
อานันท์ย้ำปฏิรูปประเทศคนละเรื่องกับปรองดอง
"อานันท์"ย้ำปฏิรูปประเทศคนละเรื่องกับปรองดอง แย้มต้นก.ค.ตั้งกรรมการปฏิรูปเสร็จ แนะสอนคุณธรรมจากเกม-กีฬา ด้านกทม.เปิดตัวหลักสูตรโตไปไม่โกง
(22มิ.ย.) นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานะ ประธานคณะกรรมการกำกับการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการวางแนวทางยุทธศาสตร์เพื่อปฏิรูปประเทศว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จึงไม่สามารถที่จะเปิดเผยแนวยุทธศาสตร์ใดๆ ได้ทั้งนี้มีแผนดำเนินการอยู่ในใจแล้ว แต่ต้องขอหารือร่วมกับนพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสอดคล้อง อย่างไรก็ตามตนมีความเห็นเดียวกับนพ.ประเวศ ที่ว่าการปฏิรูปและการปรองดองเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องของการวางรากฐานในอนาคต ส่วนเรื่องของความปรองดองนั้นเป็นเรื่องของทางรัฐบาลที่จะดำเนินการ
สำหรับการตั้งคณะกรรมการการกำกับการปฏิรูปประเทศนั้น เบื้องต้นตนจะเป็นผู้ที่ทาบทามเอง ซึ่งมีจำนวนกรรมการประมาณ 15-20 คน ที่เป็นผู้มาจากหลายภาคส่วน เช่น นักวิชาการ ประชาชน คาดว่าจะสรรหาแล้วเสร็จประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเป็นไปอย่างอิสระแน่นอน เมื่อสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น รัฐบาลจะนำไปใช้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล เพราะการกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องของการทำประโยชน์เฉพาะรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
ก่อนหน้านั้น นายอานันท์ ฐานะประธานที่ปรึกษาหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ โตไปไม่โกง ของกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมเป็นประธานเปิดตัวหลักสูตร พร้อมกับกล่าวให้โอวาทแก่คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนสังกัดกทม. ด้วยว่า หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่ต้องมาเรียนวิชาศีลธรรม หรือ หน้าที่พลเมือง แต่คนในต่างประเทศเขาเรียนรู้เรื่องคุณธรรมจากการเล่นเกม เล่นกีฬา ที่ได้กำหนดกติกาไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อใครทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษไม่ว่าจะให้ใบเหลืองหรือใบแดง และไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้น อยากให้ผู้ใหญ่พึงสังวรว่าการเรียนคือการอบรม บ่มนิสัย ไม่ใช่การท่องจำ สิ่งที่สำคัญก็คือ ผู้ปกครอง พ่อแม่ ที่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือไม่ใช่สอนให้เขาไม่โกง แต่ต้องสอนไม่ให้เขาเอาเปรียบหรือไปเบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ หรือ สังคม เพื่อที่จะได้กลายเป็นนิสัย นอกจากนั้นครู และระบบการศึกษาก็มีส่วนสำคัญในระบบการศึกษาด้วย
“ เมื่อไปถามนักเรียนว่าใครโกง เขาก็จะบอกว่า ครูใหญ่ ครูประจำชั้น ซึ่งคนที่เป็นครูต้องเป็นท่อน้ำที่บริสุทธิ์ การคัดเลือกบุคลากรที่จะมาสอนต้องคัดให้ดี ส่วนการปลูกฝังค่านิยมก็มีส่วนสำคัญ คือ ต้องมองโลกในแง่ดี ในหลายสังคมล้วนมีและมองเห็นปัญหา แต่ก็เลิกล้มไปเพราะขาดโอกาส แต่ผมเชื่อว่าปัญหามี แต่โอกาสมีมากกว่าปัญหา ” นายอานันท์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ โตไปไม่โกงของกรุงเทพมหานคร นั้น กทม. ได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ยกร่างหลักสูตร ซึ่งจะนำไปใช้ในการเรียนการสอนใน 280 โรงเรียนสังกัดกทม. ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป และจะจัดให้เป็นหลักสูตรการสอนที่ต่อเนื่อง โดยม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขี้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าเกิดจากผู้ที่มีความรู้แต่ไม่มีคุณธรรม ซึ่งการปลูกฝังคุณธรรมนั้น กทม. มองว่าควรจะปลูกฝังให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล กทม. จึงร่วมกับ นิด้า เพื่อยกร่างหลักสูตร และใช้ในการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่3 เพื่อนำร่อง ซึ่งหากหลักสูตรประสบความสำเร็จ ตนอยากให้ขยายการสอนไปยังระดับอื่น และสถาบันการศึกษาระดับอื่นด้วย



