
อสังหาฯรุกเจาะครอบครัวใหม่ชูดีไซน์-ขายฟังก์ชัน...(อัพ)ราคา
ตลาดบ้านราคาเริ่ม 2 -3 ล้านบาทเป็นฐานที่ใหญ่เนื่องจากเป็นบ้านที่กลุ่มลูกค้าต้องการซื้ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังแรกช่วงก่อร่างสร้างตัวของครอบครัวใหม่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทุกรายต่างลงสนามแข่งเปิดจุดขายใหม่แข่งรอบใหม่ผ่านแบบบ้านซีรีส์ใหม่
ที่ต้องจับตามองถึงการปรับฐานราคาขายรอบใหม่รับกับต้นทุนที่ขยับเพิ่มขึ้นหลังสิ้นมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 ที่อย่างน้อยต้นทุนผู้ประกอบการจะต้องขยับร่วม 4%
ทุกซีรีส์ของแบบบ้านที่ถูกผลักออกสู่ตลาดเจ้าของโครงการต่างเทียบให้ผู้บริโภคเห็นเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่ง ที่ให้ความสำคัญถึงคุณค่าของตัวบ้านเมื่อเทียบกับราคา ถือเป็น Direct Value ที่ผู้ซื้อบ้านจะได้รับความคุ้มค่าจากพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัวของฟังก์ชันบ้าน ที่ได้มาจากการสำรวจตลาดอย่างเจาะลึก และเข้าถึงความต้องการอย่างแท้จริง
ส่วน Value ที่ว่านี้จะได้มากหรือน้อยแค่ไหน สมกับเงินในกระเป๋าที่จ่ายไปหรือไม่คงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บริโภคแต่ละรายจะตัดสินใจ เพราะการซื้อ "บ้าน" สินค้าคงทนที่จำเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของชีวิตถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ไม่น้อยจริงๆ
ซีรีส์ใหม่ I*MODERN ที่ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ นำมาเป็นจุดขายบ้านเดี่ยวหลังแรกสำหรับครอบครัวเริ่มต้น ซึ่งออกแบบด้วยแนวคิด Expand inside Renew outside โดยเปิดกว้างให้ครอบครัวเริ่มต้นได้ใช้ชีวิตอย่างลงตัว พร้อมความสวย ทันสมัย เพิ่มพื้นที่สำหรับโลกส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และมีให้อีกหลายพื้นที่สำหรับครอบครัว ที่ได้ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ และการเตรียมฟังก์ชันภายในให้ตอบสนองกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด เช่น Extra Family Space การจัดเตรียมห้องพักผ่อนชั้นบน เพื่อเพิ่มพื้นที่ความสุขสำหรับครอบครัว Ready Separate Kitchen ครัวไทยแยกส่วน พร้อมเคาน์เตอร์ Built-in และ Pantry Super Wide Door & Window บานประตู-หน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดสไลด์กว้างกว่าเพื่อรับวิวสวยรอบบ้าน และ Double Garage ที่จอดรถในร่ม 2 คัน
โดย I*MODERN ได้เปิดตัวพร้อมกันทั้ง 8 โครงการ ไปเมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่พฤกษ์ลดา บางนา, ปาริชาต สุวินทวงศ์, พฤกษ์ลดา บางใหญ่, พฤกษ์ลดา ติวานนท์-ราชพฤกษ์, พฤกษ์ลดา ปิ่นเกล้า-สาย 5, ชัยพฤกษ์ บางใหญ่, ชลลดา สุวรรณภูมิ และ ชัยพฤกษ์ วัชรพล ในราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
ส่วนบริษัท วังทองกรุ๊ป เปิดตัวโครงการ “ไอ-ดีไซน์ วงแหวน-รามอินทรา” ทาวน์โฮมที่คิดเพิ่มทุกรายละเอียด เพิ่มการดีไซน์ให้ทั้งภายในและภายนอกตอบสนองรายละเอียด การใช้งานได้จริง เพิ่มชีวิตชีวาในทุกตารางเมตร และเพิ่มดีไซน์งานศิลปะป๊อปอาร์ตให้แก่ผนังหน้าบ้าน และเชื่อมต่อสีสันหน้าบ้านเข้าสู่โถงบันได ดีไซน์พื้นที่การปลูกหญ้าสลับแผ่นคอนกรีต ไว้บริเวณที่จอดรถ เพื่อเชื่อมธรรมชาติให้แก่ชีวิต ดีไซน์เพิ่มความสูงภายในบ้าน และห้องนอนใหญ่ เพื่อความโปร่งสบายให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังคิดเพิ่มในเรื่องของการวางผังโครงการเพื่อให้น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ไม่คับแคบ ไม่แออัด โดยใน 1 ล็อกมีเพียง 4-6 หลัง พร้อมเพิ่มพื้นที่ถนนกว้าง 12 เมตร และเพิ่มสวนสาธารณะ พร้อมที่จอดจักรยาน และเพิ่มความสะดวกปลอดภัยให้แก่ทรัพย์สินของลูกบ้าน ด้วยระบบ รปภ.และซีซีทีวี
ไอ-ดีไซน์ วงแหวน รามอินทรา เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ด้วยพื้นที่ใช้สอยถึง 116 ตร.ม. บนเนื้อที่ 21 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท มีจำนวน 282 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 550 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวโครงการ (Grand Opening) พร้อมอัดโปรโมชั่น ในวันที่ 26-27 มิถุนายนนี้ ฟรี เครื่องปรับอากาศ และส่วนลดพิเศษ และสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการ ลุ้นรับ BLACK BERRY BOLD 9700 และกิจกรรมต่างๆ
ขณะที่ บมจ.เอ็นซี เฮ้าส์ซิ่ง หลังจากที่ได้สำรวจพบว่าบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาทยังมีดีมานด์อีกมาก จึงได้ขยับแผนเปิดบ้านแนวคิดใหม่ The Smart Home หรือบ้านแฝด ขึ้นมาสนองความต้องการของดีมานด์ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ยังโสด และประสบความสำเร็จพอสมควร หรือคนที่เคยอาศัยอยู่คอนโดมิเนียม และทาวน์เฮาส์ ซึ่งมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการใช้สอย หรือผู้ต้องการมองหาเรือนหอ สินค้าดังกล่าวจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้า ที่เน้นงานดีไซน์ ทั้งภายใน-ภายนอก ด้วยรูปทรงอิสระ สไตล์ “Simplicity” สะท้อนอารมณ์บ้านที่มีไลฟ์สไตล์ความทันสมัย
โดยบ้านแต่ละหลังมีขนาดเริ่มต้นที่ 38 ตร.ว.ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 135 ตร.ม. ใน 3 ทำเลพร้อมกัน รวมมูลค่าโครงการประมาณ 300-400 ล้านบาท ได้แก่ 1.เฟสที่ 10 โครงการบ้านฟ้าปิยรมย์ ทางด่วนวงแหวนรามอินทรา จำนวนไม่ต่ำกว่า 60 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.19 ล้านบาท
2.โครงการบ้านฟ้ากรีนพาร์ค รังสิต คลองสาม จำนวน 40-50 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 2.22 ล้านบาท และ 3.โครงการบ้านฟ้ากรีนพาร์ค รอยัล ธนบุรีรมย์ ราคา 2.82 ล้านบาท ปรากฏว่ามียอดพรีเซลรวมถึง 60 ยูนิต ส่งผลให้ต้องรีบก่อสร้างบ้านให้ทันตามความต้องการของลูกค้า คาดว่าภายในระยะเวลา 1-2 เดือนข้างหน้า จะมีบ้านรูปแบบดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 50-100 ยูนิต จากเดิมที่ก่อสร้างไว้ 60-70 ยูนิต จากทั้งหมด 3 โครงการ คาดว่าในครึ่งปีหลังนี้จะสามารถปิดการขายได้ทั้งหมด
ปรียา เทศนอก



