
รวบ2โจรแฝดควงปืนปลอมตระเวนจี้เซเว่นฯ
2พี่น้องฝาแฝดไม่มีงานทำออกตระเวนจี้ชิงทรัพย์ตามร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นอาศัยช่วงเช้ามืดปลอดคนใช้ปืนปลอมบุกเข้าจี้ชิงทรัพย์ แต่พลาดพนักงานแอบโทรแจ้ง 191 ส่ง ตร.มาตะครุบไว้ทันรับทำหมายหลายท้องที่
(22มิ.ย.) เมื่อเวลา 05.15 น. พ.ต.ท.ณัฐนิติ หลุ๊ดหล๊ะ สวป.สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาปากซอยลาดพร้าว 80 เลขที่ 1992-1996 ถนนลาดพร้าว ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. และคนร้ายยังอยู่ในร้าน จึงนำกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวนเข้าไปเข้าตรวจสอบ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายเป็นชาย 2 คนกำลังวิ่งหนีมุ่งหน้าไปปากซอยลาดพร้าว 74 เจ้าหน้าที่จึงรีบนำจักรยานยนต์และรถสายตรวจออกติดตามไปทันที ซึ่งคนร้ายกำลังวิ่งหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่จึงกระโดดเข้าไปตะครุบตัวทั้งสองเอาไว้ได้ในสภาพสะบักสะบอม ทราบชื่อนายสมศักดิ์ มโนรมย์ อายุ 34 ปี และนายอิสระ มโนรมย์ อายุ 34 ปี ทั้งคู่เป็นฝาแฝดกัน อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่8 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกระเป๋าเป้สีดำ 1 ใบ ภายในมีเงินสดทั้งธนบัตรและเหรียญอยู่จำนวนมาก พร้อมหมวกไหมพรมสีน้ำตาลและเสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปค้นหาอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและโยนทิ้งระหว่างหลบหนี โดยคนร้ายโยนมีดและปืนปลอมแบบออโตเมติกทิ้งไว้ที่กอหญ้าใต้ต้นไม้ริมฟุตปาทใกล้จุดที่ถูกจับกุม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำตัวไปให้พนักงานของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นชี้ตัว ซึ่งพนักงานทุกคนก็สามารถชี้ตัวและยืนยันว่าทั้งคู่เป็นผู้ก่อเหตุจริง
จากการสอบถาม น.ส.อรวรรณ บรรพตสกุล อายุ 23 ปี พนักงานของร้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่ตนและน.ส.ทิพวรรณ นาโควงค์ อายุ 21 พนักงานของร้าน ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์เก็บเงิน และ น.ส.ทวีวรรณ ฉลาดแย้ม อายุ 34 ปี กับ น.ส.สุภัทรา ทองศิริ อายุ 28 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน เช็คสต๊อกอยู่ที่หลังร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ใส่หมวกแก๊ปสีดำ และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้านแล้วปรี่เข้ามาหาตนที่เคาท์เตอร์ จากนั้นก็ชักปืนออกมาพร้อมกับข่มขู่ว่าให้เอาเงินจากเครื่องเก็บเงินออกมาให้ มีเท่าไหร่เอามาให้หมด จึงบอกไปว่าไม่มีกุญแจ ชายดังกล่าวก็ขู่ว่าจะยิงทิ้งจึงต้องหยิบลูกอมที่หน้าเคาท์เตอร์แล้วใช้เครื่องสแกนลูกอมให้เครื่องเก็บเงินเปิดออก จากนั้นชายดังกล่าวก็หยิบเงินจากเครื่องเก็บเงินทั้ง 3 เครื่องไป โดยจะเน้นหยิบแบงค์ร้อยและแบงค์พันได้เงินไปประมาณ 5,000 บาท
น.ส.อรวรรณ เล่าเหตุการณ์ต่อว่า สักครู่ก็มีคนร้ายเป็นชายอีก 1 คน สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ ใส่หมวกไหมพรมสีน้ำตาลและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาหาตนพร้อมกับชักมีดพับออกมาข่มขู่ แล้วบอกให้เปิดเซฟที่อยู่ด้านล่างเครื่องเก็บเงินออกมา จึงบอกไปว่าไม่มีกุญแจ ชายคนเสื้อดำจึงเดินไปที่หลังร้านแล้วใช้อาวุธปืนข่มขู่ให้ น.ส.ทวีวรรณออกมาจากหลังร้าน แล้วเดินมาเปิดเซฟให้ โดยได้เหรียญที่ไว้ใช้สำหรับทอนเงินให้ลูกค้าไปจำนวน 3 ถุง ถุงละ 1 พันบาท รวม 3 พันบาท แต่ขณะที่คนร้ายไปนำตัว น.ส.ทวีวรรณ ออกมาจากหลังร้าน คนร้ายไม่ทันเห็นว่า มีน.ส.สุภัทรา อยู่หลังร้านอีกคน น.ส.สุภัทราจึงล็อกประตูด้านในแล้วโทรศัพท์แจ้งที่ 191 เพื่อให้ช่วยประสานตำรวจท้องที่ให้จึงทำให้ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
"ตอนเกิดเหตุทุกคนตกใจอย่างมาก ทุกคนทำอะไรกันไม่ถูก คนร้ายขู่จะทำร้ายตลอดเวลาหากไม่เปิดเครื่องเก็บเงินและตู้เซฟให้ แล้วตอนนั้นก็ไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อของเลยทำให้คนร้ายลงมือได้อย่างง่ายดาย" น.ส.อรวรรณ กล่าวถึงนาทีระทึก
จากการสอบสวนนายอิสระ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนปลอม และมีดเข้าไปจี้ชิงทรัพย์จริง โดยตนกับนายสมศักดิ์ เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน พักอยู่ย่านลาดกระบัง และยังไม่มีงานทำ จึงออกมาตระเวนจี้ชิงทรัพย์ตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่นช่วงเวลาที่ปลอดคน โดยทำมาแล้วหลายครั้งทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ของ บก.น.3 และ บก.น.4 นอกจากนี้เมื่อเวลาประมาณ 02.50 ของวันที่ 21 มิ.ย.ก็เพิ่งไปจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ท้องที่สน.บางชัน ได้เงินไปประมาณ 5 พันบาท และหลบหนีมาได้ จึงมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งไม่คิดว่าจะถูกจับได้



