ข่าว

ตามหาความเป็นไทย

ตามหาความเป็นไทย

23 มิ.ย. 2553

เมื่อวันก่อน ผมคุยกับเพื่อนคนหนึ่งถึงเรื่องความเป็นไทย ว่าอะไรคือความเป็นไทย และเราจะทำให้ต่างชาติแยกแยะความเป็นไทยของเราออกจากคนเอเชียชาติอื่นๆ ได้อย่างไร หรือหาอะไรมาเป็นเครื่องแสดงตนของคนไทย แต่ก่อนนั้น

 พอเอ่ยถึงคนไทย เราก็มักจะอ้างอิงกับ “สยามเมืองยิ้ม” หรือ "The Land of Smiles" หรือไม่ก็ “เวนิสตะวันออก” แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ทั้งสองสิ่งนั้นก็เป็นเพียงนามธรรมในอดีต ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก็ดี หรือสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมก็ดี ทำให้จิตใจของคนไทยไม่เป็นปกติสุข กลายเป็นคนที่เครียดขึ้น มีอาการวิตกจริตเพิ่มขึ้น จนยิ้มไม่ค่อยออก หรือยิ้มได้ไม่เต็มหน้าเหมือนเมื่อก่อน

 ส่วนการเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลองเหมือนเมืองเวนิส ในประเทศอิตาลี ก็มีนักประวัติศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่า “เวนิสตะวันออก” นั้น ชาวตะวันตกน่าจะหมายถึงกรุงศรีอยุธยามากกว่า ทั้งนี้โดยสภาพที่ตั้งของตัวเมืองที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำสามสาย ภายในตัวเมืองใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก เป็นแต่คนกรุงเทพฯ ไปนำเอาฉายาดังกล่าวของกรุงศรีอยุธยามาใช้ต่อเท่านั้น

 ชื่อหรือฉายาที่เป็นนามธรรมนั้น เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา ต่างกับชื่อหรือฉายาที่เป็นรูปธรรม อย่าง “ดินแดนพันเกาะ” ของฟิลิปปินส์ หรือ “หลังคาโลก” ของทิเบต ที่มีความยั่งยืนกว่า ต่อให้เกิดสึนามิถล่มเกาะหายไปสัก 100-200 เกาะ หรือหิมะละลายจนหมดเทือกเขาหิมาลัย ฟิลิปปินส์ก็ยังคงเป็นประเทศที่มีเกาะมากที่สุดในโลก และทิเบตก็ยังคงเป็นดินแดนที่สูงที่สุดในโลกอยู่ดี

 ย้อนกลับมาเรื่องความเป็นไทย หากลบคำว่า “สยามเมืองยิ้ม” หรือ “เวนิสตะวันออก” ออกไปแล้ว เราจะหาอะไรมาสำแดงความเป็นไทย มีบางคนพูดถึงอัธยาศัยไมตรีหรือการต้อนรับขับสู้แบบไทยๆ แต่ก็มีบางคนแย้งว่าปัจจุบันสิ่งดีๆ เหล่านั้น กลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการต้อนรับแบบฉาบฉวย ทำนองเดียวกับคำพูดประเภท “ทางร้านยินดีต้อนรับค่ะ” และ “โอกาสหน้าเชิญที่ร้านของเราอีกนะคะ” เพราะจริงๆ แล้ว การต้อนรับและการบริการที่ดีต้องมาจากการเป็นผู้มีจิตใจเปี่ยมพร้อมในการที่จะให้บริการ (Service Mind) หาใช่แค่คำพูดลอย ๆ ขณะเดียวกันก็มีบางคนบอกว่าแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยนั้นซ้ำซาก และไม่มีสิ่งใหม่ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ให้มาเยือนเมืองไทย การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของไทยเองก็ขาดวิสัยทัศน์และมุกใหม่ๆ ทั้งๆ ที่การแข่งขันในตลาดโลกและตลาดภูมิภาคเป็นไปอย่างเข้มข้น

 จริงๆ แล้ว การประชาสัมพันธ์เมืองไทย หรือให้คนมาเที่ยวประเทศไทยนั้น ไม่จำเป็นต้องเน้นที่วัตถุ อย่างโบราณสถาน ภูผาป่าดง ทะเล หรือหาดทราย เสมอไป เพราะประเทศอื่นๆ ต่างก็มีแหล่งท่องเที่ยวเช่นเดียวกับที่เรามี หากแต่น่าจะเน้นไปที่อารมณ์และความรู้สึกของการได้มาเมืองไทย ได้พบปะคนไทย ได้สัมผัสสิ่งดีๆ ต่างๆ ของเมืองไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและซึมซาบในจิตใจมากกว่า

 หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ผมกับเพื่อนก็ได้ข้อสรุปว่า การจะตอบว่าอะไรคือความเป็นไทยนั้นก่อนอื่นเราคงจะต้องหาสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทยให้พบก่อน เมื่อพบแล้วเราก็นำสิ่งนั้นมาขัดสีฉวีวรรณ และยกย่องเชิดชูให้ปรากฏแก่สายตาของชาวโลก และความเป็นไทยที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลหรอกครับ แต่อยู่ในตัวของคนไทยทุกๆ คนนี่แหละครับ