ข่าว

โวยรัฐกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
กระทบงบ อปท.ทำรายได้ท้องถิ่นหาย 7,000 ล.

โวยรัฐกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ กระทบงบ อปท.ทำรายได้ท้องถิ่นหาย 7,000 ล.

23 มิ.ย. 2553

หาดใหญ่ - ส.ท.ท.ของบท้องถิ่นคืน โดยเฉพาะงบประมาณอาหารกลางวันรัฐบาล โอนเงินไม่ครบ ยอดหายไปร่วม 1,500 ล้านบาท พร้อมจี้รัฐปลดล็อกการเก็บภาษีที่ดิน

  นายทรงศักดิ์ ทวีทอง เลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐบาลที่กระตุ้นอสังหาริมทรัพย์และมีการลดการเก็บภาษีที่ดิน จาก 2% เหลือเพียง 0.01% นั้น  ได้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสูญเงินไปกว่า 7,000 ล้านบาท ดังนั้นท้องถิ่นจึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินส่วนที่หายไปนี้ และให้การจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์กลับมาเป็น 2% เหมือนเดิม

 อย่างไรก็ดี การจัดสรรภาษีของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในงบประมาณปี 2553 ในรอบ 9 เดือน รายได้เข้าสม่ำเสมอ และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2552 แม้จะมีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ซึ่งไปกระทบเศรษฐกิจประเทศก็ตาม โดยรายได้ที่มีการจัดสรรแล้ว 90,228.78 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี 2552 ในรอบระยะเวลาเดียวกัน 14,006.14 ล้านบาท

  "ในปี 2553 คาดว่ารายได้ท้องถิ่นจะอยู่ที่ประมาณ 127,301.18 ล้านบาท สูงกว่าปี 2552 ซึ่งท้องถิ่นได้ 107,618.13 ล้านบาท เป็นเงิน 23,947.74 ล้านบาท หรือบวก/ลบไม่เกินร้อยละ 10 เงินที่ได้รับจัดสรรสามารถไปชดเชยเงินอุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถูกปรับลดลงไปร้อยละ 56 ได้ อย่างไรก็ตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ควรประมาท แต่ควรระมัดระวังการใช้จ่ายเงินในไตรมาสสุดท้ายนี้" นายทรงศักดิ์ กล่าว

  นายประภัสร์ ภู่เจริญ อดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศ และนายกเทศมนตรีเมืองลำพูน กล่าวว่า ปัญหางบประมาณท้องถิ่นอีกตัวหนึ่งก็คืออาหารกลางวัน ซึ่งตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ได้โอนเงินนี้มาให้ท้องถิ่น 1,686 ล้านบาท ทั้งที่งบประมาณจริงๆ ในส่วนนี้คือ 3,400 ล้านบาท ดังนั้นจำเป็นที่ท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรมาไม่ครบ จะต้องแจ้งข้อมูลนี้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับทราบ และต้องหาตัวเลขเงินที่ขาดไปให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภาระแก่ท้องถิ่น

 “ผมจึงได้กำชับให้ทุกท้องถิ่นไปดูตัวเลขตรงส่วนนี้ และทำหนังสือถึงกรมว่าเขาขาดอยู่เท่าไหร่ และในอนาคตเราจะผลักดันให้งบประมาณส่วนนี้โอนไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อไม่ให้กลายมาเป็นภาระของท้องถิ่น หรือโอนไปให้แก่เขตพื้นที่การศึกษา เพราะทุกวันนี้หลายเทศบาลถูกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากล่าวหาว่าให้เงินไม่ครบ แม้ว่าในช่วง 6 เดือนแรกอาจจะไม่มีปัญหา แต่เดือนตุลาคม-กันยายน น่า จะต้องมีใครรับผิดชอบ” นายประภัสร์ กล่าว