ข่าว

บะหมี่ไวไวรุกยึดฐานลูกค้าภาคอีสานชูการตลาดรายภาค-เท40ล้านจัดแคมเปญอุ้มชาวนา

บะหมี่ไวไวรุกยึดฐานลูกค้าภาคอีสานชูการตลาดรายภาค-เท40ล้านจัดแคมเปญอุ้มชาวนา

22 มิ.ย. 2553

บะหมี่ไวไวยึดแผนการทำตลาดรายภาค เจาะใจผู้บริโภคตามพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่าง ยึดฐานภาคอีสานเป็นหลัก เชื่อมีความภักดีต่อแบรนด์สูง เทงบ 40 ล้านบาท ทำแคมเปญตัดมุมซองแลกข้าวหอมมะลิ หวังช่วยชาวนาอีกแรง

 น.ส.เบญญาภา ปริญณรัฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเส้นหมี่อบแห้งตราไวไว กล่าวถึงกลยุทธ์การทำตลาดในครึ่งปีหลัง ว่า จากการที่ผู้บริโภคในแต่ละภาคมีพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน ทำให้ไวไวเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์การตลาดแบบรายภาค ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละภาค ทำให้ต้องมีกลยุทธ์การตลาดแต่ละภาค โดยเฉพาะโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่แตกต่างกันออกไป

 "เราเริ่มทำตลาดเฉพาะมา 2-3 ปี อย่างในภาคอีสาน พบว่าทำให้ยอดขายคงที่ จากก่อนหน้านี้ที่ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะเคลื่อนไหวมากในช่วงปลายไตรมาส ดังนั้น ไวไวก็จะยังคงโฟกัสทำตลาดหลักในภาคอีสานต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีประชากรสูง มีแบรนด์รอยัลตี้สูง และมองหาความคุ้มค่า ซึ่งเชื่อว่าหลายแบรนด์อาจหลงลืมไป โดยอาจมีเฉพาะการทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายและละเลยที่จะทำซีเอสอาร์ในภูมิภาคนี้” น.ส.เบญญาภากล่าวและว่า ปัจจุบันไวไวมีลำดับยอดขายรายภาคได้แก่ อันดับ 1 กรุงเทพฯ และภาคกลาง รองลงมาเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ตามลำดับ 

 ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทใช้งบ 40 ล้านบาท จากงบการตลาดรวม 300 ล้านบาท ร่วมกับไปรษณีย์ไทยทำโครงการ “10 มุมซองไวไวและข้าวฟรี” โดยให้ผู้บริโภคสามารถตัดมุมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว 10 มุมซอง สามารถนำมาแลกข้าวหอมมะลิ 1 ซอง หนัก 150 กรัมฟรี ที่ไปรษณีย์ 1,200 สาขา รวมทั้งร้านค้าและหน่วยรถบริการเคลื่อนที่ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าแคมเปญดังกล่าวจะสามารถตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในการตอบแทนสังคม รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอีกด้วย คาดว่าในช่วงที่ทำกิจกรรมดังกล่าว ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-31 ตุลาคมนั้น จะทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 30% จากช่วงปกติอีกด้วย

 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง มีผลให้ผู้บริหารอาจต้องชะลอการพิจารณาขยายโรงงานและกำลังการผลิตที่มีแนวคิดก่อนหน้านี้ออกไปจากปัจจุบัน แม้ในช่วง 3 เดือน ระหว่างเมษายน-มิถุนายน กลุ่มสินค้าไวไวคลิ๊กจะมีการเติบโตสูงกว่าปกติ 10% เนื่องจากช่วงที่มีปัญหาการเมืองและการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้คนรับประทานอาหารที่บ้านมากขึ้น

 สำหรับภาพรวมยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดนั้น เชื่อว่าในปีนี้แบรนด์ไวไวยังคงมีอัตราการเติบโตในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือราว 5-6% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ในกลุ่มบะหมี่ราว 2.8 พันล้านบาท และยังคงส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 2 คิดเป็น 21-22% รองจากมาม่า โดยมียำยำเป็นอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งราว 19-20% โดยในปีหน้านอกจากการใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดรายภาคแล้ว บริษัทจะเน้นการสร้างสีสันด้านการตลาดต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับช่องทางการขายต่างๆ มากขึ้น