
ความโปร่งใสของรัฐบาลไทย
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความโปร่งใสในการทำงานในหลายๆ ด้าน เนื่องจากสภาพการเมืองไทยในช่วงที่เปลี่ยนผ่าน มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ประชาชนคนไทยตอนนี้มีความสำนึกทางการเมืองสูง ต้องการรู้ความลึก-ตื้น-หนา-บางของรัฐบาล สื่อมวลชนรู้ข่าวไ
ประเทศไทยยังมี พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เรามี พ.ร.บ.นี้ในปี 2540 เป็นประเทศแรกในอาเซียน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน และการไหลเลื่อนของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลทางราชการซึ่งถือว่าเป็นความลับในสมัยก่อนๆ ตอนนี้ความรู้สึกกลับกันคือข้อมูลที่เปิดได้จำเป็นต้องเปิด เพราะประชาชนมีสิทธิในการับรู้ ประชาชนต้องการข้อมูลในการตัดสินใจ พอถึงเวลาจะสนับสนุนนโยบายรัฐบาลหรือไม่นั้นสามารถทำได้ด้วยความเข้าใจ เวลาเลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิเต็มที่ในการลงคะแนนว่าจะเลือกใคร
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเป็นกลไก ประชาชนสามารถนำมาใช้ได้เพื่อตรวจสอบรัฐบาลและข้าราชการในเวลาทำงานว่าสุจริตหรือไม่ เพื่อความโปร่งใสขจัดคอรัปชั่น
แต่ความโปร่งใสที่พูดถึงในบทความนี้เป็นความโปร่งใสของผู้นำ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือผู้นำอยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มความเข้าใจ รู้ทัน เข้าถึงการทำงานของรัฐบาลรวมทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ฟังดูอาจจะแปลกๆ เพราะการเมืองไทยที่เรารู้จักกัน มีแต่จะปิดข้อมูล ทำทุกอย่างให้เป็นความลับ ยิ่งมากยิ่งดี
วิธีการโปร่งใสเป็นมาตรการนายกรัฐมนตรีคนนี้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกที่นำมาใช้ป้องกันชื่อเสียงและศักดิ์ศรีตัวผู้นำได้อย่างดี ตัวอย่างเช่นการเลือกอธิบดีกรมตำรวจ เป็นต้น ซึ่งในอดีตถือเป็นเรื่องการเมือง ปิดเป็นความลับ ห้ามใครมายุ่งเด็ดขาด ตอนนี้อย่างน้อยๆ คนธรรมดาทั่วไปรู้ถึงกระบวนการเลือกตำแหน่งผู้ใหญ่ในกรมตำรวจ (ก่อนหน้านี้มักมีความเห็นว่านายกฯ คนนี้ไปไม่รอด เพราะไปขัดผลประโยชน์ตำรวจหรือเล่นการเมืองมากไป)
ช่วงที่มีเหตุการณ์วิกฤติการเมืองในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ความโปร่งใสของผู้นำเห็นได้ชัดกับความพยายามชี้แจงอธิบายเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นวันต่อวัน (ทั้งไทยและอังกฤษ) ทำเอาคนไทยส่วนใหญ่บางครั้งหมั่นไส้ แถมมีความรู้สึกรำคาญ พูดอยู่ได้ไม่เห็นทำอะไร ชาวบ้านต้องการคนทำ (แอ็กชั่น) มากกว่าคนมาพูด (ซึ่งต้องการความอดทน) แต่การพยายามทำความเข้าใจกับปัญหาการเมืองซับซ้อนแบบไทยๆ จะรีบร้อนไม่ได้เด็ดขาด
ในอนาคต การแสวงหาความจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งสาเหตุของผู้เสียชีวิตทั้ง 89 คน จะเป็นดรรชนีแท้จริงในการแสดงถึงความโปร่งใสและคุณภาพของผู้นำ หัวหน้าคณะกรรมการที่ได้ตั้งขึ้นชุดนี้คือคุณคณิต ณ นคร มีความจริงใจ (ถึงแม้ว่ามีบางคนวิจารณ์ว่าคนที่เข้ามาทำงานไม่เป็นกลาง) ต้องกล้ารายงานข้อเท็จจริงตามที่ได้สืบเสาะข้อมูลมา ฉะนั้นต้องติดตามดูผลงานอย่างใกล้ชิด เพราะมันเป็นวิธีเดียวจะคุ้มครองนายกรัฐมนตรีและชื่อเสียงรัฐบาลทั้งในบ้านและต่างประเทศ



