ข่าว

'กระทิง'ฟื้นยิง2-0-'โปรตุเกส'ถล่ม7-0

'กระทิง'ฟื้นยิง2-0-'โปรตุเกส'ถล่ม7-0

22 มิ.ย. 2553

"กระทิงดุ"สเปน เก็บชัยนัดแรกสำเร็จ หลังชนะฮอนดูรัส 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบแรก นัดที่ 2 กลุ่ม เอช ขณะที่ "ลา โรชา" ชิลี เฉือนชนะ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ ที่เหลือผู้เล่น 10 คน 1-0 ส่วน "ฝอยทอง" โปรตุเกส โชว์ฟอร์มสุดโหด ถล่ม "โสมแดง"เกาหลีเหนือ เพื่อนร่ว

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบแรก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน "กระทิงดุ" สเปน ลงสนามนัดที่ 2 ของกลุ่ม เอช พบกับฮอนดูรัส ที่สนามเอลลิส ปาร์ค นครโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยคู่นี้ต้องพยายามแย่งกันเป็นผู้ชนะให้ได้ เพื่อโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป หลังพบความพ่ายแพ้จากเกมนัดแรกเหมือนกันทั้งคู่ เกมนี้ บิเซนเต เดล บอสเก ตัดสินใจส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยืนล่าตาข่ายคู่กับ ดาวิด บีญา ตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ ไรนัลโด รูเอดา โค้ชชาวโคลัมเบียของฮอนดูรัส เปิดโอกาสให้ ดาวิด ซัวโซ กองหน้าตัวเป้าลงเล่นเป็นตัวจริง เพราะหายจากอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

 รูปเกมครึ่งแรก "กระทิงดุ" เปิดฉากทำเกมบุกเข้าใส่ทันที ก่อนที่จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำในช่วงนาที 17 เมื่อ ดาวิด บีญา เลี้ยงบอลตะลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสังหารเข้าไปตุงตาข่าย หลังจากนั้น ฮอนดูรัส ยังคงเป็นฝ่ายตั้งรับต่อไป เนื่องจาก สเปน สามารถครองบอลเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่สามารถยิงประตูได้เพิ่มเติม จบ 45 นาทีแรก "กระทิงดุ" ออกนำไปก่อน 1-0

 เข้าสู่ครึ่งหลังฮอนดูรัสเริ่มพยายามทำเกมบุกเข้าสู้ แต่กลับต้องสังเวยประตูที่ 2 ในนาที 51 หลังโดน"กระทิงดุ"ทำเกมสวนกลับเร็ว ก่อนที่จะเป็น ดาวิด บีญา ซัดบอลจากนอกกรอบเขตโทษเข้าไปเป็นลูกที่ 2 ของเขาในเกมนัดนี้ หลังจากนั้น สเปน น่าจะเป็นฝ่ายได้อีก 1 ประตู จากลูกจุดโทษในนาที 62 ทว่า ดาวิด บีญา กลับสังหารพลาดเป้าหลุดกรอบไปแบบน่าเสียดาย หมดเวลาการแข่งขัน "กระทิงดุ" เก็บชัยนัดแรกในศึกฟุตบอลโลก 2010 ได้สำเร็จ หลังเป็นฝ่ายชนะ 2-0 พร้อมกับไปรอลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในเกมนัดสุดท้าย ที่จะพบกับ ชิลี ส่วนฮอนดูรัสกระเด็นตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังพบกับความพ่ายแพ้ถึง 2 เกมซ้อน

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 สเปน - อิเคร กาซิยาส, เซอร์จิโอ รามอส, คาร์เลส ปูโยล, เกราร์ด ปิเก, โจน คัปเดบีญา, เฆซุส นาบาส, ซาบี เฮอร์นันเดซ, เซอร์จิโอ บุสเกต์ส, ซาบี อลอนโซ, เฟอร์นันโด ตอร์เรส, ดาวิด บีญา

 ฮอนดูรัส - โนเอล วัลลาดาเรส, เซอร์จิโอ เมนโดซา, ออสแมน ชาเวซ, เมย์นอร์ ฟิเกอรัว, เอมิลิโอ อิซากีร์เร, ดานิโอ ตูร์ซิออส, วิลสัน ปาลาซิออส, อมาดา กูเอวารา, โรเจอร์ เอสปิโนซา, วอลเตอร์ มาร์ติเนซ, ดาวิด ซัวโซ

