ข่าว

อุทธรณ์ยืนคุก100ปี“เณรแอ”ขมังเวทย์

อุทธรณ์ยืนคุก100ปี“เณรแอ”ขมังเวทย์

23 มิ.ย. 2553

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 100 ปี “เณรแอ”จอมขมังเวทย์ ฉ้อโกงประชาชน ลวงสาวทำไสยศาสตร์ เรียกคนรักกลับคืน ขณะที่กฎหมายจำคุกสูงสุดได้ 20 ปี ส่วนเจ้าตัวยังระรื่นยิ้มรับโทษ

(23มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นาย หาญ รักษาจิตร์ หรืออดีตเณรแอ อายุ 50 ปี เป็นจำเลย ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน กรณีระหว่างเดือน เม.ย.42 - 10 ก.ค.48 จำเลยโฆษณาชวนเชื่อ อวดอ้างว่าเป็นจอมขมังเวทย์ มีความสามารถทางไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ เรียกสามีหรือภรรยาให้กลับมาคืนดีกันได้ จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ 33 ราย มอบเงินให้จำเลยรวม 910,000 บาทเพื่อทำไสยศาสตร์ โดยวันที่ 10 ก.ค.48 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมจำเลยได้ที่บ้านพัก อ.หนองโดน จ.สระบุรี ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด

 โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.49 ให้จำคุก จำเลย ฐานฉ้อโกง ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก กระทงละ 4 ปี รวม 25 กระทง รวมจำคุกเป็นเวลา 100 ปี คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 75 ปี แต่โทษตามความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วตมมกฎหมายให้จำคุกสูงสุดได้ไม่เกิน 20 ปี ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุกจำเลยไว้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 20 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 25 ราย ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์

 ศาลอุทธรณ์ประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีผู้เสียหาย 25 คน เบิกความเป็นประจักษ์พยานโดยมีเหตุผลสอดคล้องต้องกันโดยตลอด ขณะที่มีผู้เสียหายยืนยันว่า จำเลยไม่สามารถเรียกให้สามีคนรักกลับมาได้จริงตามที่กล่าวอ้าง โดยบางรายยังถูกจำเลยกระทำล่วงละเมิดทางเพศด้วย ซึ่งจำเลยได้รับในอุทธรณ์ว่า เงินที่ได้มาเป็นค่ายกครู และอุปกรณ์ในการทำพิธี

 นอกจากนี้ฝ่ายโจทก์ ยังมีนาง ชไมพร รักษาจิตร์ อดีตภรรยาของจำเลย เบิกความถึงพฤติกรรมของจำเลย ที่ล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เสียหาย จนต้องทะเลาะกัน ถึงขั้นที่ นางชไมพร เคยยิงปืนขู่ขึ้นฝ้าเพดาน จนจำเลยต้องวิ่งหนีกระโดดออกหน้าต่างทำให้ขาหัก ก่อนที่นางชไมพร จะยื่นฟ้องหย่ากับจำเลยที่ศาลจังหวัดสระบุรี จึงเป็นเหตุที่สนับสนุนว่าจำเลยไม่มีอิทธิฤทธิ์ตามที่อวดอ้างในคำโฆษณาตามสื่อต่างๆ จริง เพราะจำเลยเองยังไม่สามารถทำให้นางชไมพร รักกับจำเลยได้ แต่กลับต้องวิ่งหนีจนขาหัก การกระทำของจำเลยมีเจตนาหลอกลวงคนทั่วไปผ่านคำโฆษณา เพื่อเป็นประโยชน์แก่จำเลยเองโดยตรง รับฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหาย

 ข้อต้อสู้ของจำเลย จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

 ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วนายหาญ หรือ อดีตเณรแอ ถูกควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำคลองเปรม โดยนายหาญ ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมยกมือชูนิ้วโป้งด้วย