
350ล.ซื้อเรือเหาะติดกล้องสอดแนมกลุ่มป่วนใต้
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงสร้างปัญหา หนักใจ ให้รัฐบาลในยุคของพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ กลุ่มก่อการร้าย พยายาม รุกคืบ เพื่อหวังทำลายความเชื่อมั่นของ รัฐบาล-กองทัพ
ล่าสุด “กลุ่มก่อการร้าย” ได้ปฏิบัติการอุกอาจด้วยการก่อเหตุสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เสียชีวิต 7 นาย ภายในสัปดาห์เดียวกัน เริ่มจากเหตุซุ่มโจมตีชุดลาดตระเวนเสียชีวิต 3 นาย และเหตุการณ์ที่สองคือ การลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดประสานงานพร้อมทหารพรานอีก 4 นาย ระหว่างเดินทางกับจากค่ายอิงคยุทธ จ.ยะลา
แม้ว่า “รัฐบาล-กองทัพ” จะพยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาก็ตาม แต่ก็ยัง “เดิมตามหลัง” กลุ่มก่อการร้ายที่ยังคงเดินเกมเหนืออำนาจรัฐ โครงการจัดซื้อจัดหา “เรือเหาะ” หรือ บอลลูนยักษ์ เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหา
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดซื้อจัดหา “เรือเหาะ” จำนวน 1 ลำ จากบริษัท แอร์เรียอินเทอร์เนชั่นแนล ของประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยงบประมาณ 350 ล้านบาท ให้แก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจงานด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งการสนับสนุนใน “เชิงรุก-เชิงรับ” ซึ่งการปฏิบัติการ “เชิงรับ” คือการปฏิบัติภารกิจสำรวจพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การลาดตระเวนพื้นที่ตามแนวชายแดน การเฝ้าตรวจเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะเส้นทางการรถไฟที่กลุ่มก่อการร้ายใช้เป็นเงื่อนไขในการก่อเหตุเพื่อ “ดิสเครดิต” อำนาจรัฐ
ส่วนการปฏิบัติการ “เชิงรุก” คือ เรือเหาะ สามารถบินเข้าไปบันทึกภาพเหตุการณ์เพื่อติดตามในการบัญชาการ ซึ่งภาพที่บันทึกไว้สามารถส่งสัญญาณไปปรากฏที่ศูนย์บัญชาการที่อยู่ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า)
สนนราคา 350 ล้านบาทนั้น จำแนกเป็นตัวเรือเหาะ 260 ล้านบาท กล้องส่องกลางวัน และกลางคืน รวม 2 ตัว ราคา 70 ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลืออีก 20 ล้านบาท ใช้สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์สื่อสารภาคพื้น รวมเป็นระบบเรือเหาะบอลลูน 1 ชุด ซึ่งสมรรถนะการลอยหรือบินอยู่ในอากาศจะสามารถบินได้สูงพ้นระยะรัศมีทำการของปืนเอ็ม 16 และบินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. บอกว่า ที่ซื้อเพราะมีความจำเป็น นำมาใช้ในภารกิจลาดตระเวนหาข่าวป้องกันประเทศ เน้นพื้นที่ภาคใต้ และดูแลตามแนวชายแดน ตามภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพ
นอกจากนี้ บริษัทแอร์เรียอินเทอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ยานยนต์ ส่วนประกอบเครื่องบิน มีออปชั่นให้คือ จะสร้างโรงเก็บเรือเหาะในจำนวน 30 ล้าน ส่วนสถานที่ต้องมาดูที่เหมาะสมกันอีกครั้ง
เรือเหาะลำนี้มีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ เพราะ กอ.รมน.ต้องการยุทโธปกรณ์ที่รวดเร็วที่สุด นำไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ส่วนภารกิจรองคือการตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่รั้วประเทศ ใช้ในเรื่องการเฝ้าตรวจพื้นที่ เช่น ทางรถไฟ เขื่อน โรงไฟฟ้า จุดคมนาคมที่สำคัญ นอกเหนือนั้นจะทำให้ลักษณะที่สังเกต ในการวางแผนจัดกำลังเข้าไปดูกำลัง ดูเส้นทางของการก่อความไม่สงบในการหลบหนี
"เหมือนมีดวงตาเฝ้าระวังบนอากาศ สามารถมองเห็นการค้าของผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์"
จากเดิมมียุทโธปกรณ์ เครื่องบินไร้คนขับ หรือยูเอวี แต่ต้องพัฒนากันมากยิ่งขึ้น เพราะกล้องติดยูเอวีอาจจะไม่เห็นภาพคมชัดเหมือนภาพจริง หรือ เรียลไทม์
เรือเหาะจะสามารถบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ได้ทั้งกลางวัน กลางคืน มีความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถบินได้ 8 ชั่วโมงต่อครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ 2 นาย คอยควบคุมอุปกรณ์กล้องตรวจการณ์ทั้งในการกลางวันและกลางคืน
ถ้าเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ทั้งชีวิตและงบประมาณของรัฐลบาล กับความคาดหวังในสมรรถนะของเจ้าเรือเหาะลำนี้ สนนราคา 350 ล้านบาท นับเป็นราคาที่สมเหตุสมผล แต่จะสมประโยชน์หรือไม่ ยังต้องรอผลการพิสูจน์



