ข่าว

3 วาระด่วน บทพิสูจน์..?..     การแก้ปัญหา "ป่าพรุควนเคร็ง"  ( 2 )

3 วาระด่วน บทพิสูจน์..?.. การแก้ปัญหา "ป่าพรุควนเคร็ง" ( 2 )

22 มิ.ย. 2553

ป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งความละโมบ เพื่อการครอบครองทำประโยชน์ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางนิเวศวิทยาป่าพรุชุ่มน้ำ หรือที่เรียกว่า “แรมซาร์ไซท์” ย่อมแสดงให้เห็นว่าคนที่เข้าไปบุกรุก “ไม่ธรรมดา

 ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าพรุนับหมื่นไร่ กอปรกับความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อป่าพรุผืนนี้ นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช จึงได้เชิญพระราชกระแส ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับป่าพรุแห่งนี้ว่า “15 ปีแล้วนั้นจะไปพรุควนเคร็ง พระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งกับฉันว่าพรุควนเคร็งสมเด็จพระเทพฯ น่าจะลงไปดู ฉันจะไปทุกครั้งที่มาแต่ฉันไม่ได้ไปเพราะเขาไม่จัดให้ไป เพราะฉะนั้นควนเคร็งเป็นเรื่องที่ทางการควรดูแลอย่างยิ่ง  เพราะพื้นที่นั้นเป็นแหล่งรวมทรัพยากรทุกอย่าง"

 ความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ป่าพรุที่บรรดานักนิเวศวิทยาให้ความสำคัญอยู่ในระดับโลกแล้ว พื้นที่ย่านนี้ยังอยู่ในสายพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังไม่พ้นนายทุน ผู้กว้างขวาง ข้าราชการบางคน ใช้กลวิธีเข้าทำลายพื้นที่ ครอบครองทำประโยชน์อย่างไม่รู้จักพอ หลังจากที่ข่าวความเสียหายแพร่สะพัดไป แน่นอนว่าผู้เกี่ยวข้องย่อมที่จะร้อนอกร้อนใจตามเปลวไฟที่ร้อนแรงเผาผลาญอยู่ในพื้นที่

 "จตุพร บุรุษพัฒน์" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางลงพื้นที่นครศรีธรรมราช และบินด่วนเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุทันที เมื่อประจักษ์ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเหลือคณานับ มาตรการเร่งด่วนที่ผู้มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติโดยรวดเร็วและเฉียบขาดด้วย 3 วาระเร่งด่วนที่สำคัญคือ คือ 1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเฉียบขาด 2.ขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่สูบน้ำระบายเข้าสู่ป่าพรุแก้ปัญหาในการดับไฟและการรักษาความชุ่มชื้นโดยการดำเนินการทันที และสำรวจเอกซเรย์พื้นที่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องของเอกสารสิทธิและปัญหาต่างๆ และ 3.ต้องทำการบล็อกเส้นทางที่ชัดเจนรอบป่า เพื่อป้องกันภัยทั้งทางธรรมชาติ และฝีมือมนุษย์

  "มีบางคนมีเอกสารสิทธิทั้ง ส.ป.ก.และสค. จะต้องมีการตรวจเอกสารทุกแปลง ต้องดูว่าเอกสารนี้ได้มาอย่างไร และเรากำลังทำเรื่องเพื่อขอคืนพื้นที่ป่า อย่างจันทบุรีป่าสมบูรณ์มาก แต่มี ส.ป.ก.เช่นนี้ผิดหลักเกณฑ์สามารถเอากลับคืนมาได้ ทุกพื้นที่กำลังถูกสำรวจ อย่างนครศรีธรรมราช ต้องดูว่า ส.ป.ก.นั้นมาอย่างไร การแก้ปัญหาจะมีทั้งระบบโดยการจัดการภาพถ่ายทางอากาศ หากขัดต่อเจตนารมณ์ ส.ป.ก.พื้นที่จริงเป็นป่าสมบูรณ์เราจำเป็นต้องขอคืนพื้นที่” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว

   อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวใช้เฉพาะหน้าในการแก้ปัญหาพื้นที่สำหรับทรัพยากรป่าพรุผืนนี้ แต่ผู้ได้รับผลกระทบคือชาวบ้านพื้นถิ่น ที่อาศัยทำมาหาเลี้ยงชีพกับผืนป่าพรุทั้งหาปลา เก็บกระจูด เก็บผักพื้นเมืองต่างๆ เป็นวิถีในการดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน วิถีเหล่านี้ต้องได้รับผลกระทบผู้ที่มีบทบาทในท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ต้องเข้าไปเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยนายสมเอก อินทร์ช่วย นายก อบต.เคร็ง ได้ประสานความร่วมมือกับนายพิชัย บุณยเกียรติ นายก อบจ. เข้ามามีบทบาทในการฃ่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่น และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการดับไฟ เช่นการขุดลอกคูคลองระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ป่าพรุ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศพรุชุ่มน้ำ

  ส่วนการแก้ปัญหาในเรื่องปากท้องนั้น นอกจากการพยายามฟื้นฟูอาชีพ จัดหาอาชีพแล้ว การยังชีพเฉพาะหน้า นายก อบจ.นครศรีธรรมราช บอกว่าจะเร่งจัดงบประมาณช่วยเหลือครอบครัวประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนครอบครัวละ 1,000 บาทเป็นเวลา 2 ปี อย่างน้อยจะช่วยบรรเทาความยากลำบากได้พอสมควรแม้ว่าจะเป็นเงินไม่มาก แต่มีความสำคัญต่อกำลังใจในการใช้ชีวิต

  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นบทพิสูจน์ ที่สำคัญของการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนคนยากจน เอาเปรียบผืนแผ่นดิน ของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายว่า จะสามารถใช้กฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน?.. ที่สำคัญจะเป็นบทพิสูจน์วาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเป็นที่พึ่งพายามเดือดร้อนของประชาชนได้จริงหรือไม่?..  อีกไม่นานการฟื้นตัวของป่าพรุ และการฟื้นตัวของประชาชนจะเป็นบทพิสูจน์สิ่งเหล่านี้

"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล"