ข่าว

อุตฯเซรามิกยิ้มร่าออเดอร์ตปท.ทะลักกว่า100%

อุตฯเซรามิกยิ้มร่าออเดอร์ตปท.ทะลักกว่า100%

22 มิ.ย. 2553

อุตฯ เซรามิก ยิ้มร่าออเดอร์ต่างประเทศทะลักกว่า 100% ขณะที่แรงงานขาดแคลนหันพึ่งแรงงานพื้นที่สูงแทน ดันค่าจ้างพุ่งวันละกว่า 170 บาทจากค่าแรงขั้นต่ำวันละ 154 บาท ด้านผู้ประกอบการกว่า 40% รุกเจาะตลาดตะวันออกกลาง-อเมริกาใต้เพิ่มทางเลือก คาดปี 53 รายได้อุตฯ เซ

 นายอธิภูมิ กำธรวรินทร์ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ตลาดอุตสาหกรรมเซรามิกภาพรวมครึ่งปีแรกปี 2553 พบว่ากระเตื้องขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีเข้ามากว่า 100% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาออร์เดอร์หายไปเกือบหมด ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนจนต้องมีการเลย์ออฟพนักงานออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มกระเตื้องขึ้น

 สาเหตุเนื่องจากปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาส่งผลให้สต๊อกสินค้าลดน้อยลง ดังนั้น จึงมีการออเดอร์เพื่อให้มีสินค้าคงคลังเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ผู้ประกอบการมีประสบการณ์จากวิกฤตเศรษฐกิจปีที่ผ่านมาที่กลุ่มประเทศคู่ค้าหลักทั้งยุโรปและอเมริกาต่างประสบปัญหาจึงหันไปเจาะตลาดกลุ่มใหม่ทั้งกลุ่มตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ เพิ่มขึ้นจากตลาดเดิมที่มีสัดส่วนตลาดยุโรป 45-50% กลุ่มอเมริกา 30% ที่เหลือเป็นกลุ่มเอเชีย ออสเตรเลีย ฯลฯ

 ตอนนี้ผู้ประกอบการส่งออกกว่า 30-40% หันไปเจาะตลาดกลุ่มตะวันออกกลางและอเมริกาใต้เมื่อปลายปี 2552 เป็นต้นมา บางส่วนก็เริ่มเข้าสู่ตลาดได้และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่อีกส่วนหนึ่งต้องมีการปรับปรุงดีไซน์ สไตล์สินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ การหาตลาดใหม่เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลย์ให้กับผู้ประกอบการ เป็นการกระจายความเสี่ยง

 "แม้ว่าออเดอร์จะกลับมาและโรงงานหลายแห่งได้เดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 6 วันเต็มเพื่อผลิตให้ทันกับออเดอร์ แต่ก็ต้องประสบปัญหาแรงงานขาดแคลน เนื่องจากทุกอุตสาหกรรมเริ่มมีออร์เดอร์อีกครั้งจึงทำให้เกิดการกวาดต้อนแรงงานข้ามจังหวัดถึงในพื้นที่ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมลำพูน อยุธยา และกรุงเทพ ฯลฯ ตอนนี้เราก็แก้ไขโดยการใช้แรงงานบนพื้นที่สูง จัดรถรับส่งให้มาทำงาน และยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนมากกว่าเฉลี่ยวันละกว่า 165-170 บาท ไม่รวมค่าโอทีต่างหาก ซึ่งมากกว่าแรงงานขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 154 บาทต่อวัน" นายอธิภูมิ กล่าว

 ปัจจุบัน จำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเซรามิกที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมกว่า 11,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีจำนวนแรงงาน 1,000 คน มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 200 โรงงาน จากเดิมที่มีการขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 249 โรงงาน ซึ่งเป็นผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจจึงทำให้เกิดการปิดกิจการลงแต่ส่วนมากเป็นโรงงานขนาดเล็กเป็นโรงงานที่ส่งออก 100% จำนวน 10 โรงงาน ที่เหลือจะเฉลี่ยน้ำหนักระหว่างส่งออกและผลิตภายในประเทศ

 นายอธิภูมิ กล่าวต่ออีกว่า ปี 2553 คาดการณ์ว่ารายได้จากอุตสาหกรรมเซรามิกทั้งส่งออกและในประเทศจะมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าเพียง 2,800-3,000 ล้านบาท