
ผาหำหด
อย่าเพิ่งนึกว่าผมยกเอาคำพูดลามกจกเปรต ขึ้นมาเป็นหัวข้อที่จะคุยกันในวันนี้นะครับ เพราะ ผาหำหด เป็นชะง่อนหินที่ยื่นจากหน้าผาออกไปในอากาศ มีพื้นที่กว้างขวางประมาณสักหนึ่งตารางเมตร เพียงพอให้คนไปยืนเบียดๆ
กันได้สักสามคนเป็นอย่างมาก และด้วยความที่ยื่นออกไปในอากาศที่มีระดับความสูงจากพื้นข้างล่างนับร้อยเมตร ต่อให้เป็นคนที่แม้จะไม่ได้เป็นโรคกลัวความสูง เพียงแค่มองออกไปก็คงอดเกิดอาการหวาดเสียวขึ้นมาไม่ได้ ส่วนจะเสียวน้อยหรือเสียวมากจนทำให้อวัยวะบางอย่างหดตามชื่อของหน้าผา ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป
ผาหำหด ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง และอยู่ในพื้นที่การปกครองของจังหวัดชัยภูมิ บริเวณรอยต่อกับจ.ลพบุรีและจ.เพชรบูรณ์ ช่วงเดือนมิถุนายนอย่างนี้เป็นเวลาที่ดอกกระเจียวบานเต็มท้องทุ่ง เหมาะแก่การเดินทางเที่ยวชมความงามเป็นยิ่งนัก ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณสามร้อยกิโลเมตร จะเดินทางไปทางปากช่อง-สีคิ้ว-ด่านขุนทด-เทพสถิตย์ ก็สะดวก เส้นทางกลับถ้าไม่อยากซ้ำทางเดิม ก็สามารถขับรถลงเขาพังเหยผ่านอำเภอลำสนธิ-ลำนารายณ์-พุแค-สระบุรี ระยะทางใกล้เคียงกัน
ผมเคยไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นที่แกรนด์แคนยอน อเมริกา สถานที่ซึ่งหลายคนบอกว่าพระอาทิตย์ตกดินงามยิ่งนัก แต่เชื่อไหมครับว่าหากท่านมีโอกาสได้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหำหดแห่งนี้ ท่านจะลืมความงามของพระอาทิตย์ตกลับฟ้าบนผืนดินในที่แห่งอื่นๆ บนโลกนี้ไปจนหมดสิ้น
ถ้าทางอุทยานสามารถกำหนดจำนวนผู้คน ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ตกดินให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม กำหนดเวลาชมพระอาทิตย์ตกดินที่แม่นยำ จัดสถานที่ชมให้สวยงามได้อารมณ์โรแมนติก มีการจัดทางเดินให้สว่างเพียงพอต่อความปลอดภัย ผมเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศๆ ได้อีกมาก
อุทยานแห่งชาติหลายแห่งของประเทศไทย ถ้ามีการบริหารจัดการเรื่องการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ และสอดคล้องกับสภาพทางธรรมชาติ ก็จะสามารถเป็นแหล่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้อีกมาก
ซึ่งการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวนั้น ต้องคำนึงถึงขีดความสามารถในการจัดการเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา เช่น ปัญหาน้ำสะอาดสำหรับบริโภคและใช้งาน ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยว ปัญหามลพิษทางเสียงและอื่นๆ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติตามอุทยานต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและสามารถเป็นต้นแบบให้สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้สังกัดกับอุทยานนำไปปฏิบัติตามได้
จะลองเริ่มต้นกันด้วยการบังคับไม่ให้นำเอาถุงพลาสติกออกจากรถ หรือออกจากที่พักในบริเวณอุทยาน และเข้มข้นถึงระดับที่ไม่ยอมรับขยะพลาสติกใดๆ ในเขตอุทยานเลย ใครนำเข้าไปก็นำออกมาทิ้งข้างนอกเท่านั้น ก็จะยิ่งเป็นการทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนตามมา หรือจะบังคับให้ใช้ภาชนะที่นำกลับมาล้างใช้ซ้ำได้เท่านั้น
ยิ่งบังคับใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้ง่ายก็จะยิ่งเป็นการดี เพราะปัจจุบันมีโรงงานผลิตภาชนะคล้ายกับเป็นสิ่งเทียมพลาสติก ซึ่งสามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้งเหมือนจานทั่วไป แต่เมื่อแตกหรือเลิกใช้แล้วก็สามารถนำไปกลบฝังในดินได้ เพราะมันจะสลายตัวปนไปกับดินในชั่วเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน
เท่าที่ทราบตอนนี้เขาผลิตขึ้นมาเพื่อส่งให้สายการบินต่างๆ ที่กำลังรณรงค์และสร้างภาพทางด้านการลดโลกร้อนกันอยู่ หาซื้อที่ไหนไม่ได้ติดต่อมาที่ผมก็ได้จะบอกให้ครับ เพราะขืนบอกไปตรงนี้เดี๋ยวจะหาว่ารับทรัพย์ค่าโฆษณาเขามาเปล่าๆ ครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



