
ร้องศาลฯมช.รับเด็กเส้นเสียบแทนลูกชาย
ผู้ปกครองร้องศาลปกครอง ลูกแชมป์เหรียญเงินกีฬาเยาวชนแห่งชาติแห้วโควต้า"ทางช้างเผือก" ร้องศาลฯมช.รับเด็กเส้นเสียบแทนแฉกระบวนการรับนักกีฬาเข้าเรียนไม่โปร่งใส
(21มิ.ย.) ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ นายชิงชัย เจริญยิ่ง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ถนนเจริญยิ่ง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ปกครองของนักกีฬาแบดมินตันชายเยาวชนอายุ 18 ปีรายหนึ่ง ซึ่งมีผลงานระดับนักกีฬาเหรียญเงิน เยาวชนแห่งชาติ 1 ปี เหรียญทองแดงเยาวชนแห่งชาติ 2 ปี และเป็นนักกีฬาตามโครงการสปอร์ตฮีโร่ของกกท.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาเร่งรัดคดีเพื่อติดตามความคืบหน้าต่อศาล หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ยื่นร้องศาลปกครองเชียงใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมกรณีที่บุตรชายของตนเองสอบได้คะแนนสูงและมีความสามารถสอบเข้าตามโครงการพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนดีเด่นทางด้านกีฬา หรือโครงการทางช้างเผือก แต่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)กลับรับเอาเด็กรายอื่นที่คุณสมบัติต่ำกว่าเข้าไปแทน
นายชิงชัย เจริญยิ่ง กล่าวว่า ที่ยื่นร้องต่อศาลปกครองก็เพราะบุตรชายของตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการคัดเลือกรับนักกีฬาเข้ามาเป็นนักศึกษาของ มช.ที่ไม่โปร่งใส ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดรับสมัครที่มหาวิทยาลัยมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าสำหรับช่วยเหลือผู้สมัครบางราย เช่น การออกประกาศรับสมัครเพิ่มเติมเพื่อเอื้อให้กับนักกีฬาผู้มีคุณสมบัติต่ำลงกว่าเดิมทั้งที่การเปิดรับสมัครในตอนแรกมีนักกีฬาที่มีความสามารถทางการกีฬาสูงยื่นสมัครจำนวนมากถึง 400 คนซึ่งทาง มช.กำหนดเปิดรับเข้ามาเรียนเพียง 72 คนเท่านั้น ขั้นตอนการประเมินให้คะแนนมีความไม่โปร่งใสหลายอย่าง
โดยอ้างข้อมูลการคำนวณทางสถิติในการคิดคะแนนในส่วนของผลการเรียน(เกรดเฉลี่ย) การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย คะแนนสอบสัมภาษณ์ ความสามารถทางกีฬาอย่างไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่ชัด โดยบุตรชายของตนสอบได้คะแนนสัมภาษณ์อันดับหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ (วิทยาการจัดการคอมพิวเตอร์)และยังอ้างว่ามีประวัติผ่าตัดหัวเข่า ทั้งที่แพทย์ยืนยันว่ากลับมาเล่นกีฬาได้ตามปกติ โดยรับนักกีฬาที่ไม่ได้มีบรรจุไว้ในกีฬามหาวิทยาลัย เช่น ฟุตซอล คาราเต้โด ทั้งที่เอกสารมหาวิทยาลัยระบุชัดว่ามีนโยบายจะรับนักศึกษาเข้าโครงการนี้ เพื่อนำนักกีฬาเข้าแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัย
รวมทั้งตัวคณะกรรมการในการให้คะแนนที่ทางมหาวิทยาลัยเชิญผู้ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการมาเป็นผู้พิจารณา ที่สำคัญมีการเปิดให้บางคนมาเป็นตัวแทนกรรมการ ซึ่งบุคคลดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับการเป็นสโมสรหรือชมรมแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ อาจมีอคติต่อบุตรชายของตนที่เป็นนักกีฬาของสังกัดอื่นไม่ได้ขึ้นกับชมรมหรือสโมสรของตัวแทนกรรมการคนดังกล่าว เมื่อตรวจสอบและหาข้อมูลหลักฐานมาแล้วตนจึงได้ยื่นร้องขอให้ศาลปกครองมีการสั่งตรวจสอบไตร่สวน กระบวนการคัดสรรดังกล่าวเพราะหากไม่โปร่งใสจริง และหากผลออกมาว่าไม่โปร่งใสจริงก็ถือได้ว่าผลการพิจารณาเป็นโมฆะ
นายชิงชัย กล่าวอีกว่า ขณะเดินทางมาเร่งรัดคดีที่ศาลวันนี้ บุตรชายของตนได้ใช้ความสามารถของตัวเองในการสมัครสอบแอดมิชชั่นเขาเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แล้วโดยไม่ได้สิทธิเข้าเรียนตามโครงการช้างเผือกดังกล่าว แต่ที่ยังมาติดตามยื่นขอความเป็นธรรมกับที่ศาลอย่างต่อเนื่องก็เพราะต้องการเรียกร้องเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน ไม่ใช่มหาวิทยาลัยจะรับใครที่ไม่มีความสามารถมากพอมาก็ได้
รศ.จงกลบดินทร์ แสงอาสภวิริยะ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาแม่โจ้ ผู้ปกครองอีกราย กล่าวว่า ตนเป็นอีกคนที่ลูกชายเป็นนักกีฬาแบดมินตันระดับเยาวชน และได้รับผลกระทบในแบบเดียวกัน มองว่าความไม่โปร่วใสแบบนี้ถือเป็นอันตรายมากต่อระบบการศึกษาไทย ถ้าผู้บริหารเชื่อเจ้าหน้าที่ของตนโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบก็จะเป็นการทำร้ายเยาวชนที่รักการเล่นกีฬา ต่อไปนักกีฬารุ่นหลังๆก็ท้อใจ
กรณีของลูกตนและเพื่อนถือเป็นกรณีตัวอย่าง อีกสองเดือน มช.ก็จะเปิดขายใบสมัครเพื่อเปิดรับเด็กตามโครงการนี้ในรอบใหม่แล้ว ตนไม่อยากให้ซ้ำรอยและสงสารเด็กที่มีความสามารถทางกีฬาแต่ต้องถูกแย่งสิทธิ์ในแบบเดิมนี้อีก ซึ่งที่ผ่านมาเท่าที่ตนทราบว่ามีนักกีฬาเยาวชนทั้งบดมินตันและหลายประเภทโดยเฉพาะที่อยู่ในต่างจังหวัดถูกแย่งสิทธิในลักษณะดังกล่าวน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 คน เพียงแต่เขาอยู่ไกลและไม่รู้ช่องทางในการยื่นร้องเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง



