
ลงทุนอีสานฉลุยบีโอไอโชว์ครึ่งปีมูลค่ากว่า3พันล.
บีโอไอภาคอีสานเผยครึ่งปีแรกมีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้าน ขอยื่นอีก 10 โครงการ เมินปัญหาการเมือง ส่วนใหญ่เป็นกิจการพลังงานทดแทน เหตุเป็นทางเลือกในยุคราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น
น.ส.ชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 ขอนแก่น หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า การส่งเสริมการลงทุนช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2553 ของเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 10 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,477 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 859 คน ส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัติมีจำนวน 12 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 3,310 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 456 คน โดยกิจการพลังงานทดแทน มีนักลงทุนยื่นคำขอและได้รับอนุมัติเป็นจำนวนมาก
"แม้ภาวะแวดล้อมทั่วไปของประเทศจะตึงเครียดจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง เกิดการจลาจลในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่นักลงทุนก็ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการลงทุน" น.ส.ชุติมากล่าวและว่า สาเหตุที่มีการลงทุนประเภทพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาวะแวดล้อมทั่วไปที่มีการเปลี่ยนแปลง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งน่าสนใจและน่าจับตามอง อีกทั้งบีโอไอได้จัดกิจการที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศเป็นพิเศษ โดยให้สิทธิประโยชน์สูงสุด
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังยังคงสดใส เพราะมีปัจจัยบวกมาสนับสนุน ทั้งเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่คลี่คลายลง และมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ยังมีปัจจัยลบที่อาจมีผลกระทบต่อการลงทุน คือ นักลงทุนเกิดความกังวลจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก หนี้สาธารณะในยุโรป ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติอาจจะชะลอการย้ายฐานมาลงทุนที่ประเทศไทย ส่วนนักลงทุนในภูมิภาคนี้ เชื่อว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงุทน เพราะมีกิจการหลายประเภทที่เหมาะสมแก่การลงทุน



