ข่าว

มาร์คแนะแม้วหยุดหนุนกิจกรรมผิดกม.

มาร์คแนะแม้วหยุดหนุนกิจกรรมผิดกม.

21 มิ.ย. 2553

นายกฯหวั่นแกนนำที่ยังหลบหนีตั้งกองกำลัง สั่งศอฉ.ติดตามต่อเนื่อง ปัดทำโพลปรองดองพ่วงหาเสียงแนะทักษิณหยุดหนุนกิจกรรมผิดกม.พท.ขอรัฐบาลตั้งคณะกรรมการเยียวยาคนเจ็บ คนตายจากเหตุสลายม็อบ ให้พระ-พท.ร่วมเป็นกรรมการ อัด “มาร์ค” ใจดำไม่ดูแลคนเจ็บ คนตาย ท้าจับคนเผาเม

(21มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมีการประเมินต่อกรณีที่เอเชียไทม์วิเคราะห์ว่าเสื้อแดงกำลังจะมีการตั้งแกนนำรุ่นสอง อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายจักรภพ เพ็ญแขและนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รวมทั้งจะมีการตั้งกองกำลังติดอาวุธมาสู้กับรัฐว่า ทางการข่าวเขาก็จะมีการติดตามความเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำที่หลบหนีไป รวมทั้งการเคลื่อนไหวใดใดที่อาจจะส่งผลต่อการทำให้เกิดความรุนแรงได้ ก็มีการติดตามอยู่เป็นระยะ

 เมื่อถามว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนกับข่าวที่ออกมา นายกฯ กล่าวว่า ก็ยังเป็นขั้นของการติดตามอยู่ ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้ชัดเจนว่าจะมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบอย่างไร แต่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)จะชี้แจงได้ดีกว่า เพราะเขายังติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ที่มีข่าวว่ามีการกบดานอยู่ที่ประเทศกัมพูชา นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีการยืนยันเข้ามา

ปัดทำโพลปรองดองพ่วงหาเสียงแนะทักษิณหยุดหนุนกิจกรรมผิดกม.

 นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบแผนปรองดองแห่งชาติ และโรดแมป 5 ปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน ซึ่งอาจจะผิดหลักของระเบียบวิธีวิจัย เช่นการตั้งคำถามอาจจะโน้มเอียงมาในทางการเมืองว่า ตนเห็นที่เสนอกันมาก็ไม่มีเรื่องการเมือง แต่ว่าการที่เราจะลงไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องของความเดือดร้อนจะควบคู่ไปกับการทำงานของภาครัฐอยู่แล้ว เช่น ความต้องการคืออะไร ซึ่งเราต้องการสอบทานด้วยว่านโยบายของรัฐบาลที่ความจริงมีหลายเรื่อง และอาจจะไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลชุดนี้มันสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

 “ผมยังมองไม่เห็นว่ามันมีอะไรที่จะไปเกี่ยวพันกับเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของตัวนโยบาย เป็นเรื่องของความเดือดร้อน แต่มันแยกกันไม่ออกระหว่างความเดือดร้อนกับเรื่องนโยบาย เพราะสิ่งที่เราต้องการกลับมาท้ายที่สุดก็คือว่านโยบายไหนมันมีช่องว่างอยู่บ้าง ประเด็นอะไรที่ประชาชนมีความรู้สึกพึงพอใจ ไม่พึงพอใจกับบทบาทของภาครัฐด้วย อันนี้มันมีความจำเป็น” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่ามีการเจตนาว่ารัฐบาลแฝงการหาเสียงเข้าไป นายกฯ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีหรอก มันจะไปหาเสียงอะไร ก็เป็นเพียงแต่การที่เราทำงานเราก็ต้องรับรู้อยู่แล้วว่านโยบายแต่ละเรื่องขณะนี้มันตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้โดยปกติสำนักงานสถิติเขาก็มีการสำรวจอยู่เป็นระยะต่อนโยบายต่างๆ เช่น ยาเสพติด ประกันรายได้ เขาก็ต้องมีการสำรวจ อย่างไรก็ตามเรากำลังดูภาพรวมว่าประชาชนขาดอะไรมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ได้รับบริการ ขาดความมั่นคงในเรื่องไหน

 “เราก็ต้องโยงกลับมาด้วยว่าแล้วนโยบายที่รัฐบาล จะเป็นในอดีตหรือว่าปัจจุบันพยายามตอบสนองมันตอบโจทย์เขาหรือไม่ ถ้าไม่ทราบตัวนี้ ทราบแต่เพียงความต้องการเดี๋ยวก็มาถกเถียงกันอีกเปล่าๆว่านโยบายที่ทำอยู่มันก็ทำอยู่แล้วหรือเปล่า เพียงพอหรือไม่” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าจะใช้ประโยชน์จากผลสำรวจตรงนี้ยังไง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจตรงนี้ส่วนหนึ่งเป็นตัวสะท้อนมายังรัฐบาลอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นข้อมูลทั้งหลายที่เราได้รับ เราก็จะส่งให้คณะกรรมการที่ทำงานด้านการปฏิรูปเป็นข้อมูลประกอบในการทำงานด้วย ทั้งนี้จะเป็นข้อมูลในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งทั้งหมดจะมาเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงการทำงานและการจัดทำแผน ในเรื่องความเหลื่อมล้ำความเป็นธรรมในสังคมด้วย เพราะว่าคำถามที่ถามไปจะถามในลักษณะที่ว่าความเดือดร้อนของประชาชนคืออะไร และมีความรู้สึกว่าไม่ได้รรับความเป็นธรรม หรือมีความทุกข์ในเรื่องไหนอย่างไร

 เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้แผนปรองดองแม้ดูจะเดินหน้าไปได้มาก แต่คนเสื้อแดงไม่ได้ปรองดองด้วยมันจะเดินหน้าได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำงานในเรื่องนี้เราขจัดเงื่อนไขของความขัดแย้ง ถ้าเราทำสำเร็จตนเชื่อว่าคนเกือบทั้งประเทศหรือคนส่วนใหญ่ก็จะสามารถอยู่ด้วยกันอย่างปรองดองได้ ซึ่งผู้นำของกลุ่มคนเสื้อแดงอาจจะมีความไม่ไว้วางใจมีความหวาดระแวงความไม่เห็นด้วยหรืออาจจะเป็นเรื่องของการเมืองก็ต้องเป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กันไป เพราะการทำงานตรงนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้หรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์ของเรามันไม่ใช่เป็นเรื่องการปรองดองโดยเลือกว่าใครจะปรองดองกับใคร

 “เรากำลังทำงานให้คนทั้งประเทศเพื่อนำไปสู่การปรองดองของสังคมในภาพรวม ผมก็อยากให้ทุกคนเปิดใจกว้าง ผมเห็นหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แม้กระทั่งตัวบุคคลซึ่งอาสาเข้ามาทำงานโดยไม่มีส่วนได้เสีย ท่านเหล่านี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ท่านเหล่านี้เองกลับมองคนที่เป็นกลุ่มแกนนำ กลุ่มผู้นำเสื้อแดงว่าทำยังไงจะดึงเข้ามา เอาความคิดเอาความเห็นเข้ามา ให้เป็นประโยชน์ด้วยซ้ำ น่าจะมีความใจกว้างในการที่จะเปิดโอกาสให้คนที่อาสาเข้ามาทำงานเดินหน้าได้ เพราะว่าไม่มีใครทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าถ้าคนเหล่านี้ไม่ยอมรับแล้วกลับมาเคลื่อนไหวอีกสุดท้ายก็จะทำให้ประเทศหยุดชะงักอีกรอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมายก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่อยู่ในกรอบก็ต้องเดินหน้าจัดการตามกฎหมาย

 เมื่อถามถึงการถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่รัฐบาลสวนการปรองดองด้วยการไล่ล่าแกนนำ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องอะไรที่สวนทาง ไม่มีการไล่ล่า แต่เราไม่สามารถละเว้นเรื่องของกฎหมายได้ ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องได้รับโทษ แต่ว่าเราก็ได้พยายามดูแลอยู่แล้ว เช่น ความผิดของคนที่มาชุมนุมตามปกติที่เราส่งกลับบ้านไปเราก็ไม่มีการไปไล่ล่าอะไร แต่คนที่สร้างความวุ่นวาย สร้างความรุนแรงคนเหล่านี้ต้องรับโทษตามกฎหมาย ไม่งั้นสังคมก็ไม่สงบ ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตเตอร์กลับมาอย่างต่อเนื่อง นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้อนถามว่า “แล้วยังไงหละครับ ผมไม่ได้คาดหมายหรือคาดหวังให้คุณทักษิณหยุดนี่ครับ”

 เมื่อถามว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณหยุดจะส่งผลกับการเมืองภายในประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่ามันอยู่ที่พวกเราในสังคมไทยมากกว่าว่าเราจะมองเจตนาของแต่ละฝ่ายที่ทำงานอย่างไร ขณะนี้เราพยายามดึงภาคส่วนเข้ามาทำงานให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนคนที่ไม่พอใจก็มีอยู่บ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ แต่เราจะปล่อยให้คนที่ไม่พอใจใช้อำนาจเงิน ใช้อิทธิพลในการก่อความวุ่นวาย ความไม่สงบ ใช้ความรุนแรงและประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนตนมองไม่เห็นว่าสังคมไทยจะยอมอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้นดีที่สุดก็คือทุกฝ่ายมาร่วมมือร่วมใจกันทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ส่วนคนกลุ่มเล็กๆที่อาจจะมีปัญหาอยู่ก็อาจจะเป็นปัญหาอยู่ แต่เราก็มีวิธีการที่จะจัดการไม่ให้เป็นอุปสรรคให้กับคนส่วนใหญ่

