ข่าว

คลังเล็งปรับภาษีสรรพสามิตมือถือขึ้นปี10%เท่าเดิม

คลังเล็งปรับภาษีสรรพสามิตมือถือขึ้นปี10%เท่าเดิม

23 มี.ค. 2552

คลังจ้องปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตมือถือกลับไปที่ 10% เท่าเดิม หวังรีดรายได้ 1.6 หมื่นล้าน พร้อมเก็บค่าคลื่นความถี่เหมือนต่างประเทศ หลังพบเอกชนจ่ายต่ำเกินจริง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมจากปัจจุบันที่ลดลงเหลือ 0% ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์พื้นฐาน โดยในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่อาจปรับขึ้นเท่าเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 10% ของรายได้ และโทรศัพท์พื้นฐานจัดเก็บในอัตรา 2% ซึ่งรวมเป็นรายได้ของกรมสรรพสามิตปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท

เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาเดิมที่เอกชนที่ได้รับสัมปทานต้องแบ่งส่วนรายได้ให้ ทั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) แต่ก็มีกรณีปัญหาของการตีความและฟ้องร้องจนไม่สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมปทานได้ อีกทั้งในส่วนของ ทศท. และกสท.เองก็ไม่ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ จากที่ควรนำส่งเป็นรายเดือน แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมาทำให้ทั้ง 2 แห่งเลื่อนการนำส่งมาตลอด

ทั้งนี้ หากเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็สามารถดำเนินการได้ทันที โดยออกเป็นประกาศของกรมสรรพสามิต และนำเข้าขอมติจากคณะรัฐมนตรี แต่คงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและความเหมาะสมด้วย โดยหากเปลี่ยนจากการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเป็นภาษีกิจการโทรคมนาคมก็จะช่วยให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า จากปัญหาการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมจากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยกเลิกไป ส่งผลให้รายได้ที่รัฐควรจะได้ปีละ 1.2 หมื่นล้านบาทหายไป กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการด้วยการคำนวณจากมูลค่าคลื่นความถี่ เนื่องจากพบว่ากว่า 200 ประเทศทั่วโลกได้จัดเก็บแล้ว และปัจจุบันในประเทศไทยผู้ประกอบการจ่ายในอัตราต่ำมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับที่สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ศึกษา ซึ่งคาดว่าปี 2552 จะออกเป็นร่างหลักเกณฑ์ได้