
เล่าสู่กันฟัง-ไทยจะได้อะไรถ้าคิดการใหญ่เป็นเจ้าภาพงานเอ็กซ์โป
แม้แนวคิดเรื่องการที่ไทยจะเสนอชื่อขอเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ในปี 2563 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จะยังไม่ค่อยมีการขานรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดเรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกนี้มีมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ตั้ง
อันที่จริงหากความคิดฝันนี้บรรลุผลขึ้นมาเมื่อใด เชื่อว่าน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากเอาการ แต่จะคุ้มหรือไม่กับงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นอีกประเด็นที่คงต้องนำมาพิจารณา จะลองศึกษาดูจากประเทศจีน ซึ่งกำลังจัดงานอยู่ในขณะนี้ดูก่อนก็ได้
ถามว่าจีนเขาได้อะไรบ้างจากการจัดงาน ที่เห็นเด่นชัดจนสามารถนำมาวิเคราะห์ได้น่าจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่เป็นรูปธรรมและแบบที่เป็นนามธรรม
รูปธรรมคือ เกิดการจ้างงานขึ้นทั้งก่อนหน้าการจัดงาน ระหว่างจัด และหลังจัดเสร็จแล้ว มีการก่อสร้าง ตกแต่งอาคาร สถานที่ ถนนหนทางเป็นการใหญ่เพื่อให้บ้านเมืองสวยงาม ทันสมัย รวมไปถึงการสร้างหอแสดงบนพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 5 ตารางกิโลเมตร ริมสองฝั่งแม่น้ำผู่ กลางนครเซี่ยงไฮ้ การจัดเตรียมระบบคมนาคมที่เพียบพร้อม ฯลฯ ซึ่งสิ่งสาธารณูปโภคเหล่านี้ก็ยังคงใช้งานได้ต่อๆ ไป แม้เมื่องานจบไปแล้ว นี่ยังไม่รวมรายได้และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การโรงแรม และบริการที่ต่อเนื่องอีกหลากแขนง
แต่ประโยชน์ด้านนามธรรมน่าจะมีความสำคัญกว่ามากนัก เช่น เรื่องของความภาคภูมิใจของคนทั้งแผ่นดิน นอกจากนี้การจัดงานใหญ่ๆ ระดับโลกอย่างต่อเนื่องยังสามารถเบนความสนใจของประชาชนจากเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น และการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติว่า ภายในปีโน้นปีนี้จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงานที่ยิ่งใหญ่ นอกจากจะช่วยให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชนในชาติคือมีเป้าหมายเดียวกันแล้ว ยังช่วยให้ไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดฟุ้งซ่านในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์หรืออาจเป็นโทษต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศได้
สำหรับในระดับประเทศ ความสำเร็จในการจัดงานระดับโลกอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า จีนปัจจุบันมีศักยภาพเพียงไร นี่ยังไม่รวมไปถึงการใช้เป็นเครื่องมือกระชับสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศทั่วโลก และเป็นหนทางนำพาไปสู่ความเป็นสากลและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และตัวชี้ว่างานประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ปริมาณคนที่มาร่วมงานก็สามารถใช้เป็นตัววัดได้ดี จึงไม่แปลกใจเลยว่าตลอดเวลานับตั้งแต่เปิดงาน จะมีชาวจีนจากมณฑลต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาดูงานอย่างไม่ขาดสาย คล้ายๆ กับมีการเชิญชวนให้ชาวบ้านและผู้นำในชุมชนต่างๆ เหมือนพี่น้อง อบต. บ้านเราที่สบโอกาสได้นั่งรถมาท่องเที่ยวมหานครฟรีๆ ซึ่งวิธีนี้ต้องเรียกว่าทุกฝ่ายต่างก็มีความสุข
นอกจากนั้น ไม่นานมานี้จีนยังได้ประกาศแนวทางด้านการค้าๆ ขายๆ ว่าจะพยายามลดการมุ่งผลิตแต่สินค้าราคาต่อชิ้นถูกๆ แต่จะหันไปผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นของจีนเอง หรือจีนมีความชำนาญสูง ราคาแพงๆ เพราะรู้แล้วว่าสินค้าจำพวกไฮเทคเหล่านี้สามารถทำเงินได้ดีกว่ามาก แถมยังได้กำหนดเป้าหมายเอาไว้ให้ประชาชนด้วยว่า ภายในสองสามปีข้างหน้านี้ อยากให้ชาวจีนให้ความสำคัญกับอยู่อย่างมีศักด์ศรี มีเกียรติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งประเด็นนี้น่าสนใจมาก
สรุปก็คือ งานเอ็กซ์โป น่าจะส่งผลดีมีประโยชน์ต่อประเทศจีนในหลายๆ ด้าน ทีนี้เราก็อาจนำมาเป็นกรณีศึกษาว่าเขาทำอย่างไรจึงได้ประโยชน์อย่างนั้น แล้วถ้าเราจะจัดอย่างเขาบ้าง จะเกิดประโยชน์มากมายเหมือนเขาหรือเปล่า ถ้ามีก็น่าสนใจ แม้จะต้องใช้เงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน แต่ถ้ายังหาประโยชน์ไม่ค่อยพบมากนัก ก็น่าจะลองดูวิธีอื่นๆ ที่สามารถสร้างเกียรติยศชื่อเสียงให้แก่ประเทศ สร้างความเป็นเอกภาพให้คนในชาติ ลดปัญหาความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินกันมากนัก น่าจะเหมาะสมกว่าหรือไม่
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