 เมื่อถามว่าในทัศนะพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นคนไทยคนหนึ่งจะมีส่วนในการปรองดองในประเทศได้อย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อย่าสนับสนุนกิจกรรมซึ่งผิดกฎหมาย

พท.ขอรัฐบาลตั้งคกก.เยียวยาคนเจ็บคนตาย
 
 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในการที่นายอภิสิทธิ์ ได้ตรวจเยี่ยมอาคารที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ย่านสยามสแควร์ ทางพรรคเพื่อไทยก็เสียใจกับสิ่งที่เสียหายในเหตุเผาทรัพย์สิน แต่ไม่ทราบว่า อะไรทำให้นายกฯ เลือกเยี่ยมอาคารเสียหาย โดยไม่เยี่ยมคนเจ็บ 2,000 คน ไม่ถามถึงคนตาย 90 กว่าคน ไม่ถามถึงคนหาย ไม่เคยถามว่า พ่อแม่ ลูก ผัวเมีย เขาจะอยู่อย่างไร ใครจะส่งเขาเรียน นายกฯ ไม่เคยถามคนเจ็บว่า หายหรือยัง อยู่ที่ไหน หรือสั่งให้ข้าราชการไปเยี่ยม นายกฯ ไม่เคยส่งดอกไม้ หรือมธุรสวาจาให้คนเจ็บเหล่านี้ จนไม่แน่ใจว่า ลึกๆ นายกฯ แช่งให้ตายหรือไม่ เพราะเวลาพูดถึงเรื่องคนพวกนี้ นายกฯ หน้าบึ้งทุกที แทนจะตีหน้าเศร้า นายกฯใจดำมาก ท่านเป็นมนุษย์หรือไม่

 ขอถามนายอภิสิทธิ์เหมือนที่นายอภิสิทธิ์เคยถามนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า คุณเป็นคนหรือไม่ ยอมรับหรือไม่ว่า แนวทางของท่าน ทำให้คนเจ็บ คนตายมากขนาดนี้ แล้วเดินยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ทุกวัน ไม่ละอายหรือไร พรรคเพื่อไทยขอให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีกชุด เพื่อเยียวยาผู้เจ็บ ผู้ตายในครั้งนี้ โดยขอให้คณะกรรมการชุดนี้ มีพระอยู่ด้วย และอย่าลืมเชิญพรรคเพื่อไทยไปร่วม หน้าที่คือไปเยี่ยมครอบครัวคนตาย ไปแสดงความเสียใจ ไปเยี่ยม ให้กำลังใจคนเจ็บ หวังว่า นายกฯ คงรับข้อเสนอนี้ ไม่ใจดำเกินไป อย่าคิดว่า เขาเป็นศัตรู เขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง เขามา กทม.เพราะเชื่อว่า แนวทางแก้ปัญหาตามประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้มาฆ่าแกงอะไร ไม่ได้มาไล่ท่าน เขาแค่ขอยุบสภา เหตุไฉนถึงบอกว่าเขาเป็นศัตรู เขาตายนายกฯ ยังไม่ไปวัดด้วยซ้ำ

 นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายกฯ จะมีการปรองดอง ตนอยากให้ท่านรู้จักคำว่า เยียวยา ท่านไม่เยียวยาพี่น้องประชาชน อยากเรียกร้องนายกฯ ว่า ก่อนจะปรองดอง เยียวยา ให้ขอโทษประชาชนสักหน่อยได้หรือไม่ ถึงวันนี้ท่านไปตรวจตึก อาคารที่เสียหาย ตนอยากให้ท่านไปดูแลประชาชน ชีวิตหนึ่งชีวิต มีคุณค่ามากกว่าตึกรามบ้านช่องที่สูญเสีย ตนอยากเรียกร้องให้ท่านดูแลประชาชน ที่บาดเจ็บ ล้มตายบ้าง เพราะเขามาโดยสุจริต ท่านไปปลอบใจเขาหน่อย ก็จะเกิดการปรองดองได้ และที่สำคัญ เรื่องการเผาเมืองนั้น ตามที่ดูมา เขาก็ไม่เชื่อว่า นปช.เผา นายกฯ ก็บอกว่า เป็นผู้ก่อการร้ายเผา ก็ขอให้จับให้ได้ ได้รู้ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และฝากนายกฯว่า เรื่องปัญหาบ้านเมือง ภัยแล้ง ทุจริต เยอะมาก ท่านทำอะไรหรือยัง

 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการพูดถึงคนตาย คนเจ็บ แต่รัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจ ปรองดอง แต่ปล่อยปัญหาให้ยังอยู่กับประชาชน ให้ไปสอบถามผู้ประกอบการ คนมาท่องเที่ยว ว่า ถ้าคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เศรษฐกิจ การลงทุนดีหรือไม่ พ.ร.ก.ฉบับนี้ อยากถามว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศต่อไป โดยขาด พ.ร.ก.นี้ใช่หรือไม่ ซึ่งก็ไม่เห็นมีเหตุการณ์ไม่สงบใดๆ แล้ว