
อิสรภาพจำแลง
ไม่ว่าจะมีเสียงทัดทานอย่างไรตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็จะมีตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) เพิ่มขึ้นมาอีกตำแหน่ง
และไม่ว่าจะมีนักการเมืองตลอดจนนายตำรวจใหญ่ดาหน้าออกมาปฏิเสธอย่างไร เกี่ยวกับคนที่จะมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ก็เป็นอันรู้กันดีว่า ใครคนนั้นถูกกำหนดตัวเอาไว้แล้วชัดเจน และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเห็นชอบเพิ่มตำแหน่ง จนมาถึงวันที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เห็นชอบตามที่เสนอมา ประชาชนได้ฟังแต่ด้านดีๆ เกี่ยวกับการมีตำแหน่งใหม่นี้
ถ้ามองตามเจตนารมณ์ก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งดีที่จะมีการเพิ่มงานสืบสวนออกมาเป็นการเฉพาะ เพียงแต่การได้มานั้นไม่สวยงามสักเท่าไร
วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดถึงการปฏิรูปตำรวจ และการทำให้องค์กรตำรวจมีอิสระ ปราศจากนักการเมืองแทรกแซงก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก
แต่สิ่งที่รัฐบาลทำลงไปกลับสวนทางกับความตั้งใจ เหมือนปากว่าตาขยิบ เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ฯลฯ
อย่างที่บอกไม่มีใครปฏิเสธเรื่อง "ผลลัพธ์" ของการมีตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) เพิ่ม เพียงแต่ "วิธีทำ" นั่นต่างหากที่น่ารังเกียจ
ไม่มีใครปฏิเสธความรู้ความสามารถของคนที่ถูกวางตัวเอาไว้ แต่ก็นั่นแหละเมื่อถึงเวลาแต่งตั้งจริงๆ ยังจะนั่งเก้าอี้ได้เต็มภาคภูมิอยู่ล่ะหรือ ?!!
ตอนนี้แวดวงตำรวจพูดถึงเรื่องนี้กันมาก ทั้งเรื่อง "ตำแหน่ง" และ "คน" ที่จะมาดำรงตำแหน่ง
เมื่อก่อนนายตำรวจใหญ่หลายคนอาจจะแค่เฉยๆ เมื่อพูดถึงคนผู้นั้น บางคนรักในน้ำใจ ฝีไม้ลายมือ แต่มาวันนี้หลายคนรู้สึกไปอีกอย่าง
ไม่ใช่ตัวเขาที่เปลี่ยนไป เพียงแต่การเมืองนั่นต่างหากทำให้ความรู้สึกของคนอื่นๆ ที่มีต่อนายตำรวจแคนดิเดตนั้นเปลี่ยนแปลงไป
นี่อาจจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนว่า นักการเมืองจะไม่มีวันปล่อยให้องค์กรตำรวจมีอิสระ อย่างที่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยพยายามจะทำและทำไม่เคยสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ที่เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า "นักการเมืองเป็นอย่างไร ตำรวจไทยก็เป็นอย่างนั้น" คงจะจริง !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



