
"อัซซูรี่"ปรับทัพลุ้นชนะ"สโลวะเกีย"เข้ารอบ2
"อัซซูรี่"อิตาลี ปรับทัพลุ้นเข้ารอบฟุตบอลโลกกับสโลวะเกีย ในเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม เอฟ วันที่ 24 มิ.ย. หวัง อันเดรีย ปิร์โล ฟิตพอทำเกมแดนกลาง ปรับ จิอัมเปาโล ปาซซินี ยืนหัวหอกตัวจริง ขณะที่ "ซามูไร" ญี่ปุ่น เน้นสมาธิขอแค่เสมอ "โคนม" เดนมาร์ก เข้ารอบจากกล
ศึกฟุตบอลโลก 2010 วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน เป็นเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่มเอฟ "อัซซูรี่" อิตาลี แชมป์เก่า พบกับ สโลวะเกีย ที่สนามเอลลิส ปาร์ค เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ในเวลา 21.00 น. ช่อง 3 ถ่ายทอดสด โดยเกมนี้ อิตาลี ที่มี 2 แต้มต้องการชัยชนะจะได้เข้ารอบอย่างแน่นอนแบบไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันของอีกคู่ ขณะที่ สโลวะเกีย ต้องชนะและลุ้นให้ ปารากวัย ชนะหรือเสมอ นิวซีแลนด์ ในเกมอีกคู่
อย่างไรก็ตาม มาร์เชลโล ลิปปี เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลี ยังต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ อันเดรีย ปิร์โล กองกลางจาก เอซี มิลาน ที่หายเจ็บน่องกลับมาซ้อมได้แล้ว ซึ่งหากว่าพร้อม ลิปปี จะส่งลงสนามเป็นตัวจริงในนัดนี้เลย ซึ่งนอกจาก ปิร์โล แล้ว ลิปปี ยังมีการปรับทัพเป็นการใหญ่ โดยแนวรับจะเน้นผู้เล่นที่เติมเกมรุกได้ ทำให้ จิอันลูกา ซามบรอตตา จะโยกไปเล่นเป็นแบ็กซ้าย และส่ง คริสเตียน มาจโจ ลงมาเป็นแบ็กขวา
แดนกลางหากว่า ปิร์โล ยังลงสนามไม่ได้ เจนนาโร กัตตูโซ อาจจะได้ลงมาเป็นตัวจริง พร้อมทั้งถอดเอา เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ เป็นตัวสำรอง เพื่อเติม เมาโร คาโมราเนซี ลงมา และคู่หัวหอก อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน ที่เล่นไม่ออกมา 2 นัดจะถูกถอดออกไปและให้ จิอัมเปาโล ปาซซินี ลงมาคู่กับ วินเชนโซ ยาควินตา
ฝั่ง สโลวะเกีย ของกุนซือ วลาดิเมียร์ ไวส์ ยังคงใช้แท็กติกเดิมเข้าสู้ แม้ว่าเกมที่ผ่านมาจะไม่สามารถหาจังหวะยิงประตู ปารากวัย ได้เลย และแม้ว่าจะต้องการชัยชนะเป็นสำคัญ แต่จะเน้นรับเอาเหนียวแน่นไว้ก่อนเปิดเกมรุกโต้กลับ และหวังว่าแนวรับของอิตาลีจะพลาดเหมือนในเกมกับนิวซีแลนด์
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
อิตาลี - เฟเดริโก มาร์เคตติ, จิอันลูกา ซามบรอตตา, คริสเตียน มาจโจ, ฟาบิโอ คันนาวาโร, จอร์โจ คิเอลลินี, ริคาร์โด มอนโตลิโว, อันเดรีย ปิร์โล, ริคาร์โด มอนโตลิโว, เมาโร คาโมราเนซี, ดานิเอเล เดรอสซี, วินเชนโซ ยาควินตา, จิอัมเปาโล ปาซซินี
สโลวะเกีย - แยน มูชา, ปีเตอร์ ปีคาริค, มาร์ติน สเคอร์เทล, แยน ดูริกา, คอร์เนล ซาลาตา, ซเดนโก สตาร์บา, วลาดิเมียร์ ไวส์, มาเรค ฮัมซิค, แยน โคซัค, สตานิสลาฟ เชสตัค, โรเบิร์ต วิทเทค
ปารากวัยตั้งเป้าแชมป์กลุ่ม
อีกคู่ของกลุ่ม เอฟ ปารากวัย ที่มีไปแล้ว 4 แต้ม จะพบกับ "กีวี" นิวซีแลนด์ ที่มี 2 แล้ว ที่สนามปีเตอร์ โมกาบา เมืองโพโลเควน ในเวลาเดียวกัน ช่อง 11 ถ่ายทอดสด โดย ปารากวัย ต้องการแค่เสมอก็จะได้เข้ารอบแน่นอน แต่หากว่าชนะได้ก็จะเป็นแชมป์กลุ่มทันที ขณะที่ นิวซีแลนด์ ต้องชนะ จะได้เข้ารอบอย่างแน่นอน หรือหากมีทีมใดชนะก็จะไปวัดกันที่ผลต่างประตูได้เสีย หรือหากว่าเสมอ ก็ต้องลุ้นให้อีกคู่เสมอและตัวเองยิงประตูได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ปารากวัย ประกาศชัดเจนว่าจะเล่นเกมนี้เพื่อชัยชนะ และจะเข้ารอบแบบเป็นแชมป์กลุ่ม เพื่อไม่ต้องไปเจอกับ ฮอลแลนด์ ที่คาดว่าจะเป็นแชมป์กลุ่ม อี ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้จะยังเล่นในระบบ 3 หัวหอกด้วยการใช้ ลูคัส บาร์ริออส, โรเก ซานตาครูซ และเนลสัน บัลเดส
ขณะที่ นิวซีแลนด์ แม้ว่าจะได้ เกลน มอสส์ ผู้รักษาประตูพ้นโทษแบน 4 นัดกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะแย่งตำแหน่งของ มาร์ค ปาสตัน ที่โชว์ฟอร์มได้ดีใน 2 นัดที่ผ่านมา แต่แดนกลางยังคงไม่มี ทิม บราวน์ ที่ยังไม่หายเจ็บหัวไหล่ ส่งผลให้ อิวาน วิเซลิช มิดฟิลด์ตัวเก๋าจะทำเกมร่วมกับ ไซมอน เอลเลียต ต่อไป
ด้านเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม อี "ซามูไร" ญี่ปุ่น จะพบกับ "โคนม" เดนมาร์ก ที่สนามรอยัล บาโฟเกง เมืองรุสเทนเบิร์ก ในเวลา 01.30 น. ช่อง 11 ถ่ายทอดสด โดยทั้งสองทีมต่างมี 3 แต้มจากการชนะ แคเมอรูน และแพ้ ฮอลแลนด์ แต่ญี่ปุ่น มีความได้เปรียบในเรื่องประตูได้เสีย ทำให้ ญี่ปุ่น ต้องการแค่เสมอก็จะได้เข้ารอบอย่างแน่นอน หรือหากว่าชนะได้แล้ว ฮอลแลนด์ ไปแพ้ แคเมอรูน ในเกมอีกคู่ ก็มีโอกาสเป็นแชมป์กลุ่มเช่นกัน ขณะที่ เดนมาร์ก นั้นต้องชนะสถานเดียว
จากความได้เปรียบของ ญี่ปุ่น ทำให้ ทาเคชิ โอกาดะ โค้ชของทีมสั่งให้ลูกทีมเน้นเรื่องสมาธิเต็มที่เพื่อการเข้ารอบ 2 นอกบ้านตัวเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และในส่วนของแท็กติกจึงต้องวางแท็กติกเดียวกับเกมที่แพ้ ฮอลแลนด์ เน้นความเหนียวแน่นเอาไว้ก่อน โดยแม้ว่าผู้เล่นจะทำงานหนักกันมา 2 นัด แต่เรื่องพละกำลังยังเหลือเฟือ จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง ชุนสึเกะ นากามูระ ยังจะนั่งเป็นที่เด็ดที่ม้านั่งสำรอง และปล่อยให้ เคซึเกะ ฮอนดะ ลุ้นเกมโต้กลับกับ โยชิโตะ โอคุโบะ
ขณะที่ เดนมาร์ก มีปัญหาในแนวรับเมื่อ ไซมอน ชาร์ จะติดโทษแบนจากการโดน 2 ใบเหลือง แต่ มาร์เทน โอลเซน มี เพอร์ โครลดรูป กองหลังจากปาแลร์โมพร้อมลงสนามแทนอยู่แล้ว และในตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บเพิ่ม โดยทั้ง นิคลาส เบนท์เนอร์ กับ ยอน ดาห์ล โทมัสสัน 2 กองหน้าที่มีปัญหาเรื่องความฟิตอยู่บ้าง ยังฟิตพอจะลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ พบกันมาครั้งเดียว เดนมาร์ก ชนะ ญี่ปุ่น มา 3-2
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ญี่ปุ่น - ไอจิ คาวาชิมา, ยูอิจิ โคมาโน, มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ, ยูโตะ นางาโตโม, ยูจิ นากาซาวา, ยูกิ อาเบะ, ยาสึฮิโตะ เอนโดะ, ไดสึเกะ มัตสึอิ, มาโคโต ฮาเซเบะ, เคซึเกะ ฮอนดะ, โยชิโตะ โอคุโบะ
เดนมาร์ก - โธมัส โซเรนเซน, ลาร์ส ยาคอปเซน, เพอร์ โครลดรูป, ดาเนียล แอ็กเกอร์, ไซมอน โพลเซน, เยสเปอร์ กรุนชาร์, คริสเตียน โพลเซน, มาร์ติน ยอร์เกนเซน, เดนนิส รอมเมดาห์ล, นิคลาส เบนท์เนอร์, ยอน ดาห์ล โทมัสสัน
อีกคู่ของกลุ่ม อี "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ที่มี 6 แต้มได้เข้ารอบแน่นอนแล้วจะพบ "หมอผี" แคเมอรูน ที่ตกรอบไปแล้ว ที่สนามกรีนพอยต์ เมืองเคปทาวน์ ในเวลาเดียวกัน ช่อง 7 ถ่ายทอดสดแต่ ฮอลแลนด์ ยังต้องการเสมอเป็นอย่างน้อยเพื่อเป็นแชมป์กลุ่มอย่างแน่นอน ซึ่ง เบิร์ต ฟาน มาร์วิค จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตามสมควรเพื่อให้โอกาสตัวสำรองลงสนามบ้าง และที่สำคัญ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่งที่หายเจ็บกลับมา น่าจะได้ลงสนามเพื่อเรียกความเฉียบคมกลับมาอีกครั้ง ส่วน แคเมอรูน แม้ว่าจะตกรอบไปแล้ว แต่ประกาศจะเล่นเต็มที่เพื่อให้มีผลงานกลับบ้านบ้าง



