
ชาวสวนรับทรัพย์ยางขึ้นกิโลละร้อยหวั่นราคาผันผวน
ชาวสวนยางพาราราจังหวัดสงขลา รับทรัพย์ถ้วนหน้าขายยางได้ราคาดีกิโลละ 100 บาท หวั่นราคาตกในอนาคตกระทบค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ย ขณะที่กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรทำใจอีก 2 เดือนราคาผันผวนหนัก
นายกุ่ย แซ่ลิ้ม เกษตรกรชาวสวนยางพารารายหนึ่งในพื้นที่ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ราคายางพาราได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งจะช่วยเอื้อคุณภาพชีวิตของชาวสวนยางพาราให้มีรายได้ที่มั่นคง แต่ก็ยังเป็นห่วงหากราคายางปรับลดลงไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 70-80 บาทตามเดิม อีกทั้งเห็นว่าปัจจบันปุ๋ยมีราคาสูงมาก เดิมทีเคยซื้อกระสอบละ 1,200 บาท แต่ขณะนี้อยู่ที่กระสอบละ 1,400 บาท
นายนที สุกใส เกษตรกรชาวสวนยางพารารายหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ช่วงนี้ราคายางสูงขึ้น ทำให้สภาพชีวิตดีขึ้นมากไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน จะเห็นว่าบางวันราคารับซื้อขึ้นไปถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งหากราคายืนพื้นเช่นนี้ได้ก็จะส่งผลดีต่อฐานะทางการเงินของเกษตรกรแต่ที่เป็นห่วงในขณะนี้คือ เรื่องฝนที่เริ่มตกทำให้กรีดยางได้น้อยลง
นายจุมพล ไลยโฆษิต กรรมการผู้จัดการบริษัทมิตซูบิชิสุราษฎร์ธานี จำกัด ตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ สาขาสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันตลาดรถใน จ.สุราษฎร์ธานีกระเตื้องขึ้นมาก โดยมีการเติบโตเฉลี่ยที่ 10% ยอดขายรถบางรุ่นไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะรถกระบะเป็นที่ต้องการของชาวสวนยางอย่างมาก บางช่วงต้องสั่งจองไว้ก่อนเป็นเวลาเกือบ 1-2 เดือน
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ราคายางขณะนี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 110 บาท ถือว่าสูงมาก ซึ่งในการประชุมประเทศผู้ผลิตยาง 3 ประเทศ (อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย) มีการวิเคราะห์กันว่าภายใน 2 เดือนข้างหน้า ยางพาราจะมีปัญหาราคาผันผวนรุนแรงขึ้น ดังนั้นเกษตรกรไม่ควรยึดติดกับราคาที่สูงมาก เพราะเมื่อราคากลับมาที่เดิม ประมาณ 80 บาทต่อกิโลกรัม จะได้ไม่เดือดร้อนมาก



