
ศรีลังกาจวกยูเอ็นสอบกวาดล้างกบฏทมิฬ
โคลัมโบ-ศรีลังกากล่าวหาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีวาระซ่อนเร้น ตั้งคณะกรรมการสอบทหารละเมิดสิทธิมนษุยชนในปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีแลม
โฆษกรัฐบาลศรีลังกา แถลงเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) ผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐบาลว่า การที่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษชนในศรีลังกา เท่ากับเป็นความพยายามให้ออกซิเจนกับกลุ่มกบฏทมิฬ ที่ถูกกวาดล้างจนสิ้นซากเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หลังจากเผชิญเหตุนองเลือดทางชาติพันธุ์ยืดเยื้อ 26 ปี และถือเป็นการกระทำที่ชาติอธิปไตยอย่างศรีลังกาไม่อาจยอมรับได้
ความเคลื่อนไหวของเลขาธิการยูเอ็น มีขึ้นหลังจากนานาประเทศได้กดดันให้มีการสอบสวนที่เป็นอิสระต่อข้อกล่าวหาที่ว่า ทหารรัฐบาลได้เข่นฆ่าชนกลุ่มน้อยทมิฬจนล้มตายหลายพันคน และประหารสมาชิกกบฏที่ยอมจำนนอย่างเลือดเย็น ในปฏิบัติการรุกรบครั้งสุดท้ายก่อนปิดฉากสงครามกลางเมือง
นายมาร์ติน เนซีร์สกี โฆษกยูเอ็น แถลงเมื่อวันอังคาร (22 มิ.ย) ว่า คณะกรรมการชุดนี้ จะมีนายมาร์ซูกิ ดารุสมาน ชาวอินโดนีเซียและเป็นทูตพิเศษของยูเอ็นด้านเกาหลีเหนือ เป็นประธาน โดยย้ำว่าหน้าที่หลักของคณะทำงานชุดนี้ ก็คือคอยให้คำปรึกษาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 4 เดือน ส่วนความรับผิดชอบด้านการสอบสวนนั้น เป็นของรัฐบาลศรีลังกา
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา ของศรีลังกา ปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้มีการสอบสวนอาชญากรรมสงคราม พร้อมเตือนว่าจะดำเนินมาตรการจำเป็นและเหมาะสม หากเลขาธิการยูเอ็นตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา พร้อมกับยืนยันว่า ทหารรัฐบาลมิได้สังหารพลเรือนแม้แต่รายเดียว แต่องค์กรสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป มองว่าข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิฯ น่าเชื่อ สมควรที่จะมีการสอบสวน
ในส่วนของยูเอ็นเอง ก็เคยแถลงว่า มีพลเรือนทมิฬฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 7,000 คนในช่วง 4 เดือนแรกของปีที่แล้ว ก่อนที่รัฐบาลศรีลังกาประกาศชัยชนะ ขณะที่รัฐบาลศรีลังกา แย้งว่าภาพวิดีโอ ภาพนิ่งและภาพถ่ายดาวเทียมจากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่เป็นหลักฐานว่ามีอาชญากรรมสงครามเกิดขึ้นนั้น เป็นของปลอม



