ข่าว

ว่าด้วย "เวลา" ในประชาธิปไตย

ว่าด้วย "เวลา" ในประชาธิปไตย

24 มิ.ย. 2553

สังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาร่วมกันในเรื่อง "เวลา" ในประชาธิปไตยอย่างน้อยสามมิติ

 หนึ่ง เราหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ว่าตกลงควรจะยุบสภาก่อนเวลาสี่ปีหรือไม่ ดังที่เราเห็นข้อถกเถียงและข้อขัดแย้งที่ชัดเจนมากๆ ในเรื่องการยุบสภาในหลายเดือนที่ผ่านมา ที่ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรยุบสภาโดยทันที  ไม่ชักช้า ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าตนมีความชอบธรรมที่จะอยู่จนครบวาระ และต่อมาก็มีการปรับเปลี่ยนจุดยืนว่าควรจะเลื่อนการเลือกตั้งเข้ามาอีกสักหน่อย

 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยนั้นมีเงื่อนเวลาที่เป็นวาระ อาทิ สี่ปี แต่ก็ไม่ได้ห้ามที่จะเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านั้น คำถามก็คือ จะใช้อะไรในการพิจารณาว่าอายุของรัฐบาลนั้นมีแค่ไหน รัฐบาลที่ถูกท้าทายในเรื่องปัญหาความชอบธรรมจะสามารถยึดโยงตัวเองกับเงื่อนไขที่จะอยู่ให้ครบเวลาได้แค่ไหน

 สอง ข้อขัดแย้งในเรื่องของการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับทั้งฝ่ายระบอบที่ครองอำนาจ และฝ่ายที่ต้องการต่อต้านระบอบดังกล่าว เพราะในมุมของระบอบที่ครองอำนาจเองนั้น ถ้าสามารถหาคำอธิบายให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นอยู่ไปได้ยาวๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่า แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในคราวหน้า ก็อาจจะเป็นการเลือกตั้งบน พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้

 วิธีคิดนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งกับปัญหาใหญ่หลายเรื่อง โดยเฉพาะวิธีคิดแบบนี้ไม่ต่างไปจากรัฐบาลรัฐประหารที่กำกับการเลือกตั้งบนกฎอัยการศึก

 ในทางกลับกัน ทางฝ่ายที่ต่อต้านระบอบการปกครองที่เข้มงวดแบบนี้ ก็มองว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายใต้สังคมเสรี ที่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และภายใต้เสรีภาพนี้ก็มีกฎหมายปรกติกำกับอยู่แล้ว หากมีการกล่าวหากัน ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้อยู่แล้ว กฎหมายฉุกเฉินจึงเป็นการสร้างความไม่เสมอภาคกันในการแข่งขันมากกว่า

 ตอนนี้พูดกันด้วยภาษาบ้านๆ ก็คือ เราต้องวัดใจศาล กับ กกต นั่นแหละครับ ว่าจะเอาอย่างไรกับการเลือกตั้งใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 สาม ประเด็นที่เรากำลังเผชิญในเรื่องเงื่อนเวลาที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสังคมในระยะยาว ที่ยาวกว่าสี่ปี เพราะว่าเงื่อนเวลาของรัฐบาลนั้นอยู่ที่สี่ปี แต่มีความพยายามที่จะพูดถึงการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคมในระยะยาว โดยการตั้งสภาอื่นๆ และคณะกรรมการอื่นๆ

 คำถามก็คือ เราจะจัดวางความสัมพันธ์เหล่านี้กับเงื่อนเวลาประชาธิปไตยที่วางอยู่บนการเลือกตั้งได้อย่างไร? เราควรมีองค์กรอื่นๆ ที่ทำงานโดยไม่ยึดโยงกับสถาบันการเลือกตั้งหรือไม่?

 ผมเห็นว่าการตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นมีได้ แต่ต้องยึดโยงกับสภา ไม่ใช่ยึดโยงกับตัวนายกรัฐมนตรี และขณะเดียวกัน คณะกรรมการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างของประเทศนั้นจะต้องเกี่ยวพันกับประชาชนในทุกกลุ่มให้ได้

 อย่างในกรณีที่นายกฯ พยายามตั้งกรรมการทั้งชุดที่พยายามหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ และคณะกรรมการที่จะแก้ปัญหาเรื่องความปรองดองนั้น อย่างน้อยก็ควรจะต้องเสนอชื่อเข้าสู่สภา เพื่อให้เกิดการถกเถียงอย่างเป็นระบบ หรือไม่เช่นนั้นสภาก็ควรจะมีการตั้งกรรมการเหล่านี้ขึ้นมาเอง เพื่อใช้ระบบกรรมาธิการต่างๆ ในการแก้ปัญหาประเทศ

 นักวิชาการพูดเรื่องนี้ไม่สะเทือนหรอกครับ อย่างมากก็เป็นประเด็นรายวันนิดหน่อย แต่ถ้าสภาพยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราคงเห็นความพยายามของสภาในการเกาะเกี่ยวยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ล่ะครับ