
นิสิตไทยกับแรงบันดาลใจร่วมสมัย
สุดยอดความใฝ่ฝันของแฟชั่นดีไซเนอร์ หรือนักออกแบบทุกคน คือการได้นำเสนอผลงานของตนเองออกสู่สายตาประชาชนและมีแบรนด์เป็นของตนเอง ซึ่งวันนี้วงการแฟชั่นไทยได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงตัวของดีไซเนอร์เองก็มีการออกแบบที่คิดนอก
เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จึงร่วมกันเนรมิตพื้นที่ หอศิลปกรรม มศว เป็นเวทีแฟชั่นโชว์ “Singha presents FASH-OLOGY” เพื่อนำเสนอผลงานการออกแบบของนิสิตชั้นปีที่ 4 วิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว
โชว์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเย็นๆ และทวีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นในแต่ละชุด ทั้งนี้ผลงานของนิสิตแต่ละคนยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเมื่อรายละเอียดของแพทเทิร์น การตัดเย็บ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รังสรรค์ผ่านแนวคิดหลักของการนำเสนอแฟชั่นที่มิใช่เพียงการคิดประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย และถูกดึงออกมานำเสนอโดยนางแบบมืออาชีพชั้นแนวหน้าของเมือง
โดยนำเสนอออกมาผ่านแนวคิดหลัก 3 กลุ่มทั้ง “คอนเซ็ปต์ชวลอาร์ต” ที่นำแนวคิดทางศิลปะมาปรุงแต่งเป็นเครื่องแต่งกาย “เทรดดิชันนอลไทย” ที่หยิบยกภูมิปัญญาไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีแบบไทยๆ มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ รวมถึง “นิว เอ็กซ์เพอริเมนต์” กับการทดลองออกแบบเสื้อผ้าด้วยมุมมองและวิธีการสร้างสรรค์แบบใหม่ๆ
อย่างผลงานการออกแบบของ ครรชิต ชนะชัยพานิช ที่หยิบแนวคิดเรื่องแฝดสยามมาพัฒนาต่อยอดเป็นแพทเทิร์นเสื้อผ้าที่ใส่ได้หลายลุคราวกับมีเสื้อผ้าสองชิ้นรวมอยู่ในชิ้นเดียว หรืองานของ อัครชัย สุขสาคร ที่เริ่มต้นจากการใช้ผ้าฝ้ายไทยที่ผู้ใหญ่ชอบใส่แต่นำมาบิดผันด้วยความทรงจำเมื่อครั้งยังเยาว์วัยของตัวเองด้วยการผสมกลิ่นของแอนิเมชั่นจากวอลท์ดิสนีย์ลงไปในงาน แต่ที่โดดเด่นกว่าใครคงเป็นผลงานของ สรวุฒิ โภคัง นิสิตผู้ได้รับรางวัล “Collection of the year by Singha” ในงานแสดงแฟชั่นนิพนธ์ประจำปีนี้
สรวุฒิ เปิดเผยแนวความคิดในการออกแบบให้ฟังว่า เสื้อผ้าเซตนี้มีแรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีการเขียนภาพ 2 มิติให้เป็นภาพ 3 มิติของโรเบิร์ต แมคคิม ซึ่งวิธีการทำงานของโรเบิร์ตจะคล้ายคลึงกับการทำกระดาษป๊อปอัพ ที่ผูกโยงกับการใช้จินตนาการของคน และส่วนตัวก็ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฎีนี้แล้วก็นำมาประยุกต์ใช้กับการจัดวางแพทเทิร์นเสื้อผ้าบนโครงสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนได้ออกมาเป็นเสื้อผ้าที่ดูมีมิติแปลกตาและน่าสนใจยิ่งขึ้นกว่าโครงสร้างเสื้อผ้าที่เราเคยเห็นกันโดยทั่วไป
"ส่วนที่สำคัญของการทำงานเป็นนักออกแบบ คือ มุมมองและความสนใจของตัวผู้ออกแบบเอง เพราะหากเราไม่ได้กลั่นกรองความคิด ย่อยมันออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในใจเราก่อน งานที่ออกมาในที่สุดก็จะไม่น่าพอใจ นอกจากนี้ การทำงานออกแบบเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุดตามที่เราคิดไว้ด้วย" แนวคิดของผู้คว้ารางวัล สรวุฒิ โภคัง
การแสดงผลงานแฟชั่นนิพนธ์ในครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเหล่าน้องๆ นักศึกษา แต่ก็เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการผลักดันคลื่นลูกใหม่เข้าสู่วงการแฟชั่นไทยและก้าวต่อไปยังระดับสากล



