณอยู่ในประเทศที่ไม่มีหลักนิติธรรม”

 ว่าไปโน่น !!

 ถึงจะไปอย่างนั้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ทักษิณก็ยังเป็นคนฉลาด แล้วก็มีเงินมากพอที่จะเลือกใช้คนได้ชนิดถวายหัว อย่างมืออาชีพ

 เพราะถ้อยแถลงของลูกจ้างฝรั่งนั้นสอดคล้องกับ นพดล ปัทมะ ทนายส่วนตัวที่เมืองไทยที่แถลงยืนยันว่า ทางออกของเรื่องนี้คือการตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อสันติภาพ

 ความหมายก็คือ ตราบใดที่รัฐบาลยังถืออำนาจเต็มและไล่ล่า ยัดข้อหาผู้ก่อการร้าย บ้านเมืองไม่มีทางสงบ

 แต่หากมองในแง่รัฐบาล หากยอมรับข้อเสนอให้ตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อสันติภาพ นั่นก็เท่ากับว่า รัฐบาลต้องยอมวางอำนาจลง และยินยอมเจรจากับทักษิณ หรือตัวแทนของทักษิณ โดยมี "คนกลาง" ซึ่งอาจจะหมายถึง "พี่ใหญ่" จากประเทศใดประเทศหนึ่ง

 นั่นพอจะเป็นข้อสรุปได้ไหมว่า เครือข่ายของทักษิณประเมินสถานการณ์ไว้แต่แรก ?

 มี "แก้วสามประการ" อันได้แก่ มวลชน พรรค และกองกำลัง แล้วมันจะนำพาสถานการณ์บ้านเมืองไปสู่จุดใด แล้วจะต้องเตรียมการอย่างไรไว้

 แม้จะไม่มีใครยืนยัน หรือยอมรับมาก่อนว่า สุดท้ายแล้วมันจะเกิดจลาจล เกิดการเผาบ้านเผาเมือง แต่การเห็นลูกจ้างฝรั่งมาพูด มาเรียกร้องในภายหลังอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างฝรั่งรายนี้ก่อนหรือหลังเหตุการณ์ แต่ก็คงจะห้ามไม่ให้ใครต่อใครคิดได้ว่า นี่คือการเล็งเห็นผลสุดท้ายของเหตุการณ์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ยื่นไป สถานการณ์ก็จะเข้าไปสู่จุดหายนะของประเทศ เหมือนที่ แกนนำเสื้อแดงพูดบนเวทีหลังจากเจรจากับรัฐบาลไม่สำเร็จว่า "หรือว่าบ้านนี้เมืองนี้จะหลีกหนีชะตากรรมไม่พ้น"

 ถึงนพดลจะบอกว่า ไม่มีทางที่จะจ้างใครมาทำร้ายประเทศ เพราะยังหวังที่จะเข้ามาขับเคลื่อนประเทศนี้เอง

 แต่ไม่รู้ว่า นพดลรับรู้หรือไม่ว่า ฝรั่งลูกจ้างทักษิณ ถล่มประเทศไทยแล้วว่า "ไม่มีหลักนิติธรรม"

 เพียงเพราะนายจ้างถูกข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และคงจะปฏิเสธที่จะเข้ามาโต้แย้งข้อกล่าวหา

 เพียงเพราะว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้ถือว่านายจ้างของตนมีสถานะที่จะมาเป็น "คู่เจรจา" หรือเป็น "คู่ศึก"

 น่าสนใจว่า หลังจากญี่ปุ่นแล้ว ลูกจ้างฝรั่งของทักษิณคนนี้จะใช้ประเทศใดเคลื่อนไหว

 ไม่แน่ว่า อิตาลี อาจจะเป็นแผนถัดมา เพราะมีนักข่าวชาวอิตาเลียนถูกยิงเสียชีวิตด้วย

 แต่คราวนี้คงต้องคิดมุกใหม่ เพราะมุกนี้มันยังอีกไกลที่จะไปถึงเป้า "โลกล้อมไทย" เพื่อบีบให้เจรจากับนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน

ศรายุทธ สายคำมี