ข่าว

"แซมบ้า"ซัด3-1"อิตาลี"ฝืดเจ๊ากีวี1-1

"แซมบ้า"ซัด3-1"อิตาลี"ฝืดเจ๊ากีวี1-1

21 มิ.ย. 2553

"แซมบ้า" บราซิล เล่นสมฟอร์มทีมเต็งไล่ถล่ม ไอเวอรี โคสต์ 3-1 ในฟุตบอลโลกรอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม จี (20มิ.ย.) ทะลุรอบ 2 แน่นอนแล้ว "อัซซูรี่" อิตาลี ฟอร์มยังฝืดได้แค่เจ๊า "กีวี" นิวซีแลนด์ 1-1 ขณะที่ ปารากวัย โอกาสเข้ารอบสูงหลังครองเกมเอาชนะ สโลวะเกีย สบายๆ 2

ศึกฟุตบอลโลก 2010 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เป็นเกมรอบแรกนัดที่ 2 เป็นเกมในกลุ่ม จี ที่สนามซอคเกอร์ ซิตี้ เมืองโยฮันเนสเบิร์ก "แซมบ้า" บราซิล ลงสนามพบ "ช้างดำ" ไอเวอรี โคสต์ โดยเกมนี้ คาร์ลอง ดุงกา โค้ชทีมชาติบราซิลยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดแรกที่ชนะ เกาหลีเหนือ 2-1 ขณะที่ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ปรับทีมไอเวอรี โคสต์ ด้วยการส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงสนามเป็นตัวจริง แม้ว่าจะยังไม่หายดีจากอาการแขนหัก
 
 เกมในช่วงแรกเป็น ไอเวอรี โคสต์ ที่เดินเกมรุกได้มากกว่า แต่เป็นบราซิลที่ฉวยโอกาสชิงความได้เปรียบยิงประตูออกนำไปก่อน เมื่อ กาก้า แทงบอลเข้าเขตโทษทางขวาให้ หลุยส์ ฟาเบียโน หลุดไปยิงเสยตาข่ายเข้าไปเป็น 1-0 จากนั้น บราซิล กลับมาคุมเกมได้ดีกว่า แต่ทั้งสองทีมก็ไม่มีจังหวะทำประตูกันเพิ่มเท่าไรนัก จบครึ่งแรก บราซิล ได้เปรียบอยู่ 1 ประตู

 ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาได้ 5 นาที บราซิล ได้ประตูห่างออกไปอีกด้วยความสามารถเฉพาะตัวของ ฟาเบียโน ที่กระดกบอลหลบ 3 กองหลังไอเวอรี โคสต์ 2 จังหวะ ก่อนจะยิงเข้าไปเป็น 2-0 จากนั้นนาทีที่ 62 กาก้า ต่อบอลกับเพื่อนเข้าไปยิงในเขตโทษแต่ถูก บูบาการ์ บาร์รี ปัดออกมา ต่อมา บราซิล มาได้ประตูที่ 3 จนได้ กาก้า ได้บอลทางซ้าย และผ่านมาหน้าประตูให้ เอลาโน สอดเข้ามายิงเข้าไปเป็น 3-0

 อย่างไรก็ตาม ไอเวอรี โคสต์ มาตีไข่แตกได้นาทีที่ 79 จากการโหม่งของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา และก่อนหมดเวลา 3 นาที บราซิล ต้องเหลือ 10 คน เมื่อ กาก้า โดนใบเหลืองใบที่ 2 เป็นใบแดง แต่สกอร์ก็ไม่เปลี่ยน บราซิล ชนะขาดลอย 3-1 มี 6 แต้มเต็ม ได้เข้ารอบแน่นอนแล้ว
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ผู้รักษาประตู - ชูลิโอ ซีซาร์, ไมคอน, ลูซิโอ, ฮวน, มิเชล บาสโตส, เฟลิเป เมโล, จิลแบร์โต้ ซิลวา, กาก้า, เอลาโน, โรบินโญ, หลุยส์ ฟาเบียโน

ไอเวอรี โคสต์ - บูบาการ์ บาร์รี, กีย์ เดเมล, โคโล ตูเร, ดิดิเยร์ โซโกรา, ซิกา เทียเน, เอมมานูเอล เอบูเอ, ยายา ตูเร, อิสมาเอล ติโอเต, อารูนา ดินดาน, ดิดิเยร์ ดร็อกบา, โซโลมง กาลู     

 กลุ่ม เอฟ "อัซซูรี่" อิตาลี แชมป์เก่า พบกับ "กีวี" นิวซีแลนด์ ที่มี 1 แต้มเท่ากัน ที่เนลสพรูอิท โดยเกมนี้ อิตาลี มีการปรับระบบการเล่นมาเป็น 4-4-2 แต่มีการเปลี่ยนผู้เล่นตำแหน่งเดียวคือ เฟเดริโก มาร์เคตติ ลงเป็นผู้รักษาประตูแทน จิอันลุยจิ บุฟฟอน ที่เจ็บขณะ นิวซีแลนด์ ใช้ชุดที่เสมอ สโลวะเกีย 1-1 ลงสนามทั้งชุด

 เริ่มเกมมา 7 นาที นิวซีแลนด์ นำก่อนอย่างพลิกความคาดหมาย ไซมอน เอลเลียต เปิดฟรีคิกยาวเข้าเขตโทษ ฟาบิโอ คันนาวาโร ตัดบอลไม่ขาดถูก เชน สเมลท์ซ โฉบจิ้มบอลเข้าไปเป็น 1-0 จากนั้น อิตาลี ยังไม่มีลุ้นเท่าไรจนนาทีที่ 26 ริคาร์โด มอนโตลิโว ยิงไกลบอลทะลุไปชนเสาออกมา และอีก 2 นาทีต่อมา อิตาลี ตามตีเสมอได้สำเร็จ ดานิเอเล เดรอสซี ถูก ทอมมี สมิธ ดึงล้มในเขตโทษ วินเชนโซ ยาควินตา สังหารจุดโทษเข้าไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

 ครึ่งหลัง อิตาลี ก็ยังทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน จนนาทีที่ 70 มอนโตลิโว ได้โอกาสยิงไกลอีกครั้งแต่ มาร์ค ปาสตัน ก็พุ่งปัดออกไปได้ และจากนั้น อิตาลี ก็ไม่สามารถฝ่าแนวรับของ นิวซีแลนด์ เข้าไปได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 มีเพิ่มเป็นทีมละ 2 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อิตาลี - เฟเดริโก มาร์เคตติ, จิอันลูกา ซามบรอตตา, เดเมนิโก คริสซิโต, ฟาบิโอ คันนาวาโร, จอร์โจ คิเอลลินี, ริคาร์โด มอนโตลิโว, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ (จิอัมเปาโล ปาซซินี น. 61), ซิโมเน เปเป้ (เมาโร คาโมราเนซี น. 46), ดานิเอเล เดรอสซี, วินเชนโซ ยาควินตา, อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน (อันโตนิโอ ดินาตาเล น. 46)

นิวซีแลนด์ - มาร์ค ปาสตัน, วินสตัน รีด, ไรอัน นีลเซน, อิวาน วิเซลิช (เจเรมี คริสตี น. 80), ทอมมี สมิธ, โทนี ลอชเฮด, ลีโอ เบอร์ตอส, ไซมอน เอลเลียต, เชน สเมลท์ซ, รอรี ฟัลลอน (คริส วู๊ด น. 63), คริส คิลเลน (แอนดรูว์ บาร์รอน น. 90) 

 อีกคู่ของกลุ่ม เอฟ ปารากวัย พบ สโลวะเกีย ที่บลูมฟอนเทน ซึ่งทั้งคู่เก็บมา 1 แต้มเท่ากันในนัดแรก โดยเกมนี้ เกราร์โด มาร์ติโน กุนซือปารากวัย ตัดสินใจส่งกองหน้าลงสนาม 3 คน โดยมี โรเก ซานตาครูซ เพิ่มขึ้นมา ขณะที่ สโลวะเกีย ปรับตัวจริงจากเกมนัดแรกถึง 3 ตำแหน่ง

 เริ่มเกมขึ้นมา ปารากวัย เดินเกมรุกก่อน จนนาทีที่ 27 ก็ได้ประตูออกนำ ออสการ์ บาร์ริออส จ่ายบอลทะลุให้ เอ็นริเก เบรา หลุดเข้าเขตโทษก่อนดีดบอลผ่าน แยน มูชา เข้าไปเป็น 1-0 และนาทีที่ 40 ปารากวัย เกือบได้ประตูหนีห่างไปอีกจากการหลุดเดี่ยวไปยิงของ โรเก ซานตาครูซ แต่ไปติดขา มูชา ซะก่อน จบครึ่งแรก ปารากวัย นำ 1-0

 ครึ่งหลังก็ยังเป็น ปารากวัย ที่ทำเกมรุกได้น่ากลัวกว่านาทีที่ 72 ซานตาครูซ หลุดไปทางซ้ายและเปิดให้ เอ็นริเก เบรา เข้าโหม่งเหน่งๆ บอลเฉียดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก่อนหมดเวลา 6 นาที ปารากวัย มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาด คริสเตียน ริเบรอส สับไกยิงที่เส้นเขตโทษให้ ปารากวัย เอาชนะไป 2-0 มีเพิ่มเป็น 4 แต้มก่อนเจอ นิวซีแลนด์ ในนัดสุดท้ายโอกาสเข้ารอบสูง
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ปารากวัย - ฮุสโต บียาร์, เคลาดิโอ โมเรล, อันโตนิน อัลคาราซ, เปาโล ดาซิลวา, คาร์ลอส โบเนต, เอนริเก เบรา (เอ็ดการ์ บาร์เรโต น. 88), บัคตอร์ คาเซเรส, คริสเตียน ริเบรอส, เนลสัน บัลเดส (ออเรลเลียโน ตอร์เรส น. 68), ลูคัส บาร์ริออส (ออสการ์ คาร์โดโซ น. 82), โรเก ซานตาครูซ

สโลวะเกีย - แยน มูชา, ปีเตอร์ ปีคาริค, มาร์ติน สเคอร์เทล, แยน ดูริกา, คอร์เนล ซาลาตา (มิโรสลาฟ สตอช น. 83), ซเดนโก สตาร์บา, วลาดิเมียร์ ไวส์, มาเรค ฮัมซิค, แยน โคซัค, สตานิสลาฟ เชสตัค (ฟิลิป โฮลอสโก น. 70), โรเบิร์ต วิทเทค 

ตารางคะแนนกลุ่ม เอฟ
  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
ปารากวัย 2    1    1    0    3    1    4
อิตาลี  2    0    2    0    2    2    2
นิวซีแลนด์ 2    0    2    0    2    2    2
สโลวะเกีย 2    0    1    1    1    3    1

 ด้านปอล เลอกูเอ็น โค้ช "หมอผี" แคเมอรูน ประกาศตัวเป็นผู้รับผิดชอบทำให้ทีมตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2010 หลังแพ้ เดนมาร์ก 1-2 ในกลุ่ม อี โดยยืนยันว่าขอยอมรับการต่อว่าและเสียงวิจารณ์เพียงคนเดียว แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกมกับ เดนมาร์ก ทีมเล่นได้ดีขึ้นแล้วแต่กลายเป็นว่าไม่สามารถเก็บชัยชนะได้

 "ผมเอง อยู่ที่ผมคนเดียว ทีมดีใจที่ได้มาที่นี่ พวกเขาอาจจะทำผลงานให้ดีขึ้นไปอีก เราหวังจะเล่นให้ได้ตามศักยภาพของพวกเรามากกว่าที่เราแสดงออกมา ผมขอยอมรับเสียงวิจารณ์ และความเห็นต่างๆ แต่ผมคิดว่าผมไม่มีอะไรต้องเสียใจกับทีมที่เลือกมา สิ่งที่ผมเสียใจในคืนนี้คือเราแพ้แบบไม่น่าแพ้ เราแพ้ญี่ปุ่นแบบที่เล่นไม่ดี ผมอาจจะเสียใจกับความพ่ายแพ้ทั้ง 2 เกม แต่มันมีเหตุผลที่ต่างกันไป"

 "เกมที่เราเล่นในวันนี้ไม่ได้แย่ เราเข้าใกล้ชัยชนะแต่เราทำไม่ได้ มันเป็นความผิดหวังอันยิ่งใหญ่ที่เราไม่สามารถใช้โอกาสของพวกเราได้ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับชาวแคเมอรูน เรามีเวลาเตรียมการมาจนถึงตอนนี้ แต่เราตกรอบแล้ว เราทำงานกันเป็นทีมได้ดี แต่สุดท้ายมันยังไม่ดีพอ" เลอกูเอ็น เผย