
ปฎิรูปสื่อ เพื่อใคร ทำไม
ดูเหมือนว่าคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ จะเป็นคณะกรรมการชุดเดียว ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังตั้งไม่สำเร็จ ทั้งที่ได้ "โยนหินถามทาง" ไปล่วงหน้าแล้วว่า จะแต่งตั้ง ดร.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นประธาน โดยใช้ชื่อเสียงของคณะ และสถาบันเป็นหลักในการพิจารณา มองผิวเผินก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่การจัดการปฏิรูปสื่อ จะมีฝ่ายวิชาการซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมาบริหารจัดการให้เป็นระบบ และอาจคาดหวังได้ว่าจะประสบความสำเร็จ ประเด็นก็คือ นายอภิสิทธิ์ประสงค์สิ่งใดนอกจากการประกอบสร้างเรื่องของการปฏิรูปสื่อขึ้นมาบนขาที่หยั่งไม่ถึงพื้น คล้ายกับว่าสื่อทั้งระบบกำลังตกอยู่ในหล่มโคลนแห่งความถดถอยจนต้องปฏิรูปกันเป็นการใหญ่
หากจำเป็นต้องปฏิรูปสื่อ สื่อของรัฐนั่นเอง คือความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐจะต้องพิจารณามากกว่าที่จะกล่าวถึงการปฏิรูปสื่อแบบเหวี่ยงแห การใช้สื่อของรัฐ โดยเฉพาะการใช้เอ็นบีที เป็นเครื่องมือของรัฐบาลอย่างเต็มที่ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นประเด็นและเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาหลายยุคสมัย ในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 รัฐบาลใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างชัดแจ้ง ถึงแม้บริบททางสังคมจะเปลี่ยนไป เนื้อหาและวิธีการในการใช้สื่อของรัฐจะแตกต่างไป แต่การใช้สื่อและความถี่ในการนำเสนอข่าวของรัฐบาล และเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้รับสารส่วนใหญ่ของประเทศ ก็บ่งบอกว่านี่เป็นปัญหาหนึ่งในกระบวนการปรองดองของรัฐบาล สมมติฐานเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อนั้นควรจะเริ่มต้นจากสื่อของรัฐ การลิดรอนสิทธิเสรีภาพในภาคสื่อรัฐนั้น นับเป็นปรากฏการณ์ร่วมในสังคมไทยมายาวนาน อย่างน้อยก็ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาปฏิรูปสื่อของรัฐ ในสาระสำคัญ คือต้องทำให้สื่อของรัฐเป็นสื่อที่รับใช้รัฐ ไม่ใช่รัฐบาล ความสำเร็จเกือบจะเกิดขึ้นแล้ว เมื่อคณะกรรมการในยุคนั้นได้ศึกษาโครงสร้างสื่อของรัฐ และวางกลไกในการทำให้สื่อรัฐปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่สุดท้ายข้าราชการประจำที่ยังต้องอิงแอบอยู่กับระบบอุปถัมภ์ ก็ปฏิเสธโครงสร้างนี้ และยืนยันที่จะเดินทางตามแบบแผนประเพณีดั้งเดิมต่อไป
ปฏิรูปสื่อ เพื่อใคร และเพื่อเหตุผลใด แน่นอนว่าจะต้องมีคำถาม ประการหนึ่งนี่มิใช่เรื่องใหม่ และหาใช่ความจำเป็นเร่งด่วนไม่ นายอภิสิทธิ์อาจไม่ได้คิดหาเหตุผล ความจำเป็นด้วยซ้ำว่า เขากล่าวคำว่าปฏิรูปสื่อขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ใด นอกจากการเป็นส่วนหนึ่งในแผนการเมือง ว่าด้วยการปรองดอง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าการปฏิรูปสื่อจะประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับสื่อ เพราะสื่อต้องเป็นบุคคลที่มีสิทธิและเสรีภาพในการทำงาน นี่ก็ไม่ใช่ประเด็นใหม่อะไร คำตอบอยู่ที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเอง ที่ต่างได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาอันเป็นแก่นแท้ของการปฏิรูปสื่อแล้ว และจะต้องดำเนินการอย่างเป็นอิสระ รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน รับผิดชอบกับผู้บริโภคข่าวสารโดยไม่ตกอยู่ภายใต้เงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาของรัฐบาล หรือกลุ่มอำนาจใด



