
"คณิต"พบปลัดกห.ฮิวแมนไรท์วอตช์-กระจกเงา
"คณิต ดอดคุย ปลัดกลาโหม หารือแผนปรองดอง แจงยืดเวลาทำงานเพราะต้องหาทีมคกก. ยังไม่ยุติใช้เวลาสอบนานเท่าใด เมินกระแสต้าน พร้อมพบฮิวแมนไรท์วอตช์ มูลนิธิกระจกเงา เชื่อเดือน ก.ค. ได้ตัวกรรมการ ด้าน อภิชาต ลั่นกองทัพพร้อมร่วมมือหาข้อเท็จจริงเหตุสลายแดง ชี
เมื่อเวลา 13.30 น.23 มิ.ย.ที่กระทรวงกลาโหม นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง เดินทางมาพบพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือถึงแนวทางการสร้างความปรองดองในชาติ และขอคำแนะนำในการหาข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 30 นาที
โดยนายคณิต ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบ พล.อ. อภิชาต ว่า ตนมาขอคำแนะนำจากปลัดกระทรวงกลาโหมเรื่องกรอบการทำงาน รวมถึงตัวบุคคลในคณะกรรมการฯว่า มีสิ่งใดที่จะแนะนำคณะกรรมการที่จัดตั้งทีมขึ้นบ้าง ซึ่งจะฟังว่า พล.อ.อภิชาต มีแนวคิดเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้พล.อ.อภิชาต เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และปลัดกระทรวงกลาโหมใหญ่ที่สุดในกระทรวง โดยมีกองทัพทั้งหมดที่ขึ้นตรง และเมื่อเวลาฟังคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิชาต ก็รู้สึกว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ จึงอยากมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เมื่อถามว่า สังคมจะคาดหวังจากคณะกรรมการฯในการสร้างความปรองดองของชาติได้อย่างไร นายคณิต กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสังคมคาดหวังอะไรกับคณะกรรมการชุดนี้ แต่เราคิดว่าปกติคนไทยพูดกันรู้เรื่องง่ายกว่าคนชาติอื่น แต่มีอะไรที่ขบเหลี่ยมอยู่หน่อย ถ้าเราสามารถทำให้เกิดความกระจ่างได้คงดี แต่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องยาก เราต้องตั้งความหวัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการฯ ที่เสนอยืดเวลาไปอีก 15 วัน นายคณิต กล่าวว่า ความจริงเคยพูดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า ขอเวลาสรรหาคณะกรรมการฯ 30 วัน แต่เขากำหนดกรอบให้เพียง 15 วัน ซึ่งเราคิดว่ากว่าจะจัดทีมได้ต้องใช้เวลา ไม่ใช่คณะกรรมการฯต้องการยืดเวลา ทั้งนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องเวลาการทำงานยังไม่มีข้อยุติว่าจะให้คณะกรรมการฯทำงานกี่เดือน กี่ปี แต่หากจำเป็นก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าทำงานลวก ๆ ต้องทำงานด้วยความละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่เราจะมาช่วยแก้ปัญหาให้เกิดความสงบในสังคม
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรต่อกระแสไม่ตอบรับตัวท่าน นายคณิต กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะให้มีการตอบรับทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้
เมื่อถามถึงเหตุระเบิดที่พรรคภูมิใจไทยจะเป็นอุปสรรคในการทำงานของคณะกรรมการฯ นายคณิต กล่าว่า ไม่ทราบเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมต้องว่าไปตามครรลอง
ต่อข้อถามที่ว่าจำเป็นต้องคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายคณิต กล่าวว่า “คุณทักษิณอยู่ที่ไหน ผมยังไม่รู้เลย ในอดีตตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งพรรคไทยรักไทยผมก็เคยอยู่กับท่าน”
พล.อ. อภิชาต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายคณิตว่า นายคณิตเดินทางมาพบ ถือว่าให้เกียรติต่อกองทัพ ซึ่งมาขอแนะนำในสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปในฐานะที่เป็นประธาน ทั้งการหาข้อมูลข้อเท็จจริงว่าควรต้องทำอย่างไร ส่วนตัวนายคณิตมีกรอบแนวทางอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม กองทัพโดยกระทรวงกลาโหมได้ทำหนังสือ ขออนุมัติหลักการมาตรการปรองดองเรื่องการหาข้อเท็จจริงให้กับประชาชน โดยจะให้กำลังพลให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในภาพรวมของส่วนอื่นด้วย กระทรวงกลาโหมพร้อมให้ความร่วมมือทุกเรื่อง
พล.อ.อภิชาต กล่าวถึงการร่างแผนความปรองดองของกระทรวงกลาโหมว่า เป็นการปฎิบัติของกองทัพเป็นหลัก เช่น การปกป้องสถาบัน และให้กำลังพลทุกคนติดตามความเคลื่อนไหวและพิทักษ์ปกป้องสถาบันให้ดีที่สุด หากมีประเด็นใดที่กระทบต่อสถาบันขอให้แจ้งมายังศูนย์คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่ออำนวยการให้ความช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาพื้นที่เดือดร้อนของประชาชนในภาระเร่งด่วน ส่วนของการปฎิรูปทางการเมือง ซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี ดูแลนั้น กระทรวงกลาโหมจะดูแลเรื่องความเท่าเทียมกันของประชาชน อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมจะติดตามความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ภาพของการเมืองเปลี่ยนไป
พล.อ.อภิชาต กล่าวถึงกรณีระเบิดที่พรรคภูมิใจไทยว่า รมว.กลาโหมเน้นย้ำในที่ประชุม ศอฉ.โดยได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการระมัดระวังในการก่อวินาศกรรมที่จะเกิดขึ้นตามมาอีก ซึ่งเรามีความเป็นห่วง แม้ว่ามีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ยังมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น อยากจะเตือนว่าหากเหตุการณ์ยังเป็นเช่นนี้โอกาสที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของ ศอฉ.ในการพิจารณายกเลิกเป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งความจริงอยากจะยกเลิกให้เร็วที่สุด แต่ถ้ายังมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ ก็คงไม่สามารถยกเลิกได้ ถ้ายกเลิกไปก็จะมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดมากขึ้นอีก
ทั้งนี้ได้ให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ดูแลรายละเอียดเรื่องการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อสรุปเป็นข้อมูลขึ้นมา โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดูสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้ง 24 จังหวัด รวมถึงกทม.ว่าจะมีจังหวัดไหนบ้างที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในห้วงที่การประกาศใช้จะครบ 3 เดือนในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
พบฮิวแมนไรท์วอตช์ มูลนิธิกระจกเงา
ต่อมาเวลา 15.00 น.คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) โดยนายคณิตได้พบกับ นายสุณัย ผาสุก ที่ปรึกษา ฮิวแมนไรท์วอตช์ ประเทศไทยและ นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
ภายหลังการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง นายคณิตเปิดเผยว่า การทำงานของ คอป. ต้องการให้เกิดผลเชิงบวกเพื่อเยียวยาและป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยหลังจากพบปะและพูดจากันอีก 2-3 ครั้ง ก็น่าจะมีตัวคณะกรรมการที่จะร่วมทำงาน จะต้องตอบได้ว่าทำไมต้องเป็นคนนี้ และพร้อมกันนั้นก็จะมีแผนปฏิบัติงานด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่างานนี้ยากที่สุดในชีวิตของตน
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีผู้ตอบรับจะเป็นคณะกรรมการหรือยัง นายคณิตกล่าวว่า กำลังพูดคุยอยู่ ส่วนการที่รัฐบาลเขยายเวลาให้อีก 15 วันจะทันหรือไม่นั้น จริงๆแล้วครั้งแรกที่ตนขอเวลาหากรรมการตนขอไป 30 วัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรัฐบาลจึงลดเหลือ 15 วัน และการขยายในครั้งนี้จึงถือว่าได้เวลาเท่ากับที่เราขอไปครั้งแรก และน่าจะได้ตัวคณะทำงานทั้งหมด และเริ่มงานได้ภายในวันที่ 6 ก.ค. และเมื่อเริ่มทำงานเชื่อว่าจะได้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การหาข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวนายคณิตเองไม่ได้รับความไว้ใจจากคนเสื้อแดง และแกนนำ นปช. อย่างนายจตุพร พรหมพันธ์ นายคณิตกล่าวว่า ตนยังไม่เคยคุยกับนายจตุพร แต่เชื่อว่าถ้าได้คุยก็น่าจะไม่มีปัญหาเพราะเป็นคนใต้ด้วยกัน คุยกันรู้เรื่องง่าย เหมือนที่ตนได้ไปคุยกับนายวีระ มุสิกพงษ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก่อนหน้านี้ เพราะเชื่อว่าถึงเวลานี้ทุกคนก็อยากให้บ้านเมืองสงบ และเมื่อตนเปิดตัวคณะกรรมการมาก็ค่อยมาวิพากษ์กันว่าเป็นอย่างไร ถ้าออกมายี้ทั้งเมืองก็จบ อีกทั้งคณะกรรมการชุดของตนก็มีตาสับปะรดคอยจ้องอยู่เยอะ
นายสุณัยกล่าวว่า เราสนับสนุนการทำความจริงให้ปรากฏ และการทำงานของ คอป. โดยที่ผ่านมาเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์กมาลงพื้นที่เก็บข้อมูล และอาจจะมีการลงพื้นที่เพิ่มเติม หลังจากนั้นจะทำรายงานซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นปลายเดือน ส.ค. โดยฮิวแมนไรท์วอตช์ยินดีให้ความร่วมมือกับประเทศไทย ในการให้ข้อมูล เพราะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเป็นกระจกส่อง ซึ่งเมื่อมีกระจกก็จะนำไปสู่การรับผิด และการเยียวยารวมถึงวางมาตรการป้องกันในระยะยาว แต่หากทุกฝ่ายไม่ยอมรับความผิดการปรองดองแบบยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้
นายเอกลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทาง คอป.เกี่ยวกับผู้สูญหาย ที่หายไปจากระบบ ผู้ถูกจับกุม ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เหลือประมาณ 35 ราย ซึ่งครอบครัวผู้สูญหายต่างรู้สึกกังวลและเชื่อว่าญาติของเขาถูกเจ้าหน้าที่รัฐทำให้ออกนอกระบบ เชื่อว่าเป็นการหายไปโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงอยากให้ คอป. ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่าผู้สูญหาย ถูกมัดมือมัดเท้าและปิดตา ไปควบคุมในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งยังเป็นข้อเท็จจริงที่คลุมเครือที่ คอป.ต้องคลี่คลายให้กระจ่างมิเช่นนั้นจะเป็นการสร้างความเกลียดชังและหวาดกลัวให้กับญาติและประชาชน และก็จะปรองดองไม่ได้



