
รบ.ตื่นวิถีไทยสูญปลุกสำนึกชูธงไตรรงค์ ธำรงไทย
สุเทพปลุกจิตสำนึก คนไทย ติด ธงชาติ ทั่วปท. สร้าง ศักดิ์ศรีความเป็น ชาติไทย ปกป้อง ชาติ-ศาสนา -พระมหากษัตริย์ หวัง สร้างความสามัคคี ปรองดองคนในชาติ ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ถือโอกาสขอบคุณทุกฝ่ายที่เสียสละร่วมฝ่าวิกฤตที่ผ่านมา
(23มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานโครงการ “ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และเยาวชน จำนวน 300 คน
นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตระหนักว่า ปัจจุบันโลกไร้พรหมแดน เกิดการขยายตัวทั้งทางด้านเทคโนโลยีและด้านวัฒนธรรมเข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญและคุณค่าเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งประกอบด้วย สถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เกิดปัญหาความไม่สามัคคี สมานฉันท์ในสังคมไทย
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยคณะอนุกรรมการปลูกฝังความรักและจิตสำนึกความเป็นไทย และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจอำนวยการหลักสูตรเยาวชนอาสาสมัครเอกลักษณ์ของชาติ ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ จึงได้จัดทำ 2 โครงการคือ 1.โครงการธงไตรรงค์ ธำรงไทย และ2.โครงการฝึกอบรมเยาวชนอาสาสมัครเอกลักษณ์ของชาติ
ด้าน นายสุเทพ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำงานด้วยความเสียสละ อดทน เป็นกำลังที่เข้มแข็งในห้วงวิกฤตที่ผ่านมา จนกระทั้งเราได้ร่วมมือกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์มาได้ รักษาบ้าน รักษาเมืองเอาไว้ได้ วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่ผ่านมานั้นได้ให้บทเรียนมากมายแก่พวกเราท่านทั้งหลายที่เป็นข้าราชการประจำ และพวกตนที่เป็นนักการเมืองที่อยู่ในคณะรัฐบาล เราได้รับบทเรียนที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองของเรา และเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องร่วมมือแก้ไข และป้องกันไม่ให้วิกฤตนั้นเกิดขึ้นมาอีก
นายสุเทพ กล่าวว่า โลกของเราทุกวันนี้มีความเจริญก้าวหน้าทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารทำให้เกิดนวัตกรรมทางปัญญา ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และภายใต้โลกาภิวัตร ทำให้เกิดโลกที่ไร้พรมแดน ผู้คนเชื่อมโยงสื่อสารกันทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้มีการแผ่ขยายของวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะสังคมโลกของบริโภคนิยม ยึดติดกับวัตถุ ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมวัฒนธรรม และวิถีชีวิติ คนไทยเริ่มไม่เห็นคุณค่าเอกลักษณ์ของชาติไทยเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอนาคตของบ้านเมือง และแนวความคิดของประเทศ
ประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ กล่าวว่า ภัยมืดที่แฝงตัวมากับความเจริญเป็นตัวทำลายวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ในนามรัฐบาลและในฐานะเป็นประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติจะพยายามหาแนวทางหาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะ 2 โครงการคือ 1.โครงการธงไตรรงค์ ธำรงไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้น โดยนำเอาธงชาติและเพลงชาติไทยมาเป็นเครื่องมือ ในการรณรงค์ให้คนไทยระลึกถึงความเป็นชาติและรักความเป็นไทย ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความรักความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ต่อกัน
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า โครงการที่ 2. คือ โครงการฝึกอบรมเยาวชนอาสาสมัครเอกลักษณ์ของชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปูพื้นฐานในระยะยาว โดยอบรมเยาวชนทั่วประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของเอกลักษณ์ของชาติ ความเป็นชาติ และความเป็นไทย ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม พร้อมเข้ามาอุทิศตนในการมีส่วนร่วมพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลัก 4 สถาบันของชาติไทย
“หลายคนอาจมองว่า 2 โครงการนี้ธรรมดา แต่ถ้าเราได้ร่วมมือกันจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาเอกลักษณ์ของชาติ อย่างโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง จัดให้มีการร้องเพลงชาติร่วมกันทั้งประเทศ แม้เรียบง่าย แต่สามารถระดมความรู้สึกภาคภูมิใจความเป็นคนไทยได้มาก ซึ่งโครงการธงไตรรงค์ ธำรงไทย สามารถนำไปปฏิบัติเกิดผลได้จริงเชื่อว่าจะเป็นโครงการหนึ่งแก้วิกฤตทางสังคมที่เกิดขึ้น จัดพิมพ์คู่มือการปฏิบัติธงชาติไทย จำนวน 50,000 เล่ม ร้องเพลงชาติไทยให้ถูกต้อง แจกจ่ายธงชาติไทยที่ถูกต้อง 15,000 ผืน ไปยังหน่วยงาน สถาบันการศึกษา บ้านพักอาศัย เพื่อให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศ ที่สำคัญเป็นการสร้างจิตสำนึกความภาคภูมิใจ ศักดิ์ศรีของชาติไทย ให้ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ สร้างความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ” ประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับโครงการจัดอบรมเพื่อให้เยาวชน อาสาสมัครเอกลักษณ์ของชาติ ให้วิทยากรเหล่านี้มีความรู้ ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ของชาติ จากการคัดเยาวชนที่มีเจนคติที่ดีต่อการเสริมสร้างความมั่นคงให้สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยเริ่มจากข้าราชการ องค์กรท้องถิ่น ประชาชนในท้องถิ่น และอบรมเยาวชนที่มาจากสถาบันการศึกษามาเป็นวิทยากร
ประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ กล่าวว่า ทั้ง 2 โครงการสำเร็จได้ ด้วยความรวมมือจากทุกคน สิ่งที่ต้องขอความกรุณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับดูแล 2 โครงการนี้ด้วยตัวเอง ช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกชนิดในพื้นที่ ส่งเสริมภาคส่วนจัดกิจกรรม หวังว่าจะเป็นโครงการที่ทำให้ปลุกจิตสำนึกของความเป็นชาติ ความเป็นไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูกตเวทีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สร้างความสามัคคีคนในชาติ นำสันติคืนสู่คนไทยอีกครั้ง



