
จริยธรรมของนักการเมือง
ถึงจะถูกตราหน้าว่าเป็นประธานาธิบดีกระหายสงคราม ผู้กล้ากุเรื่องเท็จหลอกชาวโลกเพียงเพื่อจะหาเหตุส่งทหารไปบุกอิรัก และอัฟกานิสถาน
เอาใจบรรดาอุตสาหกรรมผลิตอาวุธสงครามและอุตสาหกรรมน้ำมัน ผู้เป็นฐานเสียงใหญ่ แต่หลังจากโบกมืออำลาทำเนียบขาวแล้ว อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งแดนดินถิ่นคาวบอยเก่า ก็ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษนักการเมืองโลกที่น่ายกย่อง เมื่อประกาศว่าจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เนื่องจากนายโอบามาควรค่ากับการที่ตัวเองจะสงบปากสงบคำ
นายบุชได้แสดงจุดยืนที่สะท้อนถึงการมากด้วยจริยธรรมและจิตสำนึกทางการเมืองระหว่างที่เริ่มตระเวนกล่าวสุนทรพจน์ในหลายประเทศทั่วโลกอย่างน้อย 10 ครั้งด้วยกัน ควบคู่ไปกับการเตรียมออกหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งที่ยากที่สุดของตัวเอง 12 ครั้ง เพื่อทบทวนบทเรียนและถ่ายทอดสิ่งที่เคยทำไว้ตลอดช่วง 8 ปี ที่ครองทำเนียบขาวให้โลกรู้
ถึงนายบุชจะไม่เผยรายละเอียดว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ก่อนหน้านี้ นายโรเบิร์ต บาร์เนตต์ ทนายความที่รับหน้าที่จัดการการพิมพ์หนังสือครั้งนี้ ได้เผยเป็นนัยว่า หนังสือเล่มนี้จะเน้นไปที่การตัดสินใจของนายบุช ตั้งแต่เรื่องของสมาชิกในครอบครัวไปจนถึงการส่งทหารไปรบในอิรัก และการตอบสนองต่อเหตุการณ์เฮอริเคนแคทรีนาพัดถล่มพื้นที่ภาคใต้
ขณะที่นายอับดุลเลาะห์ บาดาวี ซึ่งเตรียมถอดหัวโขนนายกรัฐมนตรีมาเลเซียทิ้งในปลายเดือนมีนาคมนี้ ก็วางแผนการสำหรับอนาคตตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะหันไปทำสวนปลูกผักผลไม้ และตกปลาเล่น เพื่อจะไม่สร้างความอึดอัดใจให้รัฐบาลใหม่ใต้การนำของนายนาจิบ ราซัค
ที่สำคัญ นายบาดาวีย้ำว่า จะไม่เดินตามรอยนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตามขัดแข้งขัดขาการทำงานของรัฐบาลเสมอมา ด้วยการกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ต่อคนใกล้ชิด คอรัปชั่น และจัดการเศรษฐกิจผิดพลาด
อย่างไรก็ดี นายบาดาวียอมรับว่าอาจจะไม่ทิ้งการเมืองไปเสียทีเดียว เพราะยังมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องหารือกับนายนาจิบก่อน เพื่อจะได้ไม่ขัดแย้งกัน พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ตัวเองก็ไม่ต้องการสร้างความลำบากใจให้ฝ่ายรัฐบาล
ถือเป็นจริยธรรมและจิตสำนึกทางการเมืองที่สูงส่งยิ่ง สมควรจะได้รับการปลูกฝังและถ่ายทอดไปยังนักการเมืองรุ่นหลัง โดยเฉพาะผู้นำจากประเทศกำลังพัฒนาบางคนที่กำลังติดลมบนกับการโฟนอินกระชุ่นให้ประชาชนเกิดความแตกแยกและต่อต้านรัฐบาลไม่เว้นแต่ละวัน โดยปราศจากความละอายใจใดๆว่าสมควรจะกระทำมากน้อยเพียงใด
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



