ข่าว

ส่งออกไทยรับผลดีจีนปรับเงินหยวน"คลัง-แบงก์ชาติ" มองหนุนขีดแข่งขันด้านราคามากขึ้น

ส่งออกไทยรับผลดีจีนปรับเงินหยวน"คลัง-แบงก์ชาติ" มองหนุนขีดแข่งขันด้านราคามากขึ้น

21 มิ.ย. 2553

นโยบายจีนปล่อยเงินหยวนยืดหยุ่นดันค่าเงินแข็งสุดรอบ 5 ปี "กรณ์" มองช่วยหนุนสินค้าส่งออกไทยแข่งขันด้านราคาได้มากขึ้น รับระยะสั้นเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นตาม ด้าน ธปท.เชียร์จีนเดินมาถูกทาง ช่วยเศรษฐกิจโลกกระเตื้องจากการเปิดให้สินค้าประเทศอื่นไหลเข้าจีนมากขึ้น

 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนของจีนได้แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางจีนรับปากเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ว่าจะทำให้เงินหยวนยืดหยุ่นมากขึ้น โดยค่าเงินหยวนในตลาดเซี่ยงไฮ้ทะยานไปอยู่ที่ 6.8089 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับจากเดือนกรกฎาคม 2548 ขณะที่ธนาคารกลางยังคงค่ากลางอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนที่ 6.8275 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จีนได้กำหนดค่าเงินหยวนไว้ที่ 6.8 ต่อดอลลาร์สหรัฐ มาตั้งแต่กลางปี 2551 เพื่อสนับสนุนการส่งออกในช่วงวิกฤติการเงินโลก

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจีนมีนโยบายจะผ่อนคลายค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยเป็นคู่แข่งทางการค้ากับจีน เนื่องจากเมื่อค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นก็จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลง ทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้

 อย่างไรก็ตาม การที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นอาจส่งผลให้ค่าเงินของประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีความผูกพันกับจีนแข็งค่าตามไปด้วย ซึ่งในระยะสั้นค่าเงินบาทของไทยก็อาจจะแข็งค่าขึ้น แต่ในระยะยาวคาดว่าจะลดแรงกดดันลง เนื่องจากเมื่อเงินทุนจากต่างประเทศสามารถเข้าไปลงทุนในจีนโดยตรงได้เพิ่มขึ้นก็จะลดการลงทุนในไทยลง ซึ่งจะทำให้แรงกดดันค่าเงินบาทนั้นลดลง และค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงตามลำดับ

 “รัฐบาลจีนผ่อนคลายค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นในรอบ 23 เดือน ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้สินค้าไทยได้รับผลดีสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับค่าเงินหยวนของจีนให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นนโยบายที่ดีและถูกต้อง จะช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นได้ เนื่องจากทำให้ประเทศอื่นๆ มีการส่งสินค้าไปยังจีนได้มากขึ้น รวมทั้งสินค้าไทยก็น่าจะได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ขณะที่ประเทศจีนเองก็ได้รับผลบวก เพราะจะช่วยลดแรงกดดันในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับค่าเงินหยวนจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินมากนัก

 "หลังจากจีนประกาศนโยบายดังกล่าวออกมา จะทำให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น แต่ก็ถือเป็นการแข็งค่าที่สอดคล้องกับค่าเงินอื่นในภูมิภาค ส่วนเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกับคู่แข่งขันคงไม่มีประเด็นอะไรที่สำคัญ เพราะค่าเงินก็ปรับตัวสอดคล้องในทิศทางเดียวกันหมด โดยตั้งแต่ต้นปีมาค่าเงินบาทแข็งค่าเฉลี่ยประมาณ 3.1%" นายบัณฑิตกล่าว