ข่าว

ปฏิรูปใครปฏิรูปประเทศไทย

ปฏิรูปใครปฏิรูปประเทศไทย

21 มิ.ย. 2553

ในที่สุดการขับเคลื่อนแผนปรองดองแห่งชาติ ก็เดินหน้ามาถึงจุดเริ่มต้นในการก้าวเดินอีกก้าวหนึ่งในนามของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธานในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป

ในแง่ของเนื้อหาและความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยมีความหวังว่า คุณภาพของพลเมืองที่จะเรียนรู้ และเข้าใจการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยจะดีขึ้น ยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย หากแต่การตอบรับเข้ามาอยู่ในกระบวนการเยียวยาแก้ไขอาการป่วยไข้ของสังคมไทยครั้งนี้ ของทั้งนายอานันท์ ปันยารชุน และนพ.ประเวศ วะสี ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็นับว่าเป็นหลักประกันความเชื่อถือในรัฐบาลด้วย

 นายอานันท์ ปันยารชุน อธิบายว่า การรับหน้าที่นี้ก็คือการทำงานให้ภาคประชาชน คือต้องสร้างกระบวนการและกลไกขั้นตอนในการนำไปสู่ภาคปฏิบัติของรัฐบาล ความสำคัญอยู่ที่กลไกที่จะสร้างขึ้นมาโดยไม่ได้อยู่ในอาณัติรัฐบาล ต้องมีความเป็นอิสระทางความคิดและการครอบงำ รวมทั้งอิทธิพลจากรัฐบาล ไม่อย่างนั้นกลไกที่ทำขึ้นจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ความคิดของนายอานันท์นั้นนอกจากสะท้อนแนวคิดแบบเทคโนแครตเต็มตัวแล้ว ยังแสดงถึงความห่วงใยในสถานะของคณะกรรมการอิสระชุดต่างๆ ที่รัฐบาลแต่งตั้งด้วยว่าจะต้องไม่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลเท่านั้น แน่นอนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย่อมมีความปรารถนาที่จะประสานรอยร้าวระหว่างคนในชาติ และแสวงหาวิถีทางในการลดความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคม ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นแรงจูงใจให้คนในภาคเกษตรกรรมจำนวนมาก มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เพราะพวกเขาได้เผชิญกับความเป็นจริงในเรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคม มากกว่าคนในเมืองหรือคนกรุงเทพฯ แต่น่าคิดหรือไม่ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาจำนวนมากมาย และยังคงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้อีกต่อไปนั้น จะให้ผลอย่างไรต่อสังคมไทยในบรรยากาศที่คนไทยจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้ที่ไม่เคยฝักใฝ่ฝ่ายใด มองเห็นว่า ความตายของคนเกือบร้อย ที่ยังเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้ เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่ยากจะนำไปสู่ความปรองดองได้โดยง่าย

 ทำบุญประเทศไทย ปฏิรูปประเทศไทย ถ้อยคำเหล่านี้ ล้วนให้ภาพแห่งความหวังว่า ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งความขัดแย้งของผู้คนเสียที และใช้เวลาที่อาจจะสูญเสียไปด้วยการทะเลาะเบาะแว้งที่หาสาระสำคัญอันใดมิได้ มาร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้เลยหากเอาแต่ร้องเพลงหมู่เรียกร้องแต่ความรัก สามัคคี หรือขอสังคมที่สงบสุขกลับคืนมา สุดแต่สมองจะนิมิตขึ้นมาได้ โดยไม่ใส่ใจเนื้อหาสาระ และความหลากหลายของผู้คนในสังคม ที่คิดเห็นต่างกันอย่างสุดขั้ว ต่างก็ยึดมั่น ถือมั่นในแนวคิดของตนเอง จนกระทั่งหากใครคิดไม่เหมือน ก็จะกลายเป็นศัตรู หากยังสลายความคิดเช่นนี้ไม่ได้ ปฏิรูปประเทศไทยก็จะมีค่าเสมอพิมพ์เขียวในกระดาษเท่านั้น