ข่าว

กกต.หารือศอฉ.วิธีปฏิบัติตัวผู้สมัครเลือกซ่อมส.ส.

กกต.หารือศอฉ.วิธีปฏิบัติตัวผู้สมัครเลือกซ่อมส.ส.

21 มิ.ย. 2553

กกต.ทำหนังสือหารือ ศอฉ. ถามวิธีปฏิบัติตัวของผู้สมัครและเจ้าหน้าที่ในชช่วงมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน “เจ๊สด” เสนอโมเดลเลิก พ.ร.ก.แค่ในเขตที่เลือกตั้ง พท.ยังไม่เคาะผู้สมัคร เขต 6 กทม.จวกปชป.ได้เปรียบเต็มประตู จี้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

 (21มิ.ย) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย มีแนวคิดจะส่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.ซึ่งอยู่ระหว่างถูกคุมขังตามคดีก่อการร้ายลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 6 กทม.ว่า คุณสมบัติของนายณัฐวุฒิไม่น่ามีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ( 3 )และ( 4 ) ระบุห้ามลงสมัครในกรณีที่ต้องคำพิพากษาและถูกคุมขังโดยหมายศาลเท่านั้น ซึ่งในกรณีของนายณัฐวุฒิยังไม่มีคำพิพากษาของศาล ส่วนเรื่องคุณสมบัติเรื่องการอยู่ในภูมิลำเนาหรือการศึกษาติดต่อกันในพื้นที่ลงสมัครต้องติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีการศึกษา ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุนั้น ในชั้นของกกต.กลางยังไม่มีประเด็นนี้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องดูแลกันต่อไปว่ามีคุณสมบัติครบตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งต้องมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะไม่เคยมีกรณีนี้มาก่อน จึงถือเป็นดุลยพินิจของผอ.กกต.เขต ที่จะตัดสินหากไม่เห็นด้วยก็สามารถร้องต่อศาลให้พิจารณาได้

 นางสดศรีกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามต้องดูว่าในวันสมัครรับเลือกตั้งนายณัฐวุฒิจะมาได้หรือไม่ เนื่องจากพ.ร.บ.เลือกตั้งกำหนดว่า ผู้สมัครต้องไปแสดงตัวด้วยตัวเอง และต้องไปจับหมายเลขที่จะใช้ลงเลือกตั้ง ดังนั้นต้องดูว่าศาลจะมีดุลยพินิจอย่างไร อาจจะปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ปล่อยก็ได้ หรืออาจจะให้เจ้าหน้าที่ศาลควบคุมตัวมา ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

 นางสดศรีกล่าวต่อว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะไปใช้สิทธิได้นั้นมาตรา 100 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนว่า ผู้ถูกคุมขังห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นกำหนดมาตรการของผู้ไปใช้สิทธิแรงกว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหากนายณัฐวุฒิไม่มีโอกาสไปใช้สิทธิก็ต้องทำหนังสือชี้แจงมิเช่นนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็อาจจะต้องเป็นผู้เสียสิทธิและไม่มีสิทธิลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งหน้า

 นางสดศรี กล่าวว่า ขณะนี้กกต.ได้ทำหนังสือไปยังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติในช่วงเวลาเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาทิ ในวันสมัครรับเลือกตั้งอาจนำผู้สนับสนุนมาเชียร์ในวันรับสมัคร ในการหาเสียงผู้สมัครอาจจัดเวทีปราศรัยหาเสียงหรือขบวนรถหาเสียงได้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กกต.ได้ประกาศให้ผู้สมัครใช้จ่ายได้คนละไม่เกิน 1 . 5 ล้านบาท ในวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง และ 5 ในวันเลือกตั้งจะมีผู้มีสิทธิออกไปใช้สิทธิ และเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน จะมีการนับคะแนน ซึ่งอาจมีผู้มีสิทธิจำนวนมากไปชุมนุมสังเกตการณ์และเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน ดังนั้นทางกกต.จึงขอทราบแนวทางในการปฏิบัติที่จะไม่ขัดต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อจะได้แจ้งให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองรวมถึงเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และหากมีผลอย่างไรก็ขอให้แจ้งกกต.ทราบก่อนวันที่ 25 มิ.ย. เนื่องจากกกต.จะเปิดรับสมัครในวันจันทร์ ? 28 มิ.ย.นี้แล้ว

 นางสดศรี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการผ่อนผันการยกเลิกหรือจะมีแนวทางอย่างไร ถือเป็นหน้าที่ของศอฉ.ที่จะพิจารณา หากยังไม่มีการประกาศเลิกพ.ร.ก.เราก็จะได้แจ้งให้ผู้สมัครทราบและให้ระวังว่าอะไรทำได้บ้างไม่ได้บ้าง เราเป็นคนตั้งปัญหาให้ทางศอฉ.พิจารณาเราคงไม่ไปชี้นำ เพราะเป็นเรื่องของทางบ้านเมือง แต่อย่างไรก็ตามในระบอบประชาธิไตยก็ต้องฟังเสียงของประชาชนเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากยังคง พ.ร.ก.ไว้กกต.ก็ทำงานง่ายขึ้นเรื่องร้องเรียนก็จะน้อยลง

 “ ส่วนตัวเห็นว่าหากยังมีสถานการณ์อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศยกเลิกทั้งหมด แต่อาจะประกาศยกเลิกบางส่วน หรืออาจจะยกเว้นเป็นการชั่วคราวหากเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ดี ในเขตอื่นยังไม่เลิกแต่ละเลิกในเขต 6 เขตเดียวหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลและศอฉ.ต้องพิจารณา แต่กกต.คงะจะไปชี้นำไม่ได้ ” นางสดศรี กล่าว

พท.ยังไม่เคาะผู้สมัครเขต6 กทม.จวกปชป.
 
                นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในขณะประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ทางพรรคกำลังประเมินสถานการณ์ โดยมีทางเลือกสองทาง คือส่งคนลง ซึ่งมีชื่อในใจแล้ว 3-4 คน อาทิ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นายภักดีหาญ หิมะทองคำ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) ถ้านายณัฐวุฒิรับจะลงสมัคร และคุณสมบัติถึง และอีกทางหนึ่ง คือไม่ส่งผู้สมัคลง เพราะพบว่า มีอุปสรรคมากมายในการหาเสียง

 แม้ว่าตนได้เคยพูดเรื่องนี้แล้ว แต่ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กลับบอกไม่มีปัญหา โดยไปเปรียบเทียบกับตอนเลือกสมาชิกสภาเขตกรุงเทพ ( สข.) ว่าไม่มีปัญหา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่นายกฯ และนายสุเทพพูดไปเอง เพราะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ก็บอกว่า มีปัญหา และกกต.ก็นัดจะพบรัฐบาลแล้ว รัฐบาลต้องแก้ไขให้การเลือกตั้งเป็นไปได้ ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม อยู่ในกรอบประชาธิปไตย ผู้หาเสียงปราศรัยได้ ติดโปสเตอร์ได้ วิจารณ์สิ่งที่ตัวเองไม่เห็นด้วยได้ แต่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน ทำไม่ได้เลย พวกท่านอาจทำได้ แต่พวกตนทำไม่ได้ อย่าพูดว่า ทำได้ เพราะไม่มีชาติไหนเลือกตั้งได้ใต้กฎเกณฑ์ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเช่นนี้ ขอความกรุณา กกต.รีบหาความชัดเจนให้ได้ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง และขอเรียนประชาชน ช่วยรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ประชาชนควรอยู่ในเขตเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลใช้กฎระเบียบเข้ามากดดัน บีบบังคับ สิทธิ์ของประชาชน และขอให้รัฐบาลยุติเรื่องนี้เสีย ยืนยันว่า เราจะรอให้ กกต.คุยกับรัฐบาลก่อน เรื่องหลักคือ จะเลิก หรือไม่เลิก พรก.ฉุกเฉิน เพราะชุมนุมทางการเมืองก็ไม่ได้ หาเสียงก็ไม่ได้ นี่มันเฮงซวยสุดจะเถียง คิดตามไม่ทันแล้วว่าจะพูดอย่างไร

 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องเขตเลือกตั้งที่ 6 นั้น สื่อบางฉบับลงคล้ายกับว่า พิจารณาตัวบุคคลแล้ว ขอเรียนว่า ยังพิจารณา 2 ประเด็น คือ การดูตัวผู้สมัครด้านคุณสมบัติ นอกจากคนตามสื่อ ก็มีบุคคลที่ไม่เป็นข่าวอีก ที่ก็เป็นคนมีชื่อเสียง แต่เขายังไม่ขอเปิดเผยตัว และดูความเหมาะสมเรื่องพื้นที่  พื้นที่ 6 เป็นพื้นที่เดิมของไทยรักไทย ตั้งแต่สมัยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จนถึงสมัยพรรคพลังประชาชน สมัยเพื่อไทย ก็ยังมี ส.ส.เขตนี้ 1 คน และมี สก.ที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และผู้ให้การสนับสนุนที่คิดแล้ว น่าจะสูงกว่าพรรคอื่น แต่กระแสการเมือง ที่มาเปรียบเทียบกับ สข.ต้องยอมรับว่า การสลายการชุมนุมวันที่ 19 พ.ค.รัฐบาลทำให้ประชาชนสับสน ทำให้การเลือกตั้ง สข.มีความผิดพลาดเรื่องการตัดสินใจ งดใช้สิทธิ์ บัตรเสียจำนวนมาก เป็นความลังเลเกือบ 12 เปอร์เซนต์ ทำให้การเลือกบุคคลลงเลือกตั้ง ต้องพิจารณามากขึ้น

                นายวิชาญ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของ พรก.ฉุกเฉิน ทางพรรคเป็นห่วงอย่างยิ่ง แม้นายสุเทพจะบอกว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง  แต่ตนยืนยันว่า มันเป็นเรื่อง การเมือง ถ้าไม่มีการพบปะ เคลื่อนไหว ชี้แจงประชาชน ไม่ใช่การเมือง โดยเฉพาะเรื่องเหตุสลายการชุมนุม รัฐบาลเองไม่เปิดใจกว้าง และมาบอกว่าสมานฉันท์ มันสวนทางกับการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน คุณตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 3 คณะ มันไม่ทำให้เกิดการปรองดอง ถ้าการเลือกตั้งมันนำไปสู่การปรองดองได้ เพราะยึดประชาธิปไตย มันต้องเลิก พรก.ฉุกเฉินก่อน พรรคจึงจะยังไม่ตัดสินใจใดๆ อยากฝากไปทาง กกต.ว่า ในสถานการณ์และบรรยากาศนี้ ไม่สามารถเอื้ออำนวยให้เลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบ 20 เปอร์เซนต์ การหาเสียงก็ได้เปรียบ ทางสื่อก็ได้เปรียบ และประชาธิปัตย์ก็เป็นผู้ว่า กทม.ที่ดูแลเลือกตั้ง คนนับคะแนนส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ กทม.ในการเลือกตั้ง สข. การขานคะแนนบางหน่วยก็มีปัญหา ตนมีเอกสารหลักฐานที่ยังไม่อยากเปิดเผย ถ้านายสุเทพ พูดว่า สข.เลือกใต้ พรก.ได้ ต้องกลับไปดูถึงจำนวนคนมาใช้สิทธิ์

 นายวิชาญกล่าวต่อว่า ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ ผู้สมัครเขต 6 ได้ข้อสรุปชัดเจน เพราะเราต้องสมัครวันที่ 28 มิ.ย. แต่ถ้าคง พรก.ฉุกเฉินไว้ กกต. ต้องเขียนกติกา ว่า จะหาเสียงอย่างไรภายใต้ พรก. ถ้าจะยกเลิก พรก.4 เขต ใน กทม.ก็เป็นหนทางดี ถ้า กกต.ยังเกรงใจรัฐบาล ก็ไม่ควรจัดการเลือกตั้ง ถ้าเราไม่ได้รับคำตอบก่อนวันที่ 28 เราจะพิจารณาว่า ส่งหรือไม่ เพราะประชาชนเองก็กังวล สงสัยว่า จะหาเสียงอย่างไร ตอนนี้การตัดสินใจเรื่องการส่งผู้สมัครนั้น ยังเรียกว่า  50 : 50 ถ้ากกต.มีกฎเกณฑ์เรื่องหาเสียงชัดเจน จะพิจารณา ถ้าแนวโน้มรัฐบาลจะไม่ยกเลิก ตนก็ถามว่า กกต.จะคิดอย่างไรเรื่องการเลือกตั้ง อยากฝากสื่อถาม กกต.ว่า ถูกครอบงำและกดดันโดยรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร ถ้าใต้ พรก.ให้เลือกตั้งได้ ให้เขียนกติกาให้ชัด และบอกด้วยว่า ต่างประเทศมีลักษณะนี้หรือไม่

                เมื่อถามว่า การที่นายณัฐวุฒิ เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีก่อการร้าย จะเป็นปัญหาต่อการส่งเลือกตั้งหรือไม่ นายวิชาญกล่าวว่า กรณีคุณสมบัตินายณัฐวุฒินั้น นายณัฐวุฒิถือเป็นประชาชน มีสิทธิ์ในการเคลื่อนไหว และนายณัฐวุฒิก็เป็นสมาชิกพรรค ถ้าเสนอตัว ก็พิจารณาคุณสมบัติ และดูความเหมาะสม ถ้านายณัฐวุฒิถูกกล่าวหาว่า ก่อการร้าย และมีการโยงมาที่พรรค ต้องพิสูจน์ได้ว่า เป็นผู้ก่อการร้ายจริง และมีอะไรโยงได้ว่า พรรคสนับสนุน ต้องพิสูจน์ตรวจสอบก่อน แต่อย่าไม่ให้โอกาสทางการเมืองโดยบอกว่า เขาเป็นคนก่อการร้าย ให้สาธารณชนตัดสิน ถ้าเขาชนะ แปลว่ารัฐบาลกล่าวหานายยณัฐวุฒิและพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจเป็นเรื่องประชาชน การพิสูจน์ทางกฎหมาย ต้องใช้เวลาอีกช่วง ถ้าไม่มี พรก.ฉุกเฉิน คิดว่า จะประกันตัวได้แล้ว เพราะนายณัฐวุฒิขอมอบตัวในวันสลายการชุมนุม ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิก็มีกองเชียร์เยอะ และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่เกี่ยวข้องในการจะให้นายณัฐวุฒิลงสมัคร