ข่าว

DSIเรียกท่อน้ำเลี้ยงเข้าแจงจันทร์หน้า

DSIเรียกท่อน้ำเลี้ยงเข้าแจงจันทร์หน้า

21 มิ.ย. 2553

"ดีเอสไอ" เตรียมออกหมายเรียก 83 รายชื่อ เข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินผิดปกติจันทร์หน้า ด้านรมว.ยุติธรรม เล็งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษไล่ล่าผู้ต้องหาหลบหนี

(21มิ.ย.) ที่กระทรวงยุติธรรม พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และนายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร รองอธิบดีกรมสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม  แถลงข่าวคืบหน้าการดำเนินคดีก่อการ้าย

 โดยนายธาริต กล่าวว่า หลังจากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการหารบก ลงนามคำสั่งเรียกบุคคลและนิติบุคคล 83 ราย เข้าชี้แจงธุรกรรมการเงิน ในวันที่ 22 มิ.ย. ดีเอสไอจะออกหมายเรียกให้ทั้ง 83 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ถ้อยคำตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน จึงจำเป็นต้องคงพรก.ฉุกเฉิน ไว้ เนื่องจากทั้ง 83 ราย ยังไม่ใช้ผู้ต้องหาในคดีอาญา แต่ต้องเข้าให้ข้อมูลธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ หรือธุรกรรมการเงินต้องสงสัย ส่วนอนาคตจะตกเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการชี้แจงของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนวนคดีก่อการร้ายยังเหลือเวลาในการฝากขังอีก 55 วัน ซึ่งดีเอสไอยังมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อสรุปความเห็นสั่งฟ้องได้ทันภายในกำหนดเวลา ซึ่งสอดคล้องการชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัย เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับท่อน้ำเลี้ยงในการสนับสนุนผู้ชุมนุมให้ก่อเหตุความไม่สงบเป็นองค์ประกอบสำคัญในความผิดก่อการร้าย

 นายธาริต กล่าวอีกว่า ดีเอสไอได้รับการประสานจากนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ว่าขอเลื่อนการเข้ามอบตัวในคดีก่อการร้าย เนื่องจากป่วยเป็นโรคไส้เลื่อน นอกจากนี้ขอชี้แจงความคืบหน้าในคดีก่อการร้ายว่าขณะนี้มีสำนวนคดีทั้งสิ้น 155 สำนวน แบ่งเป็นคดีก่อการร้าย 75 คดี คดีขู่บังคับรัฐบาล 18 คดี คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ 50 คดีและคดีกระทำผิดต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ 12 คดี ซึ่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว 86 คน หนีคดี 29 คน และเสียชีวิต 1 คน ส่วนคดีลอบวางเพลิงใน 5 จังหวัด มีทั้งสิ้น 9 คดี ผู้ต้อง 396 คน จับกุมแล้ว 105 คน หนี 296 คน

 ด้านพ.อ.เฟื่องวิชชุ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาตามพรก.ฉุกเฉิน อยู่ในเรือนจำ ทั้งสิ้น 103 คน รวมถึงแกนนำนปช. โดยแบ่งเป็นที่เรือนจำพิเศษกรุงเพฯ 67 คน เรือนจำกลางคลองเปรม 37 คนและ ทัณฑสถานหญิงกลาง 9 คน พร้อมกันนี้ยังโชว์ภาพห้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเพฯ และเรือนจำกลางคลองเปรม ทั้งนี้จาการตรวจสอบข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ได้รับการยืนยันว่าแต่ละเรือนจำได้ดูแลผู้ต้องขังให้มีความเป็นอยู่ตามสิทธิอย่างเท่าเทียมกับผู้ต้องหาอื่นๆทั่วไป ทุกคนมีความเป็นอยู่สุขสบายดีตามอัฐภาพ สำหรับข้อร้องเรียนในการขอเปลี่ยนเรือนจำเพื่อให้อยู่ในสถานที่ควบคุมที่กว้างขวางขึ้นคงไม่สามารถจัดการให้ได้เพราะเรือนจำมีหน้าที่ดูแลผู้ต้องขังตามคำสั่งศาล จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นได้ ส่วนกรณีผู้ต้องหา โคเนอร์ เดวิด ชาวออสเตรเลีย ยืนยันได้ว่าไม่เคยเกิดเหตุทำร้ายร่างการผู้ต้องขังรายนี้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ พร้อมเปิดให้สถานฑูตออสเตรเลียเข้าตรวจสอบ

 พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ ยังกล่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งชุดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่ยังหลบหนีอยู่ และจะตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญา (ไทยมาแชล) ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 นายพสิษฐ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ฉุกเฉินว่ามายื่นแล้ว 53 ราย พิจารณาให้ค่าตอบแทน 8 ราย และมีประชาชนยื่นร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย 2 ราย นอกจากนี้ยังได้จัดคลินิกยุติธรรมเคลื่อนที่ออกให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายกับประชาชนในเขตต่างๆ โดยในวันที่ 28 มิถุนายน จะไปรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ประกอบการและลูกจ้างย่านศูนย์การค้าสยาม