ข่าว

ผวาข้าวดิ่งรัฐเร่งขายข้าวในสต็อกพาณิชย์ทำแผนการตลาดในต่างประเทศใหม่

ผวาข้าวดิ่งรัฐเร่งขายข้าวในสต็อกพาณิชย์ทำแผนการตลาดในต่างประเทศใหม่

22 มิ.ย. 2553

รัฐจี้พาณิชย์เร่งระบายสต็อกข้าวรองรับข้าวงวดใหม่ เล็งขายรัฐต่อรัฐไม่ให้กระทบราคาตลาดในประเทศ "ยรรยง" สั่งทำแผนการตลาดข้าวไทย หนีคู่แข่งเวียดนาม ตั้งเป้าให้ได้ราคาดีที่สุด เรียกจัดเวิร์กช็อปผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวสารในสต็อกก่อนที่ผลผลิตข้าวนาปรังปี 2553 งวดใหม่จะออกมาในราวเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเห็นชอบให้ขายข้าวได้เลย ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีก ดังนั้นในเร็วๆ นี้ หรือเดือนกรกฎาคมน่าจะมีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาดในประเทศ และไม่กระทบตลาดของผู้ส่งออก ซึ่งจะทยอยขายครั้งละไม่มาก

 ทั้งนี้ การระบายข้าวในสต็อกรัฐ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บข้าวที่ปัจจุบันสูงถึงกว่าเดือนละ 800 ล้านบาท และลดแรงกดดันด้านราคาในประเทศสำหรับผลผลิตข้าวนาปีปี 2553/2554 ที่จะออกราวเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย

 นายยรรยงกล่าวว่า ยังได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ จัดทำแผนการทำตลาดข้าวไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะมีการกำหนดประเภทข้าว ที่จะขายในตลาดต่างๆ การแบ่งแยกตลาดข้าวไทยกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม และการกำหนดราคาขายข้าวประเภทต่างๆ เพื่อให้การขายข้าวได้ประโยชน์สูงสุด ตรงตามความต้องการผู้ซื้อที่สุด และได้ราคาดีที่สุด โดยจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกร โรงสี ผู้ส่งออก รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้

 “ปัจจุบันการขายข้าวของเราทำแบบไม่มีเป้าหมาย และยังขายตัดราคากับเวียดนาม ทำให้ราคาข้าวไทยไม่ดีนัก จึงต้องกำหนดเป้าหมายการขายใหม่ โดยจะแยกประเภทข้าวที่จะขาย แบ่งแยกตลาดให้ชัดเจน เช่น ข้าวหอมมะลิ จะขายไปที่ใด ราคาอย่างไร ส่วนข้าวขาวก็จะไม่ขายเน้นปริมาณและมาตัดราคากับเวียดนาม แต่จะขายคนละตลาดกันเลย โดยต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้ซื้อรู้ว่า ข้าวไทยคุณภาพดีกว่ามาก และราคาก็ต้องสูงกว่า รวมถึงจะทำตลาดข้าวอินทรีย์ และข้าวที่จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยด ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าข้าวไทยอีกมาก” นายยรรยงกล่าว

 นอกจากนี้ ในการจัดเวิร์กช็อปดังกล่าว จะหารือถึงการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยเพื่อส่งออกใหม่ จากปัจจุบันที่กำหนดเพียงมาตรฐานเดียวคือ มีเนื้อข้าวหอมมะลิ 92% และผสมข้าวอื่นได้ไม่เกิน 8% โดยจะกำหนดเป็นหลายมาตรฐาน ตามความต้องการของผู้ซื้อต่างประเทศ ที่ชอบบริโภคข้าวหอมมะลิแตกต่างกัน เช่น อาจเพิ่มการผสมข้าวอื่นเข้าไปเป็นไม่เกิน 10%, 20% หรือไม่เกิน 30% เพื่อให้การทำตลาดง่ายขึ้น และขายได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ขายได้เฉพาะตลาดระดับบนเท่านั้น เพราะมีราคาแพงมาก