
ชักศึกเข้าบ้านอีกหรือ
คนหนีคุก หลบหนีหมายจับการก่อการร้าย ปัจจุบันเช่นชาวมอนเตเนโกร ชื่อเดิมคือ "ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่เลิกพฤติการณ์สร้างปัญหาให้ประเทศไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ทั้งๆ ที่ประกาศว่าเป็นพลเมือง มีถิ่นพำนักอาศัยในประเทศอื่น
แล้วต้องการปรับสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัย คนไทยคงไม่สนใจว่า “ทักษิณ” จะอาศัยแผ่นดินไหนอยู่ และพร้อมจะปล่อยให้มีชีวิต ใช้เงินมหาศาลอย่างสบาย ถ้าเลิกความพยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศไทย และยังหวังยึดอำนาจคืน เพื่อช่วยเหลือเครือข่ายอาชญากรในสภาพของนักการเมือง นักธุรกิจ และบรรดาผู้รับจ้างก่อปัญหาทางการเมือง ด้วยการปลุกระดมมวลชน
การบ่อนทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองรวมไปถึงการดิ้นรนจ้างทนายความ นักกฎหมายไร้จริยธรรม คุณธรรม หิวเงิน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือใส่ร้ายป้ายสีประเทศไทย นอกจากนั้นยังพยายามให้องค์กรต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย เพื่อสร้างความเสียหายด้านความน่าเชื่อถือ และให้ “ทักษิณ” ดูดี อ้างว่าเป็นเหยื่อการเมือง ทั้งๆ ที่มีพฤติการณ์ทุจริต คอรัปชั่น สร้างเครือข่ายอาชญากรหลากหลายรูปแบบเพื่อแผนล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า ตามที่ได้รับรู้กันอยู่
ล่าสุดทนายหิวเงิน นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ซึ่งรับเป็นทนายความส่วนตัวของ "ทักษิณ" บอกว่า “ทักษิณ” หวังให้ต่างชาติมีส่วนร่วมสอบสวนเหตุประท้วงร่วมกับรัฐบาลไทย เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มั่นใจว่าการทำงานของรัฐบาลไทย จะสามารถคลี่คลายเหตุการณ์ประท้วงนองเลือดเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม รวมถึงการดำเนินการกับบรรดาแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยเฉพาะในขณะนี้ที่ยังคงมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายพื้นที่
เห็นได้ชัดว่า นายอัมสเตอร์ดัม ทำงานเพื่อเงินจาก “ทักษิณ” เท่านั้น เพื่อใส่ร้ายป้ายสีโดยใช้ข้อมูลเท็จ และยังอ้างว่าข้อกล่าวหาของรัฐบาลไทยต่อ “ทักษิณ” ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่ “ทักษิณ” ควรจะต่อสู้ข้อกล่าวหาในต่างแดนเมื่อนายอัมสเตอร์ดัมทำตัวเป็นภัยต่อประเทศไทย ถึงเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศไทยต้องตราหน้าบุคคลผู้นี้ว่า “เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา” และห้ามเข้าประเทศไทยโดยเด็ดขาดเนื่องจากมีพฤติการณ์ชั่วร้าย ดังจะเห็นจากการใช้ข้อมูลเท็จในการให้สัมภาษณ์สื่อหลายครั้ง สร้างความเสียหายในสายตาของประชาคมโลก
ดังนั้น รัฐบาลต้องทำแผนตอบโต้อย่างเป็นรูปแบบชัดเจน เพราะจะทำให้องค์กรต่างชาติฉวยโอกาสแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ถ้าหากปล่อยไว้ เท่ากับยอมรับว่าข้อกล่าวหาของนักกฎหมายหิวเงินแต่ไร้จรรยาบรรณวิชาชีพนั้นเป็นความจริง จะสร้างความเสื่อมเสียต่อประเทศไทย การเพิกเฉยเท่ากับเป็นความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมือง



