
ผู้นำมาเลย์ยันภัยก่อการร้ายมีจริง
กัวลาลัมเปอร์-ผู้นำมาเลเซียยืนยันประเทศเผชิญภัยก่อการร้ายจริง เตือนไม่เชื่อจะเสียใจ หลังถูกกล่าวหากระพือข่าวกลบปัญหาอื้อฉาวรัฐบาล
หนังสือพิมพ์นิว สเตรทส์ ไทม์สของมาเลเซีย รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ชาวต่างชาติ 9 คนที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนมกราคม และถูกเนรเทศไปแล้วนั้น มีแผนวางระเบิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สองแห่งของชนกลุ่มน้อยในประเทศ และพยายามระดมนักศึกษามหาวิทยาลัยมาเป็นแนวร่วมอีกด้วย
มาเลเซียเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ปลอดจากภัยก่อการร้ายรุนแรงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ ดังนั้น การที่รัฐบาลทิ้งช่วงนานถึง 5 เดือนนับจากการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จึงค่อยออกมาเตือนภัยก่อการร้าย ทำให้ฝ่ายค้านคลางแคลงใจ และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงให้เกิดความชัดเจน
นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย กล่าวว่า ไม่ควรมองว่าภัยคุกคามดังกล่าวเป็นเรื่องเล็กน้อย หากประชาชนไม่อยากเชื่อว่ ภัยเช่นนี้มีอยู่จริง จะต้องเสียใจในภายหลังหากมีการโจมตีเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียกลับไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าเกี่ยวกับแผนการหาแนวร่วม หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกระบุว่าตกเป็นเป้าโจมตี
ขณะที่นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านและอดีตรองนายกรัฐมนตรี โต้ว่า การเตือนภัยก่อการร้าย เป็นไปเพื่อเบนความสนใจจากนานาปัญหาของรัฐบาล เช่น การว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ต่างชาติที่มีสายสัมพันธ์กับอิสราเอล และการให้สัมปทานสำรวจแหล่งน้ำมันแก่บรูไน แต่ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่ามีการเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายจริง ประชาชนทุกคนจะต้องให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างแน่นอน
ส่วนนายลิม กิต เซียง นักการเมืองฝ่ายค้านอาวุโสของมาเลเซียอีกคนหนึ่ง ชี้ว่า รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องให้ข้อเท็จจริง เรื่องทั้งหมดได้รับการเปิดเผยออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้น่าสงสัยว่ารัฐบาลตรงไปตรงมาหรือไม่
สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 9 คน ซึ่งประกอบด้วยชาวซีเรีย 4 คน ชาวเยเมน 2 คน ไนจีเรีย 2 คน กับจอร์แดนอีก 1 คน ถูกจับกุมขณะเข้าร่วมการอบรมทางศาสนาในเดือนมกราคม และถูกเนรเทศในเดือนเมษายน



