ข่าว

คลังรื้อเป้าจีดีพีส่อติดลบ 2-3% ชี้เศรษฐกิจโลกสาหัส-รัฐเร่งจัดงบ 1.4 ล้านล้าน

คลังรื้อเป้าจีดีพีส่อติดลบ 2-3% ชี้เศรษฐกิจโลกสาหัส-รัฐเร่งจัดงบ 1.4 ล้านล้าน

23 มี.ค. 2552

คลังประเมินเศรษฐกิจปีนี้มีโอกาสติดลบ 2-3% ชี้เศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าที่คิด อาจฉุดส่งออกของไทยติดลบ 20% เร่งรัฐออกมาตรการรองรับ "กอร์ปศักดิ์" เตรียมหารือจัดงบ 1.4 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ชงเข้า ครม.เศรษฐกิจ 25 มีนาคมนี้

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังและ สวค. ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ใหม่ คาดว่าจะขยายตัวติดลบ 2-3% หลังจากปัจจัยที่เข้ามากระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของ 14 ประเทศคู่ค้าของไทย และมีโอกาสที่ระยะเวลาในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะยืดระยะเวลาออกไป ฉะนั้นจึงคิดว่าเศรษฐกิจอาจเลวร้ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะการส่งออกของไทยและประเทศอื่นๆ ประเมินว่าอาจขยายตัวติดลบถึง 20%

 “ถ้าเราไม่ทำอะไรก็มีโอกาสที่จีดีพีจะติดลบถึง 4% แต่ตอนนี้งบแสนล้านบาทก็อยู่ในกระบวนการ ซึ่งก็จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ ส่วนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณก็มีการเร่งรัด ก็เชื่อว่าจะส่งผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจไทยได้บ้าง” ดร.คณิศ กล่าวและว่า รัฐบาลคงต้องเร่งออกมาตรการหรือนโยบาย เพื่อเข้ามารองรับปัญหาที่กำลังจะตามมา โดยเม็ดเงินที่รัฐบาลเตรียมไว้เพิ่มเติมจำนวน 7 หมื่นล้านบาทนั้น คงจะไม่เพียงพอ

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มีนาคมนี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับกรอบการลงทุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจสรุปตัวเลขสุดท้ายในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดย ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานกรอบดังกล่าวแต่ละด้านมาแล้ว แต่กรอบยังไม่นิ่ง เพราะยังไม่ได้รวมงบลงทุนรัฐวิสาหกิจบางแห่ง

 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า การลงทุนภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ระยะ 3 ปี (ปีงบประมาณ 2553-2555) มี 6 ด้าน ได้แก่ 1.การลงทุนด้านการเกษตรและทรัพยากรน้ำ 2.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคม 3.การลงทุนด้านการท่องเที่ยว 4.การลงทุนด้านสาธารณสุข 5.การลงทุนด้านการศึกษา และ 6.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์

 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า งบลงทุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทที่จะตั้งไว้ในงบประมาณปี 2553 นั้น จะทำให้เกิดการจ้างงานทันทีที่โครงการเริ่มต้นก่อสร้าง ขณะที่การลงทุนดังกล่าวจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้า จะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าพลิกฟื้นจากปี 2552 ที่คาดว่าจะเติบโตติดลบหรือไม่เติบโตเลย ยังหวังว่าเศรษฐกิจปี 2553 จะเติบโตแดนบวกได้ แต่คงไม่เติบโตแบบก้าวกระโดด