
คณะทำงานร่วมกกต.-อัยการคดียุบปชป.คาดถกเสร็จ9ก.ค.
คณะทำงานร่วมกกต. อัยการ คดียุบพรรค ปชป. เริ่มประชุมแล้ว เชื่อทำเสร็จ 9 ก.ค.
(22มิ.ย.) ได้มีการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีเงินบริจาคพรรคจำนวน 258 ล้านบาทนัดแรก โดยมีนายวิจิตร วิชัยสาร ที่ปรึกษาประธานกกต. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเป็นประธานในการประชุม
ทั้งนี้มีรายงานว่าที่ประชุมได้หารือและมอบให้นายวิจิตร เป็นผู้ให้ข่าวแต่เพียงผู้เดียวแต่เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายวิจิตร เพื่อสอบถามถึงผลการประชุม แต่ได้รับคำตอบเพียงว่า “ ยังไม่ว่าง เนื่องจากติดสอนหนังสืออยู่ และขอเป็นในพรุ่งนี้ ( 23 มิ.ย.) ก็แล้วกัน ” ก่อนที่จะไม่ยอมรับสายอีกเลย
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ในการประชุม ทางอัยการก็ได้นำเสนอ 8 ประเด็นที่เห็นควรให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมว่าเป็นเพราะเหตุใด โดยผู้แทนของทางกกต.ก็ได้ชี้แจงในแต่ละประเด็นว่า ประเด็นใดบ้างที่มีหลักฐานอยู่แล้วในสำนวน ตรงไหนอยู่หน้าที่เท่าใดของสำนวน และในประเด็นใดบ้างที่สามารถนำส่วนอื่นมาทดแทนได้
จากนั้นก็ได้ให้ที่ประชุมมีการอภิปรายแสดงความเห็นกัน จนได้แนวทางว่าแต่ละประเด็นนั้นควรมีการเพิ่มเติมรายละเอียดในจุดใดเข้าไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่จะฟ้องคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ก็มีบางประเด็น ที่คณะทำงานเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการเรียกสอบเพิ่มเติมทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสาร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งก็จะทำเรื่องขอให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนฯ ทำหนังสือเรียกมาให้ข้อมูลกับคณะทำงานร่วม ฯ และก็ได้มีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นอีก 1 ชุด เพื่อไปดูในประเด็นต่าง ๆ ด้วย รวมถึงได้มีการหารือถึงกรอบเวลาการทำงานเพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา 30 วันที่จะครบในวันที่ 13 ก.ค.โดยเบื้องต้นคณะทำงานจะต้องพยายามสรุปเรื่องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ก.ค. ก่อนจะส่งความเห็นให้กับนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งคณะทำงานฯนัดประชุมครั้งต่อไปในวันอังคารที่ 29 มิ.ย.
สำหรับในส่วนของหัวหน้าคณะทำงานที่เดิมตามคำสั่งแต่งตั้งของนายทะเบียนฯ ได้แต่งตั้งนายอิศระ หลิมศิริวงศ์ ให้ทำหน้าที่ดังกล่าว แต่มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นนายวิจิตรนั้น มีรายงานว่า นายอิศระได้มีหนังสือถึงนายทะเบียนฯเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาขอถอนตัวจากการทำหน้าที่หัวหน้าคณะทำงาน โดยให้เหตุผลว่าตนเองยังรับราชการในตำแหน่งอัยการอาวุโสอยู่ จึงไม่เหมาะที่จะมาทำหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานร่วมฯที่มีระดับรองอัยการสูงสุดร่วมเป็นคณะทำงานอยู่ จึงขอถอนตัวจากตำแหน่งดังกล่าวโดยขอทำหน้าที่เพียงคณะทำงานเท่านั้น ทางนายทะเบียนฯจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายวิจิตร ให้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานแทน



