
จริงครึ่งเดียวกับพลาดโดยสุจริต
น่าเสียดายที่ความพยายามสอบสวนว่ามีการใช้ข้อมูลอินไซเดอร์เข้าซื้อ-ขายหุ้นของบริษัทไทยคมหรือไม่นั้น มีการเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง จนแทบจะบดบังความผิดปกติที่บางทีเกิดจากการเลินเล่อ ละเลย
ฝ่ายค้านเลือกใช้เครื่องมือทางสภา ผ่านกรรมาธิการการเงินการคลัง และสถาบันการเงิน แทนที่จะรอฟัง ก.ล.ต.ตรวจสอบเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมีผลกระทบกับราคาหุ้น
ตัวละครในเรื่องนี้ก็มีไม่กี่คน นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช รมว.ไอซีที จุติ ไกรฤกษ์ วอลล์เปเปอร์ของนายกฯ ศิริโชค โสภา
ทั้งหมดนั้นยอมรับว่า มีความพยายามติดต่อกองทุนเทมาเส็กเพื่อขอซื้อคืนดาวเทียมไทยคมจริง เมื่อถูกผู้สื่อข่าวไปถาม หลังจากปรากฏรายงานข่าวเรื่องนี้ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
ข่าวมาอย่างนี้ แต่ประเด็นที่ฝ่ายค้านกำลังสอบกลับมุ่งเป้าไปที่ว่างานนี้ปั่นหุ้นแหงๆ ทั้งที่น่าจะคิดว่า คนระดับนี้ จะมาตายน้ำตื้นแค่นี้เองหรือ
ฝ่ายค้านน่าจะรู้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมหลังจากที่รัฐบาลเริ่มเห็นชัดเจนแล้วว่า พิษสงของพีทีวีนั้นปลุกคนเสื้อแดงเรือนแสนมาชุมนุมได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน
มีการพบปะกันระหว่าง มาดามโฮ ประธานเทมาเส็ก กับรัฐมนตรีของไทย มีการร้องขอให้เทมาเส็กสั่งปิดช่องสัญญาณพีทีวี หาไม่แล้วรัฐบาลไทยจะใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการกับไทยคม โดยเฉพาะกรณีดาวเทียมไอพีสตาร์
หรือไม่ก็ขอให้รัฐบาลไทยซื้อคืนดาวเทียมไทยคมกลับคืนมา
คนระดับมาดามโฮนั้น ใครก็รู้ว่า การก้าวขึ้นมาเป็นประธานกองทุนเทมาเส็กได้นั้น ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แล้วมีหรือจะค้าความกับไทยด้วยเรื่องแค่นี้ อย่าว่าแต่ดาวเทียมนี้ก็ไม่ได้คิดจะซื้อแต่แรก แต่เพราะแม้วเอาไปขายพ่วงเอไอเอส
ท่าทีของมาดามโฮ จึงเป็นไปในลักษณะที่ว่า อย่าให้กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์เลย...หากไทยจะซื้อคืน ก็พร้อมจะขาย แต่ติดปัญหาที่ว่า ไทยคม มีบริษัทลูกอยู่ 1 บริษัท ที่ทำธุรกิจโทรศัพท์อยู่ที่ลาวกับกัมพูชา จึงขอเวลาเคลียร์ให้จบก่อน
มันก็น่าจะจบตรงนั้น !
ถ้าข่าวไม่แตก และวอลล์เปเปอร์ ซึ่งเข้าใจว่าไปทีหลัง (ราวๆ กลางเดือนเมษายน) ไม่ยืนยันว่า กำลังเจรจา และนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่แถลงยอมรับ เรื่องราวก็คงจะไม่บานปลายออกไป
หุ้นไทยคมก็คงไม่วิ่งชนเพดานทั้งที่ไม่ใช่ราคาที่แท้จริง
กรณีนี้มีคนได้กำไรและมีคนคาดว่าจะเจ๊ง รวมทั้งมีคนที่น่าจะเรียกว่า พลาดโดยสุจริต กับคนที่ให้ความจริงแค่ครึ่งเดียว
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



