
"อภิสิทธิ์"หนักใจน้ำน้อยกระทบนาปรังต้นปีหน้า
นายกฯหนักใจน้ำน้อยกระทบนาปรังต้นปีหน้า มอบ ก.เกษตรฯ วางแผนรับ ครม.ยืดหนี้ งดดอกเบี้ย ธกส.เดือนครึ่ง ให้ชาวนาที่เลื่อนทำนาปีเพราะปัญหาภัยแล้ง ให้ ก.เกษตร-อุตฯ ดูแลปัญหาไข่-น้ำตาลแพง พายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชน-สวนลำไยเสียหาย
(22มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงสถานการณ์น้ำว่า สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น และในส่วนของภัยแล้งก็มีมาตรการดูแลเกษตรกรอยู่ ก็คิดว่าในส่วนของสถานการณ์ที่จะหนักในการบริการจัดการก็เป็นช่วงของการทำนาปรังต้นปี ก็ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิดตั้งแต่แรกว่าจะทำแนวทางไหนอย่างไร
ครม.คลอดเกณฑ์ช่วยเกษตรกรที่ไม่มีน้ำทำนา
นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ตามที่ครม.เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมามอบหมายให้ตนและ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไปดูแลในเรื่องของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งนั้น วันนี้ได้ข้อยุติว่าเกษตรกรซึ่งประสบกับปัญหาขาดรายได้ในช่วง 1 ถึง 1 เดือนครึ่ง ที่ไม่มีน้ำทำให้เกษตรกรทำนาได้ล่าช้านั้นจะให้เข้าไปรับการช่วยเหลือผ่านการเลื่อนการชำระหนี้กับการงดเก็บดอกเบี้ยของ ธกส. ซึ่งขณะนี้ที่ได้สำรวจน่าจะมีเกษตรกรที่อยู่ในข่ายประมาณ 9 แสนรายที่เป็นลูกค้า สำหรับหลักเกณฑ์ก็คือจะเลื่อนการชำระหนี้เงินต้นออกไป 1 เดือน และจะงดภาระดอกเบี้ยให้อีก 1 เดือนครึ่ง แต่จะคิดจากมูลหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท
“ถือว่าเป็นมาตรการที่น่าเหมาะสมเพราะว่าเกษตรกรเหล่านี้คือคนที่ขาดรายได้ไปในช่วงนี้ก็ไม่ควรจะมีภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลก็จะจัดงบประมาณชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยของ ธกส.ให้ โดยประเมินงบประมาณก็จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ร้อยล้านบาท”นายกฯ กล่าว
ครม.ให้ก.เกษตร-อุตฯดูแลปัญหาไข่-น้ำตาลแพง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ครม.ได้ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ไปดูเรื่องไข่ เพราะมีเสียงร้องเรียนมาเยอะว่ามีราคาแพงขึ้น และได้ให้กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ไปดูเรื่องของน้ำตาล ที่มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รายงานกับ ครม.ว่าน้ำตาลในสต็อกนั้นไม่ได้ขาด แต่กำลังอยู่ในระหว่างการเร่งระบายออกมาสู่ตลาดให้มากที่สุด
พายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชน-สวนลำไยเสียหาย
ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลหนองโสน ( หนองสะโน ) อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ช่วยกันเก็บเศษไม้และสังกะสี หลังเมื่อคืนที่วันที่ 21 มิ.ย.ผ่านมา เกิดพายุฝน พัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย รวม จำนวน 58 หลังคาเรือนในเขตตำบล 2 ตำบลหนองโสน โดยพายุได้พัด เอาหลังคา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลังคาสังกะสี และไม้ได้รับความเสียหาย และลมที่พัดอย่างรุนแรงยังได้พัดสวนลำไย ที่ใกล้เก็บผลผลิตในเดือนหน้า สร้างความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบ้าน จำนวนหลายต้น
นายสำฤทธิ์ หล่าเพีย อายุ 68 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ต.หนองโสน เปิดเผยว่า ในขณะที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมีฝนตกลงมา ลมพายุได้พัดกระโชกอย่างรุนแรง นานกว่า 10 นาที และพัดเอาหลังคา ซึ่งมุงด้วยสังกะสี หายไปทั้งแถบ ปลิวตามกระแสลมเหมือนเครื่องบินไปตกอยู่กลางไร่ข้าวโพด และมีฝนตกลงมา ทำให้เสื้อผ้า และผ้าห่มพร้อมกับเครื่องนอนเปียก ตนเองต้องไปอาศัยนอนบ้านญาติ
นายวิเชียร ทาเอี๊ยะ เจ้าของสวนลำไย กล่าวว่า จากที่ลมพายุพัดจนทำให้ต้นลำไย จำนวน กว่า 20 ต้น ที่ใกล้เก็บผลผลิตในเดือนหน้า ต้องได้รับความเสียหาย ซึ่งหากไม่เกิดความเสียหาย จะได้ผลผลิตต้นละ 5000 บาท ทำให้เสียหายเป็นอย่างมาก
ล่าสุด ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน เร่งให้เจ้าหน้าที่ ออกสำรวจความเสียหายทั้งหมด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว



