
เตือนเมืองใหญ่ ชาติกำลังพัฒนาเจอมลพิษรุนแรง
เจนีวา - หน่วยงานยูเอ็นเตือนเมืองใหญ่ๆ ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชีย และอเมริกาใต้ กำลังเจอมลพิษทางอากาศอย่างร้ายแรงในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
นางลิซา จัลเคเนน หัวหน้านักวิจัยสิ่งแวดล้อมชั้นบรรยากาศ องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) ว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้บรรดาชาติยุโรป จะประสบความสำเร็จในการลดมลพิษทางอากาศลงได้อย่างมาก แต่บรรดาเมืองใหญ่ๆ ของประเทศกำลังพัฒนา กลับอยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
คำเตือนข้างต้นมีขึ้น ก่อนถึงวันอุตุนิยมวิทยาโลกในวันนี้ (23 มี.ค.) ซึ่งในปีนี้ยูเอ็นระบุว่าจะมุ่งเน้นไปในเรื่อง "อากาศที่เราหายใจ" ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประเมินว่า ในแต่ละปี มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตผู้คนไปราว 2 ล้านคน และมีอีกจำนวนมากกว่านี้ ที่ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ปอดติดเขื้อ หรือแม้กระทั่ง มะเร็ง
นางจัลเคเนน ระบุว่า เมืองใหญ่หลายเมืองในเอเชีย เช่น การาจี ดักกา เซี่ยงไฮ้ และมุมไบ ต่างมีค่าละอองฝุ่นขนาดเล็กในอากาศ ที่ก่อให้เกิดมลพิษสูงเกินมาตรฐานอย่างมาก เช่นเดียวกับเมืองต่างๆ ในอเมริกาใต้ อย่าง ลิมา ซานติอาโก และโบโกตา โดยกรุงไคโร ถือเป็นเมืองใหญ่ในแอฟริกาที่มีมลพิษทางอากาศเลวร้ายที่สุด
ขณะที่นายเลน บาร์รี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ของดับเบิลยูเอ็มโอ ระบุว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อาทิ จีน และอินเดีย ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผ่นดินใหญ่ ที่ดูเหมือนว่าระดับมลพิษทางอากาศจะขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว



