ข่าว

“กกต.-อสส.”ไม่กดดันยันไม่มีการตั้งธงไว้ก่อน

“กกต.-อสส.”ไม่กดดันยันไม่มีการตั้งธงไว้ก่อน

23 มิ.ย. 2553

“ ปธ.คณะทำงานร่วม กกต.- อสส. ” เผยไม่กดดัน และไม่มีการตั้งธงไว้ก่อน ยันทำตามกรอบเวลา 30 วัน ไร้ปัญหา สรุปตามพยานหลักฐานเท่าที่มี

(23มิ.ย.) นายวิจิตร วิชัยสาร ที่ปรึกษานายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ในฐานะประธานคณะทำงานร่วม กกต. และอัยการสูงสุด กรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประชุมเมื่อวานนี้ ( 22 มิ.ย.) ได้หารือกันเบื้องต้นถึงรายละเอียดและเนื้อหาในสำนวนที่ทางฝ่ายอัยการฯ ติดใจ

 โดยได้หารือว่าควรจะมีการไต่สวนและหาหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง รวมทั้งในการพิจารณาว่ามีส่วนใดยังไม่สมบูรณ์บ้าง เราก็ต้องให้ไปหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ก็จะพิจารณาไปตามหลักฐานเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้คณะทำงานได้มอบหมายผู้ที่ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีฝ่ายอัยการสูงสุด 3 คน และฝ่ายของกกต. 2-3 คน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานร่วมฯ จะได้สะดวกในการหารือค้นหาก่อนถึงวันที่นัดหมายให้มีการประชุมกันอีกครั้ง ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เพื่อประเมินในรายละเอียดในสำนวนว่าจะต้องมีความถี่ในการนัดหารือกันทุกวันหรือไม่ ซึ่งจะได้รู้ถึงความยากง่ายในการดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อได้รับทำงานนี้รู้สึกกดดันกับกระแสสังคมที่ให้ความสนใจในกรณีนี้อยู่หรือไม่ นายวิจิตร กล่าวว่า อย่าพูดว่ากดดันในชั้นนี้เราแค่หาหลักฐานให้ได้มากขึ้น จึงไม่ได้อยู่ในจุดที่ไม่ได้กดดัน ขอยืนยันว่าเราในฐานคณะทำงานฯไม่ได้มีการตั้งธงเรื่องนี้ไว้ก่อน และทำตามกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งเวลา 30 วันก็เห็นว่าเหมาะสม เพราะตอนที่เขาคิดออกแบบกฎหมายในส่วนนี้มาก็คิดว่าเพียง 30 วันก็น่าจะเพียงพอ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้มีการดำเนินการมาก่อนแล้ว เราเพียงทำหน้าที่ในส่วนที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์มากขึ้น

 ในการพิจารณากรณีนี้เราคงต้องใช้ความพยายามในการติดตามหาข้อมูลหลักฐานที่ขาดหายไป ซึ่งเมื่อดูจากเนื้อหาสาระคงไม่ง่ายแต่เราคงต้องทำให้ดีที่สุด และเป็นธรรมที่สุด อย่าเพิ่งลงลึกในรายละเอียดเพราะขอให้คณะทำงานฯได้เริ่มทำงานกันก่อน แล้วจะเอาเนื้องานมาคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสมบูรณ์ เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นที่ยอมรับ  อย่างไรก็ตามการทำงานเราได้มีการพูดคุยแล้วว่าควรที่จะมาสรุปได้ภายในวันที่ 9 ก.ค. เพราะต้องมีขั้นตอนของทางธุรการก่อนที่จะครบกำหนด ทั้งนี้ในการสรุปจะอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานเท่าที่มี และเท่าที่ได้มีการหารือกับอัยการฯเมื่อวานนี้ก็ดูแล้วว่า เขาก็ไม่มีกิริยาอะไรที่รับไม่ได้ ” นายวิจิตร กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะทำงานฯต้องเชิญใครมาสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิจิตร กล่าวว่า ก็ต้องดูให้คณะทำงานที่ได้มอบหมายไปดูก่อนว่า จะต้องมีการเชิญใครมาบ้างและให้ทำการประสานในเบื้องต้นก่อน หากไม่สามารถก็ต้องทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีเงิน 258 ล้านบาท นั้นเป็นเงินที่ได้รับจากผู้ถือหุ้นซึ่งต้องประสานทางดีเอสไอในการขอข้อมูลหรือไม่ นายวิจิตร กล่าวว่า ก็ต้องหาความสมบูรณ์ให้ได้ก่อน ส่วนจะถึงขั้นตอนไหนอย่างไรก็ยังพูดลอย ๆ ไม่ได้ว่าเขาจะได้ข้อมูลมาอย่างไร สำหรับประเด็นที่ทางอัยการตั้งข้อสังเกตมา 8 ประเด็นนั้น กกต.ก็ได้อธิบายให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ก็ต้องมาดูหลักฐานเพิ่มเติมให้ได้ข้อชัดเจน