
ทีมกม.พท.เผยไม่อยากเสี่ยงส่งณัฐวุฒิลงส.ส.
ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยเผย ไม่อยากเสี่ยงส่ง ณัฐวุฒิ ลง ส.ส. กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยัน ณัฐวุฒิ คุณสมบัติครบ ชี้ส่งลงเลือกตั้ง วัดใจ "ศาล-รัฐบาล" โวถ้าชนะ ชูเป็น "ชัยชนะของ ปชช."
(21มิ.ย.) นายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะทีมกฎหมายของพรรค กล่าวว่า ในวันนี้ทางพรรคจะหารือเกี่ยวกับการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 6 ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีการเสนอชื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ลงสมัคร ซึ่งในเบื้องต้นเป็นที่ยุติว่าสามารถลงสมัครได้เพราะแม้จะถูกควบคุมตัวตามข้อหาในคดีก่อการร้าย แต่ก็ยังไม่มีคำพิพากษาให้จำคุก
อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าพรรคไม่น่าเสี่ยงส่งนายณัฐวุฒิลงสมัคร เพราะแม้จะไม่ติดคุณสมบัติเรื่องดังกล่าว แต่นายณัฐวุฒิก็มีปัญหาเรื่องการอยู่ในภูมิลำเนา เพราะนายณัฐวุฒิไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกทม. จึงต้องอาศัยคุณสมบัติ ว่าเคยศึกษาอยู่ในจังหวัดที่ลงสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยเกินกว่า 5 ปีการศึกษา อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นเวลาสี่ปี แล้วจึงค่อยมาต่อปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ จึงมีปัญหาสุ่มเสี่ยงทางข้อกฎหมายว่าอย่างนี้เป็นการศึกษาต่อติดต่อกันห้าปีการศึกษาหรือไม่
“ผมไม่อยากให้พรรคเสี่ยงกับเรื่องนี้ เพราะหากส่งนายณัฐวุฒิลงสมัครแล้วถูกตัดสินว่าไม่มีคุณสมบัติ พรรคก็จะเสียโอกาส เพราะหากเราส่งผู้สมัครลงก็มีสิทธิที่จะชนะ แต่หากไม่ส่งก็ถือว่าเสียไปฟรีๆ” นายพีรพันธ์ กล่าว
กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยัน ”ณัฐวุฒิ” คุณสมบัติครบ
นายกมล บันไดเพชร กรรมการบริหารและนายทะเบียนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของนายณัฐวุฒิแล้ว ไม่มีส่วนใดที่จะขาดคุณสมบัติ โดยเรื่องการศึกษานั้นนายณัฐวุฒิ จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ตามหลักสูตร 4 ปีและจบปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ตามหลักสูตร 2 ปี ซึ่งเข้าเงื่อนไขเรื่องการศึกษาในพื้นที่ครบ 5 ปี
จวก "เจ๊สด" อ้างอดีตเคยเลือกตั้งได้
ส่วนกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ระบุว่านายณัฐวุฒิ ถูกจำคุกอยู่ทำให้ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งและการที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะทำให้หมดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งไปด้วยนั้น นายกมล กล่าวว่า น่าจะเป็นการวินิจฉัยที่ผิดพลาด และไม่มีอำนาจชี้ขาด อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับจ.ส.อ.อนันต์ สุขสันต์ อดีต ส.ส.ชัยนาทที่ครั้งหนึ่งถูกคุมขังในคดีฆ่าคนตาย แต่ได้ขออนุญาตศาลออกมาสมัครรับเลือกตั้ง พอสมัครเสร็จก็กลับเข้าไปอยู่ในคุกต่อ แม้ครั้งนั้น จ.ส.อ.อนันต์ ไม่ได้หาเสียงเพราะยังอยู่ในคุก แต่ก็สามารถเอาชนะการเลือกตั้งมาได้
“ผมในฐานะกรรมการบริหาร แม้ไม่ได้มีหน้าที่ในการคัดเลือกตัวผู้สมัครโดยตรง แต่บอกเลยว่า ผมเชียร์ ณัฐวุฒิเพราะการส่งคนอื่นลงนั้น แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะ ได้มาเพิ่มอีก 1 เสียงก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับพรรคฝ่ายค้าน” นายกมล กล่าว
ชี้ส่งลงเลือกตั้ง วัดใจ "ศาล-รัฐบาล"
นายกมล กล่าวต่อว่า แต่หากส่งนายณัฐวุฒิส่งเลือกตั้งก็จะเป็นการวัดใจ 1.ศาลจะอนุญาตให้นายณัฐวุฒิ ออกมาสมัครและให้ประกันตัวเพื่อให้หาเสียงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลไม่อนุญาต ศาลก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่าหลักการของรัฐธรรมนูญที่จะให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นอย่างไร เพราะข้อหาที่นายณัฐวุฒิถูกกล่าวหานั้น เป็นข้อหาการเมือง แค่ที่ผ่านมาไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ร้ายแรงอยู่แล้ว 2.เป็นการวัดใจฝ่ายบริหารว่าจะให้หาเสียงได้หรือไม่ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผ่านมานั้นบังคับใช้เฉพาะกับคนเสื้อแดง แต่คนกลุ่มอื่นๆ นั้นบังคับแบบหลวมๆ อย่างคนเสื้อหลากสีนั้นชุมนุมเกิน 5 คนได้แต่ไม่มีข้อกล่าวหา
โวถ้าชนะ ชูเป็น "ชัยชนะของ ปชช."
นายกมล กล่าวด้วยว่า และ 3.วัดใจประชาชน หากนายณัฐวุฒิ นั้นต้องอยู่ในคุกและไม่สามารถหาเสียงได้ แต่ชนะการเลือกตั้งก็จะสามารถอนุมานได้ว่า เป็นชัยชนะของประชาชน หรือแม้แต่คะแนนออกมาสูสีก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล ที่จะบริหารงานต่อไป และแม้สุดท้ายนายณัฐวุฒิจะแพ้ก็แพ้อย่างมีศักดิ์ศรี แต่เชื่อได้เลยว่าหากพรรคส่งนายณัฐวุฒิ คนจะเชียร์กันทั้งประเทศ