 ส่วนอีกคู่หนึ่งในกลุ่ม เอช ซึ่งเป็นเกมนัดที่ 2 ของสายนี้เหมือนกัน "ลา โรชา" ชิลี พบกับ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ ที่เนลสัน แมนเดลา สเตเดี้ยม เมืองพอร์ท อลิซาเลธ หลังทั้งคู่คว้า 3 แต้มมาจากนัดแรก หากทีมใดชนะโอกาสเข้ารอบสดใสทันที นัดนี้ ชิลี ได้ ฮุมแบร์โต ซัวโซ กองหน้าตัวเก่งกลับมาลงสนาม ขณะที่ สวิตเซอร์แลนด์ ส่ง สตีเฟน ฟอน เบอร์เกน มาแทน ฟิลิปป์ เซนเดอรอส กองหลังที่เจ็บ รวมทั้งส่ง เวรอน เบห์รามี กองกลาง และได้ อเลกซานเดอร์ ไฟร์ หัวหอกตัวเก๋าลงสนาม

 เปิดฉากขึ้นมา ชิลีเป็นฝ่ายลุยก่อนและได้โอกาสลุ้นประตู 2 หนในนาทีที่ 10 จาก อาร์ตูโร บิดัล ซัดระยะ 20 หลา ดิเอโก เบนาโญ ปัดออกมา ก่อนที่ คาร์ลอส คาร์โมนา ได้ซัดอีกหนจากระยะ 22 หลา นายทวารสวิตเซอร์แลนด์ยังเซฟได้อีก ชิลี ยังครองเกมได้เหนือกว่า จนนาที 31 สถานการณ์สวิตเซอร์แลนด์แย่ลงไป เมื่อ วาลอน เบห์รามี ไปปะทะกับ อาร์ตูโร บิดัล โดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที มาถึงนาที 42 อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ตัดสินใจส่ง ทรานคิลโล บาร์เนตตา กองกลางลงมาแทน อเลกซานเดอร์ ไฟร์ เพื่อเน้นแดนกลางให้มากขึ้น ครบ 45 นาที ยังเสมอ 0-0

 เริ่มครึ่งหลังเกมยังคงอยู่ในความครอบครองของชิลี แต่รูปเกมยังคงอึดอัด เพราะสวิสตั้งโซนรับเหนียวแน่น แถมชิลียังเกือบต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามอีกด้วย เมื่อ แกรี เมเดล เซ็นเตอร์แบ็กที่ดันสูงมาโหม่งฟรีคิก ไปผลัก ฟอน เบอร์เกน ผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันของสวิส ล้มคว่ำในเขตโทษ ดีว่า คาลิล อัล กัมดี ผู้ตัดสินจากซาอุดีอาระเบีย แจกแค่ใบเหลืองเท่านั้น

 แต่ความพยายามของพลพรรค "ลา โรชา" ก็ประสบความสำเร็จจนได้ เมื่อ เอสเตบัน ปาเรเดส กองหน้าสำรอง หลุดกับดักล้ำหน้าไปทางริมกรอบโทษด้านขวา แล้วหลอก เคลาดิโอ บราโว นายทวารสวิส หนึ่งจังหวะเพื่อเปิดบอลไปอีกฝั่งเขตโทษให้ มาร์ค กอนซาเลซ ปีกเจ้าของฉายา "สปีดี้" ขึ้นโขกลงพื้นเข้าประตูให้ชิลี นำ 1-0 นาที 79 และชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว ชิลี จึงมี 6 แต้มจากชัยชนะ 2 เกมรวด ส่วน "สวิสอาร์มี่" มี 3 แต้ม จากการชนะ 1 แพ้ 1

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 ชิลี - เคลาดิโอ บราโว, วัลโด ปอนเช, เมาริซิโอ อิสลา, คาร์ลอส คาร์โมนา, อเลกซิส ซานเชซ, อาร์ตูโร บิดัล (มาร์ค กอนซาเลซ น.45), ฮุมแบร์โต ซัวโซ (ฮอร์เก บัลดิเบีย น.45), มาเทียส เฟอร์นันเดซ, ฌอง โบเซฌูร์, แกรี เมเดล, กอนซาโล ยารา

 สวิตเซอร์แลนด์ - ดิเอโก เบนาโญ, สเตฟาน ลิคสไตน์เนอร์, สตีเฟน ฟอน เบอร์เกน, เบนจามิน ฮักเกล, ก็อกฮาน อินแลร์, อเลกซานเดอร์ ไฟร์ (ทรานคิลโล บาร์เนตตา น.42), บลาเซ เอ็นคูโฟ, วาลอน เบห์รามี, สตีเฟน กริชติง, เกลสัน เฟอร์นันเดส, เรโต ซีกเลอร์

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม จี

   แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
ชิลี   2 2 0 0 2 0 6
สเปน   2 1 0 1 2 1 3
สวิตเซอร์แลนด์ 2 1 0 1 1 1 3
ฮอนดูรัส  2 0 0 2 0 3 0

 หลังจบเกม "คิงอ็อตมาร์" อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันของ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวตำหนิ คาลิล อัล กัมดี ผู้ตัดสินชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำหน้าที่ตัดสินเกมนัดนี้ว่า เป็นต้นเหตุทำให้ทีมของเขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หลังตัดสินใจควักใบแดงไล่ วาลอน เบห์รามี ออกจากสนามตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกแบบไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก จึงทำให้ทีมของเขาต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเรื่องของตัวผู้เล่นที่เหลือเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น

 "เราต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนนานถึง 60 นาที จึงทำให้ ชิลี สามารถครองเกมได้เหนือกว่าเรา มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก เพราะเราต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมนัดนี้ ผมคิดว่าฟีฟ่าควรที่จะคัดเลือกผู้ตัดสินที่ดีที่สุดมาทำหน้าที่ในศึกฟุตบอลโลก"   

 ด้าน มาร์เชโล บิเอซา โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ของ "ลา โรชา" ชิลี กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก หลังลูกทีมเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังสมควรเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในเกมนี้อีกด้วย    

 "ผมคิดว่าเราเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า แถมเรายังมีโอกาสยิงประตูได้หลายครั้งอีกด้วย แม้สุดท้ายเราจะยิงได้เพียงแค่ลูกเดียวก็ตาม" 

 ขณะที่ในกลุ่ม จี ที่กรีนพอยต์ สเตเดี้ยม "ฝอยทอง" โปรตุเกส ที่นัดแรกเสมอ ไอเวอรี โคสต์ มี 1 แต้ม ลงสนามพบกับ "โสมแดง" เกาหลีเหนือ ที่แพ้ บราซิล 1-2 ไม่มีแต้ม เกมนี้ โปรตุเกส ปรับทีมหลายตำแหน่ง กองหลังส่ง มิเกล บริโต แทน เปาโล แฟร์ไรรา, ติอาโก มาแทน เดโก ส่วนเกมรุกส่ง ฮูโก อัลเมย์ดา แทน เลียดสัน และ ซิเมา ซาโบรซา แทน แดนนี ส่วนเกาหลีเหนือเปลี่ยนแค่ รี จุน อิล แทน นัม ซอง โชล ในแผงหลัง

 เริ่มเกม โปรตุเกส ครองบอลได้ดีกว่าเล็กน้อยมีลุ้นได้ประตูนำในนาทีที่ 7 จากลูกเตะมุม รี เมือง กุ๊ก นายทวารเกาหลีเหนือออกมาตัดบอลพลาด แต่ ริคาร์โด คาร์วัลโญ โหม่งชนเสา ถัดมา 10 นาที ทีมโสมแดงมีลุ้นบ้างจากลูกยิงของ ปัก นัม โซล ทว่า เอดูอาร์โด ปัดไว้ได้ จากนั้นเกมตกเป็นของเกาหลีเหนือมากกว่า แต่ว่านาที 29 กลายเป็น โปรตุเกส เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ติอาโก แทงบอลทะลุผ่านกองหลังให้ ราอูล เมย์เรเรส หลุดเดี่ยวก่อนส่งลูกหนังผ่าน รี เมือง กุ๊ก เข้าประตูไป

 ครึ่งหลัง โปรตุเกส เล่นได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนมาได้ประตูเป็นชุด เริ่มจากนาที 53 ฮูโก อัลเมย์ดา ทำชิ่งกับ ราอูล เมย์เรเรส ก่อนส่งบอลให้ ซิเมา ซาโบรซา ยิงลอดขา รี เมือง กุ๊ก เข้าไป ถัดมาอีก 3 นาที ฟาบิโอ คอนเทรา เปิดให้ ฮูโก อัลเมย์ดา โหม่งตุงตาข่าย และนาที 60 คริสเตียโน โรนัลโด้ จ่ายจากด้านซ้ายให้ ติอาโก แปจากกรอบเขตเสียบเสา ทำให้ โปรตุเกส ทิ้งขาด 4-0

 จากนั้นนาที 81 โปรตุเกส มาได้ประตูที่ 5 จากการที่กองหลังเกาหลีเหนือสกัดบอลพลาดตั้งให้ เลียดสัน ตัวสำรองวอลเลย์เสียบตาข่าย ถัดมาถึงนาที 88 สกอร์ไหลไปถึง 6-0 จากลูกที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้บอลหลุดไปยิงง่ายๆ และนาที 89 ติอาโก มาโขกประตูปิดท้าย ทำให้ โปรตุเกส ยำใหญ่ 7-0 คว้า 3 แต้มไปได้สำเร็จ โดยนัดสุดท้ายจะพบ บราซิล ขอแค่เสมอเข้ารอบทันที ส่วน เกาหลีเหนือ ตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 โปรตุเกส - เอดูอาร์โด, บรูโน อัลเวส, มิเกล บริโต, ริคาร์โด คาร์วัลโญ, ฟาบิโอ คอนเทรา, เปโดร เมนเดส, ราอูล เมย์เรเรส (มิเกล เวโลโซ น.70), ติอาโก, ฮูโก อัลเมย์ดา (เลียดสัน น.77), ซิเมา ซาโบรซา (ดูดา น.74), คริสเตียโน โรนัลโด้

 เกาหลีเหนือ - รี เมือง กุ๊ก, ชา จอง ฮอค (นัม ซอง โชล น.75), ปัก นัม โชล (คิม คุม อิล น.58), รี วาง ชอน, จี ยุน นัม, ฮอง ยอง โจ, มัน อิน กุ๊ก (คิม ยอง จุน น.58), ปัก โชล จิน, รี จุน อิล, อัน ยอง ฮัค, จอง แต เซ

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม จี

  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
บราซิล  2 2 0 0 5 2 6
โปรตุเกส  2 1 1 7 0 0 4
ไอเวอรี โคสต์ 2 0 1 1 1 3 1
เกาหลีเหนือ 2 0 0 2 1 9 0

 หลังจบเกม คาร์ลอส กีรอซ โค้ชโปรตุเกส กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจกับผลงานของลูกทีมที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาก แถมยังกระตุ้นให้ทีมต้องทำผลงานได้ดีแบบนี้ต่อไป พร้อมกับกล่าวยกย่อง "โสมแดง" เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นคู่แข่งในเกมนัดนี้ว่า เป็นทีมที่สู้ไม่ถอยจริงๆ แม้จะโดนทีมของเขาไล่ถล่มก็ตาม

 "ผมขอยกย่องทีมเกาหลีเหนือที่เล่นทุ่มเทอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเกม เล่นโดยไม่ฟาวล์น่าเกลียดต่อคู่แข่ง และสู้ด้วยความทระนง ผมอยากจะบอกโค้ชของทีมเกาหลีเหนือว่า บางทีเราต้องเผชิญกับผลการแข่งแบบนี้ และผมขอแสดงความนับถือต่อโค้ชของเกาหลีเหนือ"

 ขณะที่ คิม จอง ฮุน โค้ชเกาหลีเหนือยอมรับว่า ความพ่ายแพ้หนนี้เป็นความผิดของตนเอง ที่วางแผนการพลาด ทำให้สกัดการโจมตีของคู่แข่งไม่ได้ ทำให้เสียประตูมากมาย

 "ผมคิดว่าลูกทีมเล่นได้เต็มศักยภาพของพวกเขาแล้ว แต่เรื่องของการวางแผน ที่เราไม่สามารถหยุดการโจมตีของพวกเขาได้ ทำให้เสียประตูมากมาย ในฐานะโค้ชนี่คือความผิดของผมในการวางกลยุทธ์ผิดพลาด ยิ่งเกมดำเนินไป โปรตุเกสยิ่งมั่นใจมากขึ้น และหลังจากเราเสียประตูแรกทำให้พยายามจะตีเสมอ จากตรงนั้นทำให้เราพังทลาย"